Blog

  • ร้อง กทปส.เร่งแจกคูปองทีวีดิจิตอลช้าทำผู้ประกอบการเสียหาย 2,500 ลบ./เดือน

    ร้อง กทปส.เร่งแจกคูปองทีวีดิจิตอลช้าทำผู้ประกอบการเสียหาย 2,500 ลบ./เดือน

    วันนี้( 5 มิ.ย.)ที่ตึกไอทาวเวอร์ ถนนวิภาวดีรังสิต สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ร่วมกลุ่มกับ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจำนวน 24 ช่องเข้ายื่นหนังสือต่อ คณะกรรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) โดยมีนายภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด รองผู้อำนวยการฝ่ายผลิต นสพ.เดลินิวส์ และกรรมการ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด ในนาม นิวทีวี ช่อง 18 ร่วมเข้ายื่นหนังสือด้วยโดยนางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เปิดเผยว่า สำหรับการยื่นหนังสือเพื่อเร่งรัดให้ดำเนินการแจกคูปองเงินสดส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์ดิจิตอลให้เร็วที่สุดและเร่งรัดการขยายโครงข่ายดิจิตอลให้เป็นไปตามกำหนดเงื่อนไข เนื่องจากขณะนี้มีความล่าช้าส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลและผู้บริโภคได้รับความเดือนร้อน เพราะเข้าสู่ช่วงการออกอากาศแล้วแต่ประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับชมเพราะรอรับการแจกคูปองโดยมองว่าคูปองควรจะถึงมือผู้บริโภคได้ประมาณช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้“มองว่าการแจกคูปองเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดเนื่องจากผู้บริโภคสามารถนำเอาไปแลกได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นกล่องเซต ทอปบ็อกซ์ พร้อมเสาอากาศ ทีวีที่รับสัญญาณรับดิจิตอลภายในเครื่อง และการนำไปแลกซื้อกล่องระบบดาวเทียมและเคเบิลทีวี และที่สำคัญผู้บริโภคต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากจนเกิดเป็นภาระต่อผู้บริโภคเอง โดยราคาที่มองว่าเหมาะสมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาท ในขณะเดียวไม่เห็นด้วยที่จะนำไปเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้ามากยิ่งขึ้นผู้ประกอบการดิจิตอลจะลำบาก เนื่องจากใช้เงินลงทุนไปจำนวนมาก ดังนั้นการแจกคูปองให้รวดเร็วจะเป็นส่วนสำคัญที่ให้ผู้บริโภคได้รับชมข่าวสารทั่วถึง”นางจำนรรค์ กล่าวด้านนายสุภาพ คลี่กระจาย ประธานชมรมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล เปิดเผยว่า หากคูปองออกช้าจะกระทบต่อทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่องแน่นอน เนื่องจากผู้บริโภคภาคพื้นดินไม่สามารถรับชมได้มีเฉพาะแต่ผู้บริโภคที่รับชมผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิลตามประกาศกิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป(มัสต์แครี่ )เท่านั้น ส่งผลธุรกิจโฆษณาเกิดรายได้ไม่มาก ดังนั้นการแจกคูปองจะเป็นหัวใจสำคัญในการรับชมทีวีดิจิตอล จึงขอความกรุณาคณะกรรมการกองทุนฯในการพิจารณาเร่งรัดกระบวนการเนื่องจากหากล่าช้าผู้ประกอบการจะยิ่งแย่ลงนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี กล่าวว่า หากราคากล่องออกมาล่าช้าจะเกิดปัญหาและมีความเสียหายจำนวนมากซึ่งควรแล้วเสร็จในช่วง ก.ค.-ส.ค.เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดเมื่อคำนวนความเสียหายแล้วจะพบว่า ในช่องความคมชัดสูง(เอชดี)จะเสียหาย 1,000 ล้านบาทต่อ เดือน ช่องสแตนดาสวาไรตี้(เอสดี) เสียหาย700 ล้านบาทต่อเดือน ช่องข่าว เสียหาย500 ล้านบาทต่อเดือน และช่องเด็ก 300ล้านบาทต่อเดือน รวม 2 4ช่องจะสร้างความเสียหายทั้งหมด 2,500 ล้านบาทต่อเดือนในขณะเดียวกันคณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือขอส่งข้อมูลชี้แจ้งเพิ่มเติมราคาคูปองว่าเป็นไปตามที่ได้ศึกษาว่าราคากล่องเซต ทอป บ็อกซ์รุ่น ดีวีบี ที 2 รวมเสาอากาศควรอยู่ที่ราคาไม่เกิน 512 บาท การกำหนดราคาคูปอง 1,000 บาทจะทำให้เกิดปัญหาดึงราคากล่องในตลาดให้สูงขึ้นและเอื้อต่อผู้ผลิตกล่องจะก่อให้เกิดความเสียหายและขอให้ยกเลิกการแจกคูปองสำหรับการแลกซื้อกล่องดาวเทียมและเคเบิลรวมถึงทีวีดิจิตอลที่รับสัญญาณในเครื่องเพราะส่งผลให้เกิดปัญหาขยะอิเลคโทรนิกส์.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ร้อง กทปส.เร่งแจกคูปองทีวีดิจิตอลช้าทำผู้ประกอบการเสียหาย 2,500 ลบ./เดือน

  • ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบา

    ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบา

    โตชิบา เตรียมนำระบบ เวอร์ชวล ฟิตติ้ง  (Virtual Fitting )  หรือการลองแบบเสมือนจริง   ให้บริการภายในปีนี้หลังทดลองใช้ในญี่ปุ่นได้รับความนิยมจากลูกค้า เพราะง่าย สะดวกสบาย ลองได้หลากหลาย และประหยัดเวลา นายชิเกคิ  ยาจิ  ผู้จัดกลุ่มการวางแผนธุรกิจ โตชิบาโซลูชั่น คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะนำระบบเวอร์ชวล ฟิตติ้ง หรือ Virtual Fitting ซึ่งเป็นการลองแบบเสมือนจริง ให้บริการอย่างเป็นทางการ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557  ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสาธิตระบบในร้านเสริมสวย ในญี่ปุ่นโตชิบาจะนำระบบเข้าสู่การใช้จริงในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตลาดว่า เปิดให้บริการในประเทศใดบ้าง  คาดว่า จะสามารถช่วยให้ร้านค้าต่าง ๆ อาทิ  ออนไลน์ ร้านสินค้าแฟชั่น และร้านขายปลีกมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้นผลจากการทดสอบการบริการในเบื้องต้น พบว่า  ลูกค้าของร้านเสริมสวยคากิโมโต้ซาลอน ซึ่งเป็นร้านทำผมและแต่งหน้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ชื่นชอบการให้บริการลองเสื้อผ้าแบบเสมือนจริงมาก เพราะสามารถดูว่า รูปลักษณ์ของพวกเธอจะออกมาอย่างไร ในชุดแฟชั่นและทรงผมใหม่ ๆ หรือจะผสมผสานการแต่งตัว  ก่อนการตัดสินใจซื้อจริงระบบการลองแบบเสมือนจริง พัฒนาโดยโตชิบา จะให้บริการตั้งแต่เมื่อลูกค้าเข้ามา ในร้าน  โดยลูกค้าจะได้รับแท็บเล็ตเพื่อเลือกแบบแฟชั่นล่าสุดที่มีมากกว่า 100 แบบ  พร้อมกับทดสอบแบบสีผมและตอบคำถามเกี่ยวกับสีที่สะท้อนบุคลิกภาพของลูกค้าว่า จะเป็นสีของฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาว จากนั้น ช่างทำสีผมของซาลอนจะให้คำแนะนำการเลือกสไตล์ และเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผมเมื่อลูกค้าทำผมเสร็จ เข้าสู่ขั้นต่อไปของการลองเสื้อผ้า ลูกค้าจะยืนหน้าจอแสดงขนาดเท่าของจริง กล้องที่มีความละเอียดสูงจะถ่ายภาพ  แบบเสื้อผ้าที่ถูกเลือกจะถูกถ่าย และวางในระบบ  โดยที่ภาพที่ออกมาจะดูเสมือนจริง ทั้งหมดนี้ต้องการเพียงการถ่ายภาพครั้งเดียว หลังจากนั้นลูกค้าสามารถเลือกเสื้อผ้าหลายชุด ได้อย่างง่ายดาย โดยเพียงแค่ยกแขน เล่นกับคอมพิวเตอร์เท่านั้นระบบนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เห็นภาพลักษณ์ในชุดต่าง ๆ ช่วยให้เลือกชุดได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยง่าย รวดเร็วและสนุกสนานมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดซ้ำไปซ้ำมา อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการทำเสื้อผ้าเสียหายอีกด้วยระบบซึ่งกำลังทดสอบอยู่ที่ญี่ปุ่นนี้ เป็นแบบสาธิตที่ใช้ผสมผสานเทคโนโลยี  sensing  จับความรู้สึกขั้นสูงที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทโตชิบา ในธุรกิจกล้องวงจรปิดและการรับรองความถูกต้องของภาพ ซึ่งสามารถจับภาพได้อย่างมีความแม่นยำสูงและสามารถมอบภาพที่เหมือนจริง และมีความแม่นยำของสี ระบบนี้ยังให้การประมวลผลภาพขั้นสูง ที่ทำให้เห็นว่า เสื้อผ้าจะแนบไปตามเค้าโครงร่างจริงอย่างไรด้วย  และสามารถปรับปรุงให้ทันสมัย เพื่อสะท้อนแนวโน้มแฟชั่นล่าสุดและการเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าตามฤดูกาลต่าง ๆ .

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบา

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มิถุนายน 2557  ปิดบวก 3.76 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 3.76 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย วันที่ 5 มิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทย ดีดตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นทยอยปรับลดลงแรงสู่จุดต่ำสุดในช่วงเช้า และแกว่งตัวผันผวน ทั้งในแดนบวก และแดนลบตลอดการซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุน เริ่มกลับมามีความเชื่อมั่น ต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนตามภาวะตลาด ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงพักฐาน เพื่อรอความชัดเจนในหลายด้าน เช่น ผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในช่วงเย็นวันที่ 5 มิ.ย. และข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันที่ 6 มิ.ย. นี้ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,455.08จุด และลดลงต่ำสุด 1,444.98 จุด จนมาปิดตลาด 1,453.16 จุด เพิ่มขึ้น 3.76 จุด หรือ 0.26% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 48,574.50 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ไทยอะโกร ปิดที่ 5.60 บาท เพิ่มขึ้น 3.60บาท2.พีทีทีจีซี ปิดที่ 67.00 บาท ลดลง 2.00 บาท3.ปตท. ปิดที่297.00 บาท ลดลง 4.00 บาท4.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 16.00 บาท ลดลง 0.20 บาท5.อิตาเลียนไทย ปิดที่ 5.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.21 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 3.76 จุด