Blog

  • ระดมซีอีโอไทยเรียกความเชื่อมั่น

    ระดมซีอีโอไทยเรียกความเชื่อมั่น

    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 ก.ค. นี้ ส.อ.ท.เตรียมจัดงานสัมมนาใหญ่ “ไทยแลนด์ อิส แบค” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทย และต่างประเทศว่าไทยพร้อมรับการลงทุน และสถานการณ์ในประเทศดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยจะเชิญนักลงทุนทั้งไทย และต่างประเทศ รวมทั้งหอการค้าต่างประเทศ  เข้าร่วมงานสัมมนา และจะเชิญวิทยากรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าร่วมบรรยาย   สำหรับรายชื่อวิทยากรที่จะเข้าร่วมบรรยายขณะนี้ตอบรับมาแล้วหลายราย เช่น นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ , นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) , นายวิชิต สุรพงษ์ชัยประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์และอยู่ระหว่างประสานผู้บริหารบริษัทชั้นอีกหลายราย รวมทั้งวิทยากร ที่มีชื่อเสียงจากบริษัทชั้นนำต่างประเทศด้วย   “งานไทยแลนด์ อิส แบค ถือเป็นงานใหญ่ของ ส.อ.ท. ที่ต้องการจัดงานเพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยสถานการณ์ในขณะนี้นักลงทุนจากต่างประเทศมีความเชื่อมั่นสถานการณ์ประเทศไทยดีขึ้น ส่วนในประเทศ ก็ดีขึ้นอย่างเห็นๆได้ชัดเห็นได้จากกำลังซื้อของประชาชนเริ่มกลับเข้ามาแล้ว หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้น มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว”   นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวภายหลังประชุมหารือระหว่าง บีโอไอกับหอการค้าต่างประเทศในไทยจำนวน 28แห่ง ว่าบีโอไอจัดขึ้นเพื่อรับฟังความเห็นจากนักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยซึ่งครั้งนี้ บีโอไอ ได้สร้างความมั่นใจ กับหอการค้าต่างประเทศถึงความชัดเจนในการดำเนินงานส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยด้วยโดยเฉพาะแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายใต้การบริหารงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งยึดนโยบายเศรษฐกิจเสรีและตลาดเสรี รวมทั้งยินดีให้การต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมทั้งมอบให้หน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจต่างชาติอย่างเต็มที่  “ จากการหารือและรับฟังข้อเสนอจากหอการค้าต่างประเทศบีโอไอและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะนำไปพิจารณาปรับปรุงการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้มากขึ้นเช่น การผ่อนปรนหลักเกณฑ์การออกวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ตลอดจนกฎระเบียบอื่นๆส่วนการขอใช้แรงงานต่างด้าวบางส่วนของบริษัทบีโอไอจะเร่งนำหารือบอร์ดใหญ่ต่อไป” นายแสตนลี่ย์ คัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทยกล่าวว่า หอการค้าต่างประเทศมีความยินดีที่บีโอไอและหน่วยงานภาครัฐของไทยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนจากต่างประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารวมทั้งได้รับข้อเสนอในเรื่องต่างๆไปพิจารณาและดำเนินการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ระดมซีอีโอไทยเรียกความเชื่อมั่น

  • สำนักงานสลากฯ รับสมัครผู้อำนวยการ

    สำนักงานสลากฯ รับสมัครผู้อำนวยการ

    นายจรินทร์ จักกะพาก ประธานกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯจะเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯตั้งแต่วันที่ 7-11 ก.ค.57ซึ่งผู้สมัครจะต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีและมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดังนี้ มีความรอบรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ กรณีเป็นหน่วยราชการต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีหรือเทียบเท่า กรณีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหนึ่งระดับถัดจากผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ทั้งนี้ หากเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานภาคเอกชนต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหนึ่งระดับถัดจากผู้บริหารสูงสดขององค์กรที่มีรายได้ทั้งปีไม่น้อยกว่า 2,500 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง โดยแสดงเอกสารงบการเงินรายงานประจำปี แผนผังแสดงตำแหน่งของงานในปีที่ดำรงตำแหน่งมาแสดงในวันสมัคร โดย 2กรณีดังกล่าวจะต้องมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งและปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 1ปี นับถึงวันที่ยื่นใบสมัคร หรือวันพ้นจากตำแหน่ง, มีภาวะความเป็นผู้นำสูงและมีวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการบริหารที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การบริหารจัดการองค์กร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สำนักงานสลากฯ รับสมัครผู้อำนวยการ

