Blog

  • เล็งห้าม “วินเนอร์-การศึกษาก้าวไกล” เข้าโครงการคูปองกล่องดิจิตอล

    เล็งห้าม “วินเนอร์-การศึกษาก้าวไกล” เข้าโครงการคูปองกล่องดิจิตอล

    วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ อาคารเอ็กซิม พหลโยธิน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) กล่าวว่า เตรียมเสนอให้บอร์ดกสท. พิจารณา แบล็กลิสต์ บริษัท วินเนอร์ ดิจิตอล จำกัด และ บริษัทการศึกษาก้าวไกล จำกัด ผู้จำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอลไม่ให้เข้าร่วมโครงการใช้สิทธิ์คูปองทีวีและกล่อง ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนารมแห่งชาติ (กสทช.)ทั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 2บริษัท ได้แจกใบปลิวให้กับประชาชนกว่า 3 แสนรายในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำสำเนาบัตรประชาชน หรือ ทะเบียนบ้านมาจองสิทธิ์ใช้คูปองนำมาแลกรับกล่องรับสัญญาณของ บริษัท แฟมิรี่ คอร์ปอเรชั่นจำกัด ผู้ผลิตกล่องรับสัญญาณได้ ทั้งๆ ที่ กสท. ยังไม่ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการรายใดเข้าร่วมโครงการคูปองทีวีดิจิตอลเลยนอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดูแลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ด้วย การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าผิดเงื่อนไข“วินเนอร์ ดิจิตอล เป็นผู้ทำการตลาดกล่องรับสัญญาณ โดยมี บริษัทแฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ผลิตกล่องดังกล่าว โดย แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่นเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสท. ซึ่งทางแฟมิลี่ฯ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของวินเนอร์แต่อย่างใด และทุกรายยืนยันว่าไม่ได้นำชื่อของ กสทช.ไปแอบอ้างในการทำการตลาดแต่อย่างใดทั้งนี้ ตนได้ให้ทั้ง 2 บริษัทกลับไปทำแผนเยียวยาเพื่อให้ประชาชนที่ได้รับใบปลิวรับทราบถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งกลับมาภายในสัปดาห์นี้เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้กับประชาชน” น.ส.สุภิญญา กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งห้าม “วินเนอร์-การศึกษาก้าวไกล” เข้าโครงการคูปองกล่องดิจิตอล

  • เอกชนลุยตั้งสภาเอสเอ็มอี

    เอกชนลุยตั้งสภาเอสเอ็มอี

    นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (เอทีเอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ค. จะนำตัวแทนเอสเอ็มอีทั้ง 5 ภาคได้แก่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ใต้ กลาง และตะวันออก เข้าประชุมร่วมกับนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงผู้บริหารกระทรวงฯ เพื่อเดินหน้าจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกัน ร่วมกับหน่วยงานมาแล้ว 3 ครั้งสำหรับความคืบหน้าการตั้งสภาเอสเอ็มอี ขณะนี้ ได้ร่างโครงสร้างกรอบการทำงานรวมถึงกฎหมายรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเบื้องต้น โครงสร้างจะไม่ต่างจากสภาอื่น ๆ เช่นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ สภาหอการค้าไทย ที่จะมีประธาน มีรองประธานดูแลด้านต่าง ๆ รวมถึงมีสภาเอสเอ็มอี กระจายตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ จะนำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป และถ้ามีความเป็นไปได้ ต้องการตั้งกระทรวงเอสเอ็มอี ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะส่วนกรณีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า เป็นการตั้งหน่วยงานซ้ำซ้อนนั้น ประเด็นนี้ ตนไม่ต้องการตอบโต้ เพราะคิดว่า ส.อ.ท. ยังไม่เข้าใจในรายละเอียด เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีกว่า 2.7 ล้านราย แต่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. หรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ไม่ถึงแสนราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระดับกลาง เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ที่เหลืออีกกว่า 2 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก จึงไม่เวทีในการแสดงความคิดเห็น หรือสะท้อนปัญหาที่แท้จริง“การที่มีคสช. ถือเป็นโอกาสดี ที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง โดยการตั้งสภาเอสเอ็มอี จากที่เราเคยผลักดันมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนหน้านี้ แต่ก็มีปัญหามาตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่มีรัฐบาลปกติที่การตั้งสภาต่างๆ ต้องมีกฎหมายรองรับต้องผ่านขั้นตอนทางสภาฯ รวมถึงมีปัญหาการเมือง แต่ตอนนี้คาดว่า คสช. ซึ่งให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอีและการสร้างงานของประเทศจะผลักดันเรื่องนี้ให้ออกมาได้เร็ว”อย่างไรก็ตามอยากให้ดูตัวอย่างของมาเลเซีย ที่เดิมก็ไม่มีสภาเอสเอ็มอี ไม่มีหน่วยงานที่เหมือนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แต่เมื่อได้มาดูงาน สสว. ที่ประเทศไทย ต่อมาก็มีการตั้ง สภาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับอีกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ทำให้เอสเอ็มอีของมาเลเซียเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยหากไทยไม่แก้ปัญหาตรงนี้ จะทำให้เอสเอ็มอีอ่อนแอ และไม่สามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้ในช่วงที่กำลังจะเปิดเออีซี โดยเฉพาะกับประเทศอาเซียนที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนลุยตั้งสภาเอสเอ็มอี

  • ตลท.เร่งโรดโชว์

    ตลท.เร่งโรดโชว์

    นางเกศรา มัญชุศรี ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กลางเดือน ก.ค. นี้ ตลท.จะเดินสายจัดแสดงข้อมูลในประเทศฮ่องกง และโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยนำบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ และขนาดกลางเข้าไปสร้างความเชื่อมั่น ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่ง และสามารถผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจได้ หลังทิศทางจากช่วง 2 วันที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสในการเร่งสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจในต่างประเทศยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเดินทางจัดแสดงผลงานทั้งสิ้น 7 ประเทศในปีนี้ ถึงแม้ประเทศที่เดินทางไปจะค่อนข้างซ้ำอยู่บ้าง แต่แบ่งเป็นคนละกลุ่มนักลงทุนนอกจากนี้ ในแผนงานที่สภาธุรกิจตลาดทุนจะเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศร่วมกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานต่างๆของภาครัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งตลท.ยินดีที่จะเป็นแกนนำในการจัดวางรูปแบบต่าง ๆ เพราะการเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติที่ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอทั้งนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนอยู่ภายในตลาดทั้งสิ้น 98 บริษัท และมูลค่ากิจการภายในตลาด 234,000 ล้านบาท รวมถึงมูลค่าการซื้อขายอยู่ 1,300 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 50เท่า ตั้งแต่เปิดตลาดวันแรก ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มบริษัทจดทะเบียนครบ 100 บริษัทในปีนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลท.เร่งโรดโชว์