นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่าร.ฟ.ท.พร้อมให้คณะกรรมการ คตร.ตรวจการดำเนินโครงการจัดหารถรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์115 คัน และโครงการจัดหารถจักร 126 คัน โดยขณะนี้ทั้ง 2โครงการเพิ่งมีการลงนามสัญญาไปเพียงสัญญาเดียว คือ การจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้าน้ำหนักกดเพลา20 ตันต่อเพลา จำนวน 20 คัน พร้อมอะไหล่ วงเงิน 2,130 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้ลงนามกับบริษัทป่าไม้สันติ จำกัด ไปเมื่อเดือนมิ.ย.56ที่ผ่านมา และเริ่มทยอยรับมอบหัวรถจักรรอบแรก1-2 หัว ในเดือนก.ค.จนถึงสิ้นปี เพื่อนำไปใช้บริการรับขนส่งสินค้า ส่วนโครงการที่เหลือ จะมีการประกวดราคาจัดซื้อหัวรถจักรใหม่อีก50 คัน โดยขณะนี้กำลังตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประกวดอยู่ ซึ่งถือเป็นการเปิดประกวดราคารอบสองหลังจากรอบแรกผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่ผ่านการคัดเลือกด้านคุณสมบัติ ส่วนโครงการจัดหารถรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์115 คัน ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้มีการเปิดประมูลด้วยระบบอีออคชั่นและได้ผู้ชนะแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงนามอย่างเป็นทางการเพราะต้องรอการตรวจสอบรายละเอียดเอกสาร และระเบียบต่างๆ อีกครั้งก่อนลงนาม “ยืนยันว่าการเข้ามาตรวจสอบไม่ได้เป็นโครงการที่น่าสงสัยแต่เป็นเพราะเป็นโครงการที่มีงบประมาณสูงเกิน 1 พันล้าน ทาง คตร.จึงเข้ามาช่วยดูรวมถึงหากติดปัญหาอุปสรรคใดก็จะช่วยมาทำให้เร็วขึ้น” นายประภัสร์กล่าวต่อว่า ร.ฟ.ท.ยังเสนอที่ประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาอนุมัติกรอบเงินกู้8,800 ล้านบาท โดยเป็นการกู้ขอ ร.ฟ.ท.เพื่อนำใช้เป็นสภาพคล่องหมุนเวียนสำหรับใช้เป็นค่าจ้างเงินเดือน การจ่ายให้ผู้รับเหมา เป็นต้น ซึ่งอยู่ในส่วนของงบประมาณประจำปี 57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รฟท.พร้อมให้ตรวจสอบ
Blog
-

รฟท.พร้อมให้ตรวจสอบ
Facebook Comments -

ตลาดอสังหาริมทรัพย์สะท้านหนัก
นายวิทการจันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัทเอพี (ไทยแลนด์)จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่าในช่วงที่มีกระแสข่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะกวาดล้างปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้นได้ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทพอสมควรเช่นกันเพราะทำให้แรงงานต่างด้าวของบริษัทตื่นตกใจอพยพกลับบ้านจำนวนมากซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนเตรียมแก้ปัญหาดังกล่าวโดยคงต้องทำความเข้าใจกันรวมทั้งวางแผนการบริหารจัดการด้านแรงงานให้ดีขึ้นเช่น ไม่เปิดงานหน้ากว้างที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากพร้อมกันแต่จะเน้นการก่อสร้างทีละจุดเป็นต้น “พอข่าวออกมาแรงงานในไซด์งานตื่นตระหนกมากบริษัทก็ใจหายตามไปด้วยแม้ว่าแรงงานส่วนใหญ่จะเป็นของผู้รับเหมาก็ตามและคาดว่าสัปดาห์หน้าจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนเพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ประเทศไทยต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวเป็นหลักเนื่องจากแรงงานไทยมีไม่พอแล้วทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนออกมาว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร” อย่างไรก็ดีตั้งแต่หลังมีการรัฐประหารปรากฎว่ามีผู้สนใจซื้อบ้านเข้ามาดูโครงการต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม หลังจากช่วง6เดือนที่ผ่านมาตลาดหดตัวไปกว่า 40%นับเป็นสัญญาณที่ดีว่าผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจแล้วจากนี้ไปหากสถานการณ์ทางการเมืองไม่มีความวุ่นวายเดือนก.ย.มีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเชื่อว่าจะยิ่งทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตขึ้นแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดอสังหาริมทรัพย์สะท้านหนักFacebook Comments -

จัดเก็บรายได้ 8 เดือนหลุดเป้า 9.3 หมื่นล้านบาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การจัดเก็บรายได้รัฐบาล ช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 57 จัดเก็บรายได้สุทธิทั้งสิ้น 1.36 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 93,286 ล้านบาท หรือ 6.4% โดยสาเหตุสำคัญมาจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงส่งผลให้ผลประกอบการของภาคเอกชนไม่ขยายตัวเท่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทำให้การยื่นชำระภาษีจากกำไรสุทธิของผลประกอบการรอบปีบัญชี 56 (ภ.ง.ด.50) ต่ำกว่าเป้าหมาย รวมทั้งกำหนดวันสุดท้ายของการชำระภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเป็นวันหยุดราชการ ทำให้รายได้ส่วนหนึ่งเหลื่อมไปในเดือนมิ.ย.57 ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้รัฐบาลช่วง 8 เดือนต่ำกว่าเป้าหมาย โดยภาษีที่จัดเก็บจากฐานการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าและอากรขาเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของมูลค่าการนำเข้าที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจและการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นที่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แบ่งเป็น รัฐวิสาหกิจ นำส่งรายได้ที่ 25,821 ล้านบาท, หน่วยงานอื่น นำส่งรายได้ 13,705 ล้านบาท“แม้ว่าการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัวลง รวมทั้งนโยบายในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่คาดว่าเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาขยายตัวได้ รวมทั้ง กรมจัดเก็บภาษีทั้ง 3 กรมได้มีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดเก็บรายได้ 8 เดือนหลุดเป้า 9.3 หมื่นล้านบาทFacebook Comments