  • “อารีพงศ์” เร่งสร้างความมั่นคงพลังงาน

    “อารีพงศ์” เร่งสร้างความมั่นคงพลังงาน

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานเปิดเผยในโอกาสเดินทางเข้ามารับตำแหน่งใหม่เป็นวันแรกว่า ว่าภารกิจในการมาทำงานในฐานะปลัดกระทรวง คือ การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องการความมั่นใจว่า จะมีแหล่งพลังงานเพียงพอหรือไม่ขณะเดียวกันในสายตาของหลายฝ่าย ยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องภาพรวมของพลังงานไทย  รวมถึงมีการใช้ประโยชน์เต็มที่กับประเทศหรือไม่โดยจะเข้ามาพิจารณาระบบต่างๆให้ชัดเจนพร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่าย สำหรับที่ยังมีความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องพลังงานนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ท้าทาย ซึ่งจะต้องมาหารือกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนถ้ามีข้อเท็จจริงก็ต้องนำออกมาดูว่าเป็นอย่างไร ส่วนจะเรียกทางกลุ่มรสนาโตสิตระกูล มาพูดคุยหรือไม่ นั้นที่ผ่านมาทางคสช.และกระทรวงพลังงานก็มีการหารือกันไปแล้วระดับหนึ่ง  ส่วนจะกดดันหรือไม่ที่มารับตำแหน่งปลัด ที่ข้ามหน่วยงานแบบนี้ตอนที่อยู่กระทรวงการคลังมีโอกาสได้หารือกับกระทรวงพลังงานในหลายๆเรื่องโดยเฉพาะการหาแหล่งพลังงน โดยจะทำงานให้เต็มที่ ชัดเจน และรวดเร็วพร้อมกับหารือกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  อย่างไรก็ตาม ได้เรียกประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพลังงานเพื่อรับฟังแนวทางการทำงานในแต่ละด้าน เพื่อนำมาปรับใช้ในการดำเนินงานต่อไปซึ่งก่อหน้านี้ที่เคยหารือร่วมกับกระทรวงพลังงานมาโดยตลอดโดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเพราะเคยพบกับนักลงทุนญี่ปุ่นก็มีแผนจะเข้ามาลงทุนตั้งโรงงงานในไทย แต่ต้องการทราบความชัดเจนเรื่องพลังงานในอนาคตจะมีเพียงพอหรือไม่สิ่งเหล่านี้จะต้องตอบให้ได้  แหล่งข่าวจากวงการน้ำมัน กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ค้าน้ำมันกำลังรอนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานจากคสช. โดยคาดหวังว่าภายในสุดสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนในการปรับโครงสร้างราคาตามที่พล.อ.อ.ประจินจั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคสช.ได้รับปากไว้เนื่องจากปัจจุบันค่าการตลาดกลุ่มเบนซินเฉลี่ยเหลือเพียง 40 สตางค์ต่อลิตร จากค่าการตลาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 1.50 บาทต่อลิตรขณะที่คสช.ขอให้ตรึงราคาขายปลีกไว้ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.57ทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องแบกภาระขาดทุนประมาณวันละ 18-20 ล้านบาทรวมระยะเวลาขาดทุนสะสม 10 วัน คือ 23มิ.ย.-3ก.ค. ประมาณ 180-200 ล้านบาท  “การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินโดยรวมอยู่ที่วันละ 20 ล้านลิตรซึ่งขณะนี้ค่าการตลาดเฉลี่ยเหลือเพียง 40 -50 สตางค์ต่อลิตรที่ผ่านมาทำให้เฉลี่ยขาดทุน 1บาทต่อลิตรทำให้การขาดทุนจะอยู่ที่วันละ18-20 ล้านบาท แต่ทั้งนี้เชลล์ และเชฟรอน(คาลเท็กซ์)ทำการปรับราคาขายปลีกนำค่ายอื่นไป 50 สตางค์ต่อลิตร 2 รายนี้จะขาดทุนน้อยลงกว่าค่ายอื่นแต่กระนั้นเชลล์ก็คงลำบากเพราะไม่มีโรงกลั่นที่จะมาช่วยรับภาระนี้ได้ดังนั้นผู้ค้าน้ำมันจึงต่างรอคอยนโยบายคสช.ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรหลังจากที่คสช.รับปากจะชัดเจนนโยบายดังกล่าวใน10 วัน”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อารีพงศ์” เร่งสร้างความมั่นคงพลังงาน