นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงแนวทางที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. อยากให้ใช้ยาแรงในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น โดยการประกาศยกเลิกธนบัตรเดิม และบังคับให้ผู้ครอบครองเงินสดนำธนบัตรเก่ามาแลก เปลี่ยนธนบัตรชุดใหม่เพื่อให้สถาบันการเงินตรวจสอบลูกค้า เพื่อแก้ปัญหาเงินที่ได้จากการคอร์รัปชั่นว่า ธปท.ยังไม่ได้รับการติดต่อจากคสช. แต่เบื้องต้นประเมินว่า หากมีการเปลี่ยนธนบัตรใหม่จะส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างแน่นอน โดยเฉพาะต้นทุนการพิมพ์ธนบัตรชุดใหม่ และการปรับตัวของประชาชน ส่วนผลกระทบในเชิงลึก ขณะนี้ยังไม่ได้มีการศึกษาในรายละเอียด “การเปลี่ยนชุดธนบัตรใหม่ เพื่อทดแทนชุดเดิมนั้น ที่ผ่านมา ธปท.ดำเนินการอยู่แล้วในกรณีที่ธนบัตรชำรุด แต่หากในกรณีดังกล่าวคือยกชุดใหม่หมดนั้น ถ้ากรณีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศที่พบ คือ พิมพ์ธนบัตรใหม่เพื่อทดแทนธนบัตรเดิมที่ด้อยค่า เสื่อมสภาพ หรือมีการปลอมแปลงง่ายจนกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศ มูลค่าธนบัตรที่มีการใช้หมุนเวียนนั้นมีมูลค่าเสื่อมลง เป็นต้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.หวั่่นพิมพ์ธนบัตรใหม่กระทบวงกว้าง
Blog
-

ธปท.หวั่่นพิมพ์ธนบัตรใหม่กระทบวงกว้าง
Facebook Comments -

อัญชลีลาออกปธ.บอร์ดกฟผ.
นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร เปิดเผยว่า วันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมาตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บอร์ด กฟผ.) แล้ว เพื่อเปิดทางให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทำการปฏิรูปพลังงานทั้งระบบตามนโยบาย โดยยืนยันว่าไม่ได้ถูกกดดัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอัญชลี ได้รับการแต่งตั้งโดยมติครม. วันที่ 12 ก.พ. 56 โดยนางอัญชลี จบการศึกษาจากวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นรุ่นน้อง และมีความสนิทสนมกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ในขณะนั้น ก่อนหน้านี้ประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานคือ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็ได้ยื่นหนังสือลาออก มีผล 16 มิ.ย. รวมถึงบริษัทลูก นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้ส่งหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งลาออกเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา รวมทั้งนายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานกรรมการ บมจ.ไออาร์พีซี ได้ลาออกจากประธานบอร์ดแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อัญชลีลาออกปธ.บอร์ดกฟผ.Facebook Comments -

