Blog

  • ราคาทอง30มิ.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,600บาท

    ราคาทอง30มิ.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,600บาท

    วันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15:40 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,600 บาท รับซื้อ 19,814.12 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,200 บาท รับซื้อ 20,100 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,600 บาท รับซื้อ 19,814.12 บาท ทองแท่งขาย 20,200 บาท รับซื้อ 20,100 บาท เวลา 15:40 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,650 บาท รับซื้อ 19,859.60 บาท ทองแท่งขาย 20,250 บาท รับซื้อ 20,150 บาท เวลา 09:15 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง30มิ.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,600บาท

  • เอกชนห่วงส่งออกปีหน้าลำบาก

    เอกชนห่วงส่งออกปีหน้าลำบาก

     นายวัลลภวิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเป็นห่วงสถานการณ์การส่งออกไทยในปี58 อย่างมากเนื่องจากในวันที่ 1 ม.ค. 58 จะมีสินค้าไทย 723 รายการจะถูกตัดออกจากบัญชีสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของสหภาพยุโรป จากเดิมที่ถูกตัดสิทธิไปแล้ว50 รายการ ส่งผลให้ไทยต้องเสียเปรียบทางการแข่งขันการค้าแก่ประเทศคู่แข่งมากขึ้นเพราะไทยจะมีต้นทุนการส่งออกที่สูงขึ้นจากปัจจุบันที่สินค้า 723รายการได้รับการลดภาษีภายใต้สิทธิจีเอสพีอยู่ในระดับ 2-8% ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มเฉลี่ย 7-10% “แม้สิทธิพิเศษจีเอสพีจะไม่ได้ลดภาษีเป็น 0% แต่ก็ช่วยลดอัตราภาษีได้พอสมควรซึ่งมีผลต่อต้นทุนของผู้นำเข้า เช่น รองเท้าผ้าไบอัตราภาษีที่ได้จากจีเอสเพีอยู่ที่ 7.8%แต่เมื่อไม่มีสิทธิพิเศษจีเอสพีภาษีจะอยู่ที่ 17.8% ซึ่งถือว่าการแข่งขันหรือการส่งออกของไทยไปยุโรปโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นยาก”  นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหารสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาการส่งออกไทยหลังจากนี้จำเป็นต้องมุ่งมั่นไปยังตลาดอาเซียน จีน และอินเดีย ซึ่งแม้ว่าการส่งออกไปยังอาเซียนและจีนที่ผ่านมาจะมีตัวเลขส่งออกติดลบอย่างต่อเนื่องขณะที่การส่งออกไปยังอินเดียจะยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยแต่เป็นตลาดที่มีโอกาสและความต้องการสูง รวมถึงต้นทุนโลจิสติกส์ไม่สูงมากโดยเฉพาะประเทศอินเดียที่มีการพัฒนาท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งในเมืองท่าสำคัญดีขึ้นอย่างมากในขณะนี้   ส่วนมาตรการเช่น  ภาครัฐจำเป็นต้องสนับสนุนการดำเนินงานด้านตลาดของภาคเอกชนและลดต้นทุนการส่งออกโดยสนับสนุนงบประมาณและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์ที่สำคัญ    พร้อมทั้งมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการใหม่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าไทยให้มีความเข็มแข็งทั้งในส่วนของกระบวนการภายใน  พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการและผู้ประกอบการในประเทศเป้าหมายสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎระเบียบและสถานการณ์และพฤติกรรมการบริโภคภายในประเทศคู่ค้าเพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์และวางแผนทางธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์และการแข่งขันรวมถึงการแก้กฎระเบียบต่างๆ 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนห่วงส่งออกปีหน้าลำบาก

  • เอสเอ็มอีแห่หาเงินเสริมสภาพคล่อง

    เอสเอ็มอีแห่หาเงินเสริมสภาพคล่อง

    นายเกียรติอนันต์  ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เปิดเผยผลสำรวจเศรษฐกิจไทยในสายตาเอสเอ็มอีและการเข้าถึงแหล่งทุนว่า ในช่วงปี 55-57 มีธุรกิจไทยที่ประสบปัญหาสภาพคล่องและไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามปกติได้ 207,133 ราย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องหันไปกู้เงินนอกระบบจากกลุ่มก๊วนที่เล่นกอล์ฟ กลุ่มปั่นจักรยานยนต์กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น  รวมถึงการนำรถยนต์เครื่องใช้ในสำนักงาน ทองคำ ไปจำนำ และการรูดบัตรเครดิตมาเสริมสภาพคล่องเพื่อประคองกิจการให้อยู่รอดเนื่องจากหลายรายยังมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาต่อเนื่อง ทั้งนี้ยอมรับว่าการยืนเงินจากกลุ่มที่เล่นกอล์ฟและกู้จากนักการเมืองท้องถิ่นจะได้รับความนิยมอย่างมากและจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงหรือไม่เกิน7%  จากต่างการกู้นอกระบบทั่วไปที่ดอกเบี้ยเฉลี่ย14-15% เนื่องจากการเล่นกอล์ฟจะมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วส่วนใหญ่ผู้ให้กู้ก็จะนำเงินส่วนตัวมาให้และกู้กันเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านบาทต่อครั้ง  ส่วนนักการเมืองท้องถิ่นบางรายจะนำเงินส่วนตัวให้กู้แต่บางรายแอบนำงบประมาณจากโครงการต่างๆไปให้เอสเอ็มอีกู้ก่อนจากนั้นก็รีบนำเงินคืนเข้าโครงการ                

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอสเอ็มอีแห่หาเงินเสริมสภาพคล่อง