Blog

  • ราคาทอง19มิ.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,050บาท

    ราคาทอง19มิ.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,050บาท

    วันที่ 19 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12:00 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,268.36 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,650 บาท รับซื้อ 19,550 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,268.36 บาท ทองแท่งขาย 19,650 บาท รับซื้อ 19,550 บาท เวลา 12:00 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,222.88 บาท ทองแท่งขาย 19,600 บาท รับซื้อ 19,500 บาท เวลา 09:36 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง19มิ.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,050บาท

  • ไทยคม-นกแอร์เปิดไว-ไฟบนเครื่องบิน ส.ค.นี้

    ไทยคม-นกแอร์เปิดไว-ไฟบนเครื่องบิน ส.ค.นี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ไทยคม เตรียมเปิดให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมบนเครื่องบินเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยการนำสัญญาณดาวเทียมศักยภาพสูงของไทยคม เชื่อมต่อระบบการสื่อสารในระบบ Wi-Fiมาตรฐานระดับโลก  บนสายการบินนกแอร์ ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารในหลากหลายเส้นทางบินโดยเตรียมเปิดให้บริการเชื่อมต่อ Wi-Fi อินเตอร์เน็ตบนเครื่องบินในเดือนสิงหาคมนี้และเตรียมเปิดตัวบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมบนเครื่องบินในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมอีกในอนาคต นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม เปิดเผยว่า การให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมบนเครื่องบิน  เป็นบริการที่กำลังเติบโตและเป็นที่ต้องการทั้งในอุตสาหกรรมดาวเทียมและสายการบิน ความร่วมมือกับนกแอร์ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการดำเนินตามแผนกลยุทธ์ “New Frontiers” ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารผ่าน ความร่วมมือในการเปิดให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมบนสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้จะช่วยสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีให้กับผู้โดยสารของนกแอร์ในเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ การเปิดให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมบนเครื่องบินในครั้งนี้ไทยคมได้ร่วมมือกับโรว์ 44 บริษัทในเครือ โกลบอล อีเกิ้ล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์และระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมบนเครื่องบิน   โดยสายการบินนกแอร์จะมอบบริการพิเศษดังกล่าวให้กับผู้โดยสารในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์เพื่อการใช้งานอินเตอร์เน็ตและการรับชมรายการเพื่อความบันเทิงต่างๆด้วยความเร็วสูงระดับ 3G ซึ่งช่วยเพิ่มสุนทรียภาพระหว่างการเดินทางโดยมีแผนขยายการให้บริการครอบคลุมเส้นทางบินในภูมิภาคเอเชียผ่านการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมไทยคม นายพาที สารสินประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า   นกแอร์ได้เพิ่มบริการสื่อสารในระบบ Wi-Fiผ่านดาวเทียมบนเครื่องบิน เพื่อเป็นอีกหนึ่งบริการพิเศษที่มอบให้กับผู้โดยสารของนกแอร์เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสารโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องมีการเชื่อมต่อการสื่อสารอยู่ตลอดเวลาการเปิดบริการสื่อสารในระบบ Wi-Fi ผ่านดาวเทียมบนเครื่องบินในครั้งนี้จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ให้นกแอร์เป็นสายการบินที่มีความโดดเด่นทันสมัยหลังจากที่นกแอร์ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ในบริเวณประตูทางออกขึ้นเครื่องของสนามบินดอนเมืองไปก่อนหน้านี้   ในช่วงแรก นกแอร์จะเริ่มเปิดบริการเฉพาะเที่ยวบินภายในประเทศ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยคม-นกแอร์เปิดไว-ไฟบนเครื่องบิน ส.ค.นี้