โทรคมนาคมไทยยังโต แม้คสช.สั่งชะลอประมูล4จี
วันนี้(19มิ.ย.)นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์ด้านไอซีทีอาวุโส บริษัท ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวนองค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกกล่าวว่า ในปี 2556 รายได้จากอุตสาหกรรมคมนาคมคิดเป็น 10%ของจีดีพีของประเทศ ดังนั้นการพัฒนาระบบการสื่อสารโทรคมนาคมแห่งชาติจึงเป็นเรื่องของการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยปัจจุบัน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของคนไทยมีเพียง25%จากครัวเรือนทั้งหมดถือว่ายังมีโอกาสเติบโตสูงทั้งด้านโทรคมนาคมแบบมีสายและไร้สายซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สำหรับตลาดคอนซูเมอร์ปัจจุบัน ต่างชาติได้เข้ามามีบทบาทมากไม่ว่าจะเป็น ChinaMobile (TRUE), Telenor (DTAC) หรือSingtel(AIS) ทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างเข้มข้นมากขึ้นนอกจากนี้ความต้องการในการใช้งานของผู้บริโภคก็มากขึ้นโดยปัจจัยที่คอยขับเคลื่อนคือปริมาณการใช้งานด้านดาต้าและ โซเชียลมีเดีย รวมถึงวีดีโอคอนเทนต์ต่างๆ โดยปริมาณการใช้งานโทรศัพท์มือถือมีสูงถึง130%ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่มีเพียง 32%เท่านั้นที่เป็นสมาร์ทโฟน ในส่วนของตลาดองค์กร(Enterprise)ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมากเนื่องจากประเทศไทยมีความต้องการในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและต้องการเป็นศูนย์กลาง(Hub)ในภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งหากต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแน่นอนว่าต้องมีการลงทุนที่ชัดเจนตามโรดแมพ ยุทธศาตร์ของประเทศ ซึ่งในปัจจันตลาดองค์กรได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องสังเกตได้จากกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องอาทิ ดาต้า เซนเตอร์,Network Connectivity ที่มีอัตราการเติบโตสูงในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้นักวิเคราะห์จากฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวนยังได้เสนอแนะแนวทางการเดินหน้าอุตสาหกรรมโทรคนาคมไทยดังนี้ ระยะสั้น(1-2ปี)หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีการสั่งชะลอ 4โครงการหลัก(4G1800 Mhz, 4G 900 Mhz, USO, และคูปองดิจิตอลทีวี)เพื่อพิจารณาการใช้งบประมาณนั้นควรรีบดำเนินการอย่างรวดเร็วและควรให้มีข้อสรุปภายในไตรมาส3/57โดยฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวนคาดการณ์ว่าการชะลอโครงการทั้ง 4โครงการจะก่อให้เกิดความเสียหายในด้านโอการทางธุรกิจประมาณ4พันล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1พันล้านบาทในด้านการลงทุนและ 3พันล้านบาทในด้านประสิทธิภาพการผลิตและการทำงาน ดังนั้นจึงควรวางกลยุทธ์ให้ชัดเจนในการดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาทิ บรอดแบนด์ เป็นต้นเพื่อมุ่งเน้นการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของคนไทยให้มากขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเช่อมั่นให้กลุ่มธุรกิจและการลงทุนรวมถึงยังเป็นพื้นฐานการศึกษาให้กับประชาชนที่อยู่ห่างำกลและสามารถตอบโจทย์ความต้องการขั้นพื้นฐานของประชากรอีกด้วย ระยะกลาง(3-4ปี)การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคจะมีความสำคัญมากซึ่ง การวางโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมที่ดีจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้น ในช่วง 3-4ปีนี้การพัฒนาจึงควรมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคอินโดจีน โดยเฉพาะ ConnectionBackbone ที่เชื่อมต่อระหว่างระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ ส่วนระยะยาวถ้าประเทศไทยสามารถเดินไปข้างหน้าได้ตามกลยุทธ์ที่วางไว้เราจะมีความพร้อมในด้านการเป็นlogisticsและtechnologyhub แห่งหนึ่งในภูมิภาคดังนั้นการพัฒนาจึงควรเป็นไปในแนวทางที่เพิ่มประสิทธิภาพและเป็นการประยุกต์ใช้ในแต่ละverticalsเช่นภาคการเกษตรหรือสาธารณสุข ที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย “การที่คสช.ได้สั่งทบทวนโครงการของกสทช.จะมีผลกระทบโดยรวมในระยะสั้นๆเพราะเป็นเพียงคำสั่งทบทวนมิใช่คำสั่งยกเลิก อย่างไรก็ตามคิดว่า 4GและUSOต้องเกิดขึ้นแน่นอนเพราะเป็นส่วนสำคัญในแผนการพัฒนาประเทศและเป็นเครื่องยืนยันถึงนโยบายในการพัฒนา”นายธีระ กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โทรคมนาคมไทยยังโต แม้คสช.สั่งชะลอประมูล4จีFacebook Comments