Blog

  • สัปดาห์นี้เคาะประธานกรรมการสลากฯคนใหม่

    สัปดาห์นี้เคาะประธานกรรมการสลากฯคนใหม่

    เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.57 นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะแต่งตั้งประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลคนใหม่ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน นายราฆพ ศรีศุภอรรถ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ที่แจ้งลาออกจากตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าตามระเบียบแล้วประธานสลากฯ จะมาจากปลัดกระทรวงการคลังโดยตำแหน่งก็ตาม แต่ก็ไม่เข้าไปทำหน้าที่ เนื่องจากปัจจุบันมีตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจครบทั้ง 3 แห่งแล้ว ทั้งธนาคารทหารไทย, การบินไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คงไม่สามารถเป็นประธานสำนักงานสลากได้อีก ส่วนผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนั้น อาจเป็นได้ทั้งคนในหรือคนนอกที่มีความสามารถทั้งนี้ นโยบายเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งการให้ไปดูแลราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ให้เกิน 80 บาทนั้น ในเรื่องนี้ก็ต้องดำเนินการเต็มที่ และคณะกรรมการที่เหลืออยู่ก็ยังมีอำนาจเต็ม ที่ผ่านมาก็ได้รับรายงานว่า สลากกินแบ่งที่จะออกในงวดวันที่ 16 ก.ค.57 นั้น จะดูแลกวดขันในเขตกรุงเทพฯ ไม่ให้เกิน 80 บาทได้ก่อน ซึ่งต้องดูความเหมาะสมและปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นคนไป ก่อนที่จะไปเริ่มเข้มงวดในต่างจังหวัด ซึ่งการขายสลากเกินราคาก็เป็นการผิดข้อตกลงที่ทำไว้กับสำนักงานอยู่แล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สัปดาห์นี้เคาะประธานกรรมการสลากฯคนใหม่

  • ออมสินผนึก 6 องค์กรช่วยเอสเอ็มอี

    ออมสินผนึก 6 องค์กรช่วยเอสเอ็มอี

    นายธัชพล กาญจนกูล รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้บันทึกความร่วมมือกับ 6 องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมร่วมถึงวิสาหกิจชุมชน (เอสเอ็มอี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี และรายย่อยกลุ่มที่เริ่มก่อตั้งธุรกิจหรือที่มีนวัตกรรมมีโอกาสที่จะเติบโตแต่ยังขาดแหล่งเงินทุนในการดำเนินธุรกิจและไม่มีระบบที่จะเข้ามาสนับสนุนให้ได้รับความช่วยเหลือด้านแหล่งเงินทุนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะมีระยะเวลา 5 ปี โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หน่วยงานพันธมิตรได้คัดกรองและพร้อมส่งให้ธนาคารคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 12,000 ราย ซึ่งได้จัดเตรียมวงเงินไว้รองรับเบื้องต้น 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ 6 องค์กรภาครัฐ ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) โดยการช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะทำในลักษณะของทีมงานที่ช่วยทั้งด้านการตลาด การผลิต การเงิน รวมถึงช่วยดูในระบบขนส่งให้  ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างครบวงจร โดยเป็นความร่วมมือในระยะ 5 ปี หากโครงการประสบผลสำเร็จอย่างดี อย่างจะมีการพิจารณาต่ออายุความร่วมมือกันต่อไป “ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าจํานวนกลุ่มเอสเอ็มอีกว่า 2 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี ขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชน มีความพร้อมในด้านผลิตภัณฑ์แต่ขาดความรู้ด้านการบริหารทางการเงิน การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือขาดโอกาส ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงิน เนื่องจากขาดความพร้อมด้านหลักฐานทางการเงิน เพื่อให้สามารถต่อยอดจากธุรกิจเอสเอ็มอี ขึ้นไปเป็นบริษัทหรือธุรกิจที่มีศักยภาพในอนาคตได้ ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐที่ให้ความสนับสนุนเอสเอ็มอีมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อรับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันไทยขาดจุดเชื่อมต่อในส่วนตรงนี้” นอกจากนี้ ยังได้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าค้ำประกันสินเชื่อให้ โดยได้รับเงินงบประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท และทางรัฐบาลจะจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าในปีแรกให้ อย่างไรก็ตามการเข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านเอสเอ็มอีเป็นเรื่องที่เร่งด่วน ช่วยผู้ประกอบการที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ จึงได้เกิดความช่วยเหลือดังกล่าวขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขอกู้จากธนาคารแล้วหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ ก็ยังมี บสย.ที่จะเป็นผู้ค้ำประกันให้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ออมสินผนึก 6 องค์กรช่วยเอสเอ็มอี

  • ททท.ดิ้นหารายได้ปี58ดันทะลุ 2.2ล้านล้าน

    ททท.ดิ้นหารายได้ปี58ดันทะลุ 2.2ล้านล้าน

    นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดการประชุมแผนปฏิบัติการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวปี58 ว่า ททท.ยังคงตั้งเป้าหมายให้ปี58 การท่องเที่ยวไทยมีรายได้เข้าประเทศ2.2 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจภายในประเทศ ภายหลังเศรษฐกิจด้านอื่นๆชะลอตัวลง โดยแผนหลักๆของปีนี้ จะเน้นจัดภายใต้แนวคิด ปีท่องเที่ยววิถีไทย เน้นจัดกิจกรรมใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่จะคืนความสุขให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว “ตอนนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยว ให้ได้ 2.2 ล้านล้านบาท อยู่แม้ปีนี้จะมีผลกระทบจากวิกฤตต่างๆ อยู่ โดยเราจะต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้ง การคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรป(อียู) และ ปัญหาปัจจัยภายในของไทยเองที่ยังไม่นิ่งนัก จากนี้ ททท.แต่ละตลาดจะต้องไปรื้อแผนตลาดเดิมออก และ เริ่มวิเคราะห์และวางแนวคิดใหม่ให้ตรงกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย” ขณะเดียวก็การทำตลาดระยะยาวจะดึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) ให้มากขึ้น เนื่องจากได้วิเคราะห์แล้วว่ามีแนวโน้มจะเติบโตและค่าใช้จ่ายต่อทริปสูง ซึ่งถือเป็นการเน้นตลาดคุณภาพมากกว่าด้านจำนวน นายสุวัตร สุทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่เติบโตต่อเนื่อง จึงต้องการให้ททท.  วิเคราะห์ตลาดท่องเที่ยวว่าแท้จริงแล้วทิศทางการท่องเที่ยวปัจจุบันเป็นอย่างไร แล้ววางแผนตอบโจทย์ให้ตรงเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ จะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มมากขึ้น  และยังเป็นการช่วยให้ทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวไม่เสื่อมโทรมเร็วเกินไป ++นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. กล่าวว่า แนวทางหลักปี 58 จะเร่งขยายฐานตลาดเอฟไอทีเพราะเป็นเทรนด์ตลาดที่มีสัดส่วนและแนวโน้มเติบโตสูง โดยปัจจุบันตลาดจีนมีสัดส่วนสูงถึง 54% เฉลี่ย 5 ปีโต 34.06%, ตลาดญี่ปุ่น มีถึง 79%, ตลาดเกาหลี 74%, ตลาดฮ่องกง 52% และตลาดไต้หวัน 72%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.ดิ้นหารายได้ปี58ดันทะลุ 2.2ล้านล้าน