นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศอันดับการค้ามนุษย์ในประเทศอยู่ในระดับต่ำที่สุดอยู่ที่ เทียร์ 3 ว่า คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสี่ยงประเทศไทยค่อนข้างมาก แต่ทั้งนี้ ภาครัฐอยู่ระหว่างการชี้แจงเพื่อให้สหรัฐเข้าใจว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับบางอุตสาหกรรมเท่านั้นไม่ใช่ทุกภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ภาคเอกชนไทย นำโดยหอการค้าไทย อยู่ระหว่างการชี้แจงให้กับคู่ค้าต่างชาติโดยเฉพาะสหรัฐ เข้าใจสถานการณ์ว่า ที่ผ่านมาไทยได้ปรับปรุงแก้ไขอยู่แล้ว ดังนั้นต้องรอว่าประเทศคู่ค้าจะเข้าใจหรือไม่ซึ่งหากประเทศคู่ค้ามีความเข้าใจ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างแน่นอน “ประเทศไทยควรแก้ไขเรื่องการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นในบางอุตสาหกรรมอย่างจริงจังเพราะที่ผ่านมาไม่ได้แก้ไขเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งหากยกเรื่องนี้ขึ้นมาจัดการจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่พอตอนนี้เมื่อเกิดปัญหา ในยามที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจึงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ และอาจทำให้ภาคธุรกิจเกิดสะดุดได้ส่วนตอนนี้ผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกจะมากน้อยแค่ไหนนั้นคงยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน เพราะต้องรอดูท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐว่าจะเห็นชอบการปรับลดอันดับของไทยหรือไม่แต่ยอมรับการส่งออกของไทยจะขยายต่ำกว่า 4% อย่างแน่นอน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลดอันดับค้ามนุษย์กระทบชื่อเสียงประเทศ
Blog
-

ลดอันดับค้ามนุษย์กระทบชื่อเสียงประเทศ
Facebook Comments -

ประกวดสัญลักษณ์ร้านโชห่วย
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยว่ากรมฯ ได้มีแนวคิดที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านโชวห่วยไทยโดยได้จัดโครงการประกวดการออกแบบสัญลักษณ์โชวห่วย ซึ่งจะนำผลงานที่ชนะการประกวดมาใช้เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมกิจกรรมการค้าและการตลาดของกลุ่มเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเพื่อให้เป็นที่จดจำ และสร้างการยอมรับให้กับผู้บริโภคที่เมื่อเห็นสัญลักษณ์นี้แล้ว ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นร้านโชวห่วยของคนไทย ทั้งนี้ ในปัจจุบันร้านโชวห่วยของคนไทยมีอยู่ทั้งในหมู่บ้าน ตลาดสด ชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล และแม้จะใกล้ชิดกับคนไทยมากแต่ก็ยังไม่มีสักลักษณ์ที่ทำให้ผู้บริโภครับรู้ได้ชัดเจนว่าเป็นร้านโชวห่วยของคนไทยไม่เหมือนกับร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น แฟมิลี่ มาร์ท 108 ช็อป ลอสันหรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่ย่อส่วนลงมาอย่างโลตัส เอ็กซ์เพรส มินิบิ๊กซีที่พอเห็นสัญลักษณ์ก็รู้ว่าเป็นร้านค้าปลีกซึ่งจะต้องทำให้ผู้บริโภคเห็นสัญลักษณ์แล้ว รู้ว่าเป็นร้านค้าปลีกของคนไทยจึงเป็นที่มาของการจัดประกวดสัญลักษณ์ในครั้งนี้ “กรมฯ ขอเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมปลายและนักศึกษาระดับอาชีวะศึกษาทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวดโดยสามารถส่งผลงานได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. ผลงานที่ชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษาเป็น 100,000 บาท และมีรางวัลชมเชย 3 รางวัลได้ทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาทซึ่งจะประกาศผลในวันที่ 9 ก.ค.นี้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประกวดสัญลักษณ์ร้านโชห่วยFacebook Comments -

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับจีดีพีใหม่โต 2.3%
นางพิมลวรรณมหัจฉริยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่าได้ปรับจีดีพีปีนี้ใหม่ คาดว่าจะโต 2.3% จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 1.8% เป็นผลมาจากนโยบายเศรษฐกิจภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช.จะช่วยผลักดันให้จีดีพีขยายตัว 1-1.5% ทั้งในเรื่องมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการจ่ายเงินคืนรับจำนำข้าวให้กับชาวนาในวงเงิน92,000 ล้านบาท การช่วยเหลือเกษตรกรด้านปัจจัยการผลิต การเร่งอนุมัติโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอที่ผ่านมา120,000 ล้านบาท จากโครงการทั้งหมด 700,000 ล้านบาทและการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 รวมถึงการจัดทำงบประมาณปี 58 สำหรับการส่งออกในปีนี้จะโตประมาณ 3% จากเดิม5% เพราะในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาการฟื้นตัวของส่งออกยังไม่ชัดเจน เนื่องจากสินค้าเกษตรไทยส่งออกลดลง เช่น ยางพาราปริมาณผลผลิตและสต็อกสินค้าของคู่ค้าอยู่ในระดับสูงทำให้ลดการนำเข้า ส่วนกุ้งของไทยเจอปัญหาโรคตายด่วน และการที่สหรัฐอเมริกาประกาศลดอันดับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยไปอยู่ระดับ3 ซึ่งเป็นระดับจับตาสูงสุดจะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยทางอ้อมโดยต้องจับตาใกล้ชิด เนื่องจากเป็นการซ้ำเติมธุรกิจส่งออกของไทยโดยเฉพาะกุ้ง ประมง และอาหารไทย รวมทั้งปัญหาที่ไทยจะถูกตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรในปีหน้า ขณะที่ข้าวถูกตัดราคาจากคู่แข่งทั้งอินเดียและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม มีความเป็นห่วงสงครามอิรัก ทำให้น้ำมันดิบในตลาดดูไบจากที่เคยอยู่ระดับ 105 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 110-111 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลที่จะส่งผลกระทบระยะสั้นต่อภาวะเงินเฟ้อ เพราะจะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้จีดีพีลดลง0.6% นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้แม้ว่าส่งออกไทยมีความเสี่ยงบ้าง ส่วนการลงทุนแม้ว่าติดลบ 1.2%ยังดีกว่าปีก่อนที่ติดลบ2.2% แต่ถ้าเหตุการณ์ในอิรักยืดเยื้อและน้ำมันดิบยืนอยู่ระดับราคา120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเป็นเวลา 1 เดือนจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.6% ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง รวมทั้งส่งออกของไทย และทำให้เงินเฟ้อสูงกว่า 2.6% มีผลทำให้จีดีพีต่ำกว่า2% หรือโตเพียง 1.8% ตามประมาณการเดิม แต่เชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤติส่วนปัญหาเทียร์ 3 และการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีกระทบจีดีพีไม่ถึง 1%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับจีดีพีใหม่โต 2.3%Facebook Comments