Blog

  • หวั่นเปิดเออีซีน้้ำตาลทรายขาดแคลน

    หวั่นเปิดเออีซีน้้ำตาลทรายขาดแคลน

    นายเชิดพงษ์  สิริวิชช์ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า  ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย มีความกังวลอุตฯอ้อย และน้ำตาลทรายจะได้รับผลกระทบ หลังจากเปิดตลาดเสรีภายใต้กรอบการค้าเออีซี เนื่องจากขณะนี้ภาครัฐยังไม่มีความชัดเจนต่อการดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างอุต ฯ อ้อย และน้ำตาลทราย โดยเฉพาะประเด็นการบริหารจัดการราคาน้ำตาลทรายในประเทศซึ่งเป็นสินค้าควบคุม ของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ราคาน้ำตาลทรายไทยต่ำสุดในอาเซียนซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลักลอบนำน้ำตาลทรายโควตา ก. ที่ใช้บริโภคภายในประเทศเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลบริโภคภายในประเทศขาดแคลนได้ อย่างไรก็ตาม หากไม่ปรับเปลี่ยน จะส่งผลกระทบต่อทั้งชาวไร่อ้อยโรงงานน้ำตาล และผู้บริโภค เพราะฉะนั้นการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายให้เป็นไปตามกลไกตลาดจึงเป็นแนวทางการแก้ปัญหาและสามารถสร้างความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายทั้งชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และผู้บริโภค ซึ่งช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุต ฯอ้อยและน้ำตาลทรายในระยะยาวสามารถสร้างความมั่นคงทางด้านอุปทานน้ำตาลในประเทศให้เพียงพอจึงอยากเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)ช่วยเร่งรัดพิจารณาแนวทางดังกล่าวและประกาศใช้ให้ทันในฤดูการผลิตปี 57/58 “ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการรอความชัดเจนของภาครัฐต่อการดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่เออีซีโดยเฉพาะการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศให้เป็นไปตามกลไกตลาดให้สามารถประกาศใช้ได้ทันภายในฤดูการผลิตปีหน้านี้ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนต.ค. 57 เพื่อทดลองใช้โครงสร้างราคาใหม่และสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้บริโภคได้ปรับตัวรวมถึงสร้างความเป็นธรรมต่อผลตอบแทนของพี่น้องชาวไร่อ้อย ที่จะได้รับในสัดส่วน 70%ของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายซึ่งต้องได้รับการดูแลให้คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตและมีผลตอบแทนเพียงพอต่อการดำรงชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้อาชีพชาวไร่อ้อยเป็นอาชีพที่มั่นคง”    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นเปิดเออีซีน้้ำตาลทรายขาดแคลน

  • พาณิชย์ถกหาข้อยุติเปิดตลาดการค้าอาเซียน

    พาณิชย์ถกหาข้อยุติเปิดตลาดการค้าอาเซียน

    นายสมเกียรติตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า  ขณะนี้กรมฯได้เป็นหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้าภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์ซีอีพี) ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่สุดในโลก ที่ประเทศสิงคโปร์ร่วมกับประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ และผู้แทนจากอินเดีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ออสเตรเลีย เน้นการเร่งหาข้อสรุปเรื่องรูปแบบและการเปิดตลาดการค้าสินค้าที่จะให้เชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนเข้ากับประเทศนอกภูมิภาค  ก่อนจะนำความคืบหน้าให้กับที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าของสมาชิกอาร์ซีอีพี “รัฐมนตรีการค้าของประเทศสมาชิกอาร์ซีอีพี ทั้ง16ประเทศจะประชุมร่วมกันในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 ส.ค.2557 ณ กรุงเนปิดอว์ เมียนมาร์เพื่อกำหนดแนวทางการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 58 ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ส่วนการประชุมคณะเจรจาครั้งถัดไป มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 ธ.ค.57 ที่ประเทศอินเดีย” ทั้งนี้แนวทางในการเจรจาของอาร์ซีอีพีในเรื่องการเปิดเสรีการค้าได้กำหนดเป้าหมายที่จะให้สมาชิกมีการเปิดตลาดที่สูงขึ้นจากความตกลงที่อาเซียนมีกับคู่เจรจาเพราะก่อนหน้านี้อาเซียนได้มีการเปิดเสรีกับคู่เจรจามาแล้ว 6 ประเทศ ดังนั้นการเปิดตลาดการค้าสินค้าในรอบนี้จะต้องมากกว่าเดิม ล่าสุดสมาชิกได้มีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอการเปิดตลาดการค้าสินค้าในเบื้องต้นแล้วรวมทั้งได้มีการหารือเพื่อวางกรอบในการแก้ไขอุปสรรคทางการค้า เช่น มาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้าและกฎถิ่นกำเนิดสินค้าซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการหารือในประเด็นการเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุนซึ่งประเทศสมาชิกยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นสำคัญเรื่องรูปแบบการเปิดตลาดและยังได้เริ่มหารือในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การแข่งขัน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและประเด็นด้านกฎหมาย รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่ประเทศสมาชิกแสดงความสนใจ เช่นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐเป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ถกหาข้อยุติเปิดตลาดการค้าอาเซียน

  • หุ้นไทยปิดบวก 1.40  จุด

    หุ้นไทยปิดบวก 1.40 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 ก.ค. ดัชนีปรับตัวเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน เนื่องจากนักลงทุนทยอยเทขายทำกำไรหลังตลาดปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารที่มีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ก่อนหน้านี้ รวมทั้งตลาดเริ่มอยู่ในระดับทรงตัวหลังไร้ปัจจัยหนุนใหม่เข้ากดดัน  ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,495.98 จุด   และลดลงต่ำสุด1,488.27 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,493.21จุด เพิ่มขึ้น 1.40 จุด หรือ 0.09% ด้วยมูลค่าซื้อขาย  41,070.64 ล้านบาท     สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1..ธ.กรุงไทย ปิดที่ 21.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท 2.ธ.ไทยพาณิชย์  ปิดที่ 175.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 3.ไอวีแอล ปิดที่ 28.25 บาท ลดลง 0.75 บาท 4.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 201.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 5.เอไอเอส ปิดที่ 2216.00 บาท ลดลง 2.00 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยปิดบวก 1.40 จุด