  • นักวิชาการแนะให้ความสำคัญต่ออาคารเสี่ยงภัย

    นักวิชาการแนะให้ความสำคัญต่ออาคารเสี่ยงภัย

    จากเหตุการณ์คลื่นลมแรงในบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันอย่างต่อเนื่องซึ่งบางครั้งคลื่นสูงถึง 5 เมตร ได้ทำลายกำแพงกันน้ำตามแนวชายฝั่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะมีเหตุสึนามิซ้ำสองหรือไม่ผนวกกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ที่ อ. พาน จังหวัดเชียงรายที่ผ่านมาทำให้เกิดมีข่าวแพร่กระจายว่าจะเกิดสึนามิอีกครั้งในไม่ช้านี้ส่งให้สาธารณชนเกิดความตระหนกนั้น รองศาสตราจารย์ ดร. อมร พิมานมาศรองเลขาธิการสภาวิศวกร และอาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ในฐานะนักวิจัยโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า คลื่นลมดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งมีกำลังแรงในช่วงเวลานี้ทำให้เกิดคลื่นลมแรงและกระทบต่อชายฝั่งเท่านั้นแต่ไม่มีมวลน้ำไหลทะลักเข้ามาในพื้นดินดังเช่น สึนามิทั้งนี้สึนามิเกิดจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเลหรือมหาสมุทรเท่านั้นดังนั้นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในภาคเหนือหรือในพม่าซึ่งเป็นแผ่นดินไหวบนบกจึงไม่ทำให้เกิดสึนามิในทะเลได้ และแผ่นดินไหวในทะเลจะต้องมีขนาดใหญ่เกิน 7ริกเตอร์ขึ้นไปจึงจะทำให้เกิดสึนามิได้ แต่เป็นเพียงสึนามิขนาดเล็กที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หากเป็นสึนามิที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชายฝั่งทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนได้นั้น ต้องมีขนาดเกิน 8 ริกเตอร์ขึ้นไป รศ.ดร.อมร  ระบุว่า แผ่นดินไหวที่จะทำให้เกิดสึนามิได้นั้นต้องเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดจากการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกแล้วทำให้พื้นทะเลยกตัวขึ้นในแนวดิ่ง ผลักให้มวลน้ำมหาศาลซัดเข้าหาชายฝั่ง เช่นแผ่นดินไหวขนาด 9.1 ริกเตอร์ ในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2547ส่วนแผ่นดินไหวในทะเลซึ่งเกิดขึ้นจากการเลื่อนไถลของรอยเลื่อนหรือเปลือกโลกในแนวราบจะไม่ทำให้เกิดสึนามิสำหรับประเทศไทยบริเวณที่เสี่ยงต่อสึนามิ คือ ชายฝั่งทะเลอันดามันเนื่องจากอยู่ใกล้แนวที่แผ่นเปลือกโลกมุดตัวเข้าหากันในมหาสมุทรอินเดียซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลอันดามันไปเพียง 500-1000 กิโลเมตร เท่านั้นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่ ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูลและหมู่เกาะในทะเลอันดามัน เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้นเพราะแนวมุดตัวของเปลือกโลกยังมีพลังอยู่ จึงต้องระวังอาจเกิดสึนามิซ้ำได้อีกส่วนบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยมีความเสี่ยงจากสึนามิน้อยมากเนื่องจาก ไม่พบรอยเลื่อนขนาดใหญ่ อยู่ห่างไกลจากแนววงแหวนไฟแปซิฟิกหลายพันกิโลเมตร   อย่างไรก็ตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทยมีความเสี่ยงต่อคลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่ง(สตอร์มเสิร์จ) ซึ่งเกิดจากลมพายุ ซึ่งไม่ใช่คลื่นสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวทั้งนี้แผ่นดินไหวไม่สามารถแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าได้เหมือนสึนามิ โดยหากเกิดสึนามิขึ้นในมหาสมุทรอินเดียจะมีเวลาแจ้งเตือนภัยประมาณ 1-3 ชั่วโมง ขึ้นกับจุดที่เกิดเหตุในทะเลดังนั้นประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามันซึ่งจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสึนามิจะต้องให้ความใส่ใจกับการแจ้งเตือนสึนามิจากทางการอยู่ตลอดและเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นต้องรีบถอยห่างจากชายฝั่งทันทีแล้วมุ่งสู่ที่ปลอดภัยซึ่งหมายถึงที่สูงซึ่งน้ำท่วมไปไม่ถึง ประชาชนจึงควรศึกษาเส้นทางหนีภัยและซักซ้อมการหลบภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับเส้นทางหลบภัยสำหรับการก่อสร้างอาคารในเขตเสี่ยงภัยสึนามิจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยมีแนวทางปฏิบัติประกอบด้วย 1.หลีกเลี่ยงการก่อสร้างอาคารในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยตามแนวชายฝั่งในระยะ 3-4 กิโลเมตรหากจำเป็นต้องก่อสร้างควรก่อสร้างอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแรง 2.ควรเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่ควรก่อสร้างอาคารไม้หรือโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาเพราะอาจจะถูกคลื่นพัดพาลอยไปตามกระแสน้ำได้ง่าย3. ฐานรากควรเป็นเสาเข็ม หรือฐานรากแผ่ที่ฝังในชั้นดินที่แข็งแรงเพื่อให้อาคารยึดกับฐานรากอย่างมั่นคงไม่ลอยไปตามกระแสน้ำหากเป็นฐานรากแผ่จะต้องฝังฐานรากให้ลึกลงไปใต้ระดับดินเดิมอย่างน้อย 1.5 เมตรถ้าวางตื้นกว่านั้น มีโอกาสที่คลื่นจะกัดเซาะดินใต้ฐานรากออกไปทำให้อาคารทรุดพังหรือล้มได้ 4.ชั้นล่างของอาคารควรปล่อยให้เป็นที่โล่งเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้โดยสะดวกไม่ควรก่อกำแพงมาต้านทานแรงดันน้ำเด็ดขาด เพราะมวลน้ำที่ทะลักเข้ามามีปริมาณมหาศาลแต่ควรใช้วิธีการลดแรงดันน้ำโดยปล่อยให้น้ำไหลผ่านตัวอาคารไปได้อย่างสะดวกแทนโดยไม่พัดพาเอาตัวบ้านไปด้วย 5. ไม่ควรก่อสร้างห้องใต้ดินเนื่องจากอาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ยินการแจ้งเตือนภัยสึนามิและเป็นสถานที่ที่มีโอกาสถูกน้ำท่วมได้ง่าย 6. การก่อสร้างควรใช้ระบบเทในที่ และหลีกเลี่ยงการใช้พื้นสำเร็จรูปเพราะพื้นอาจหลุดออกจากโครงสร้างหลักได้ง่าย7. ควรใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีในการก่อสร้าง เนื่องจากการก่อสร้างใกล้ชายทะเลเหล็กเสริมอาจเป็นสนิมได้ง่าย ทำให้อายุการใช้งานของอาคารสั้นลง 8. ชิ้นส่วนต่าง ๆของโครงสร้างควรยึดกันอย่างมั่นคง โดยอาศัยเหล็กเสริมยึดชิ้นส่วนต่าง ๆเข้าด้วยกัน 9.ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำสำหรับรูปแบบและการก่อสร้างอาคารทั่วไปที่เหมาะสมในเขตเสี่ยงภัยสึนามิระดับปานกลาง  พ.ศ. 2551 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิชาการแนะให้ความสำคัญต่ออาคารเสี่ยงภัย