Blog

  • ราคาทอง5มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,700บาท

    ราคาทอง5มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,700บาท

    วันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:19 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยคงที่จากเดิม ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 18,919.68 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,300 บาท รับซื้อ 19,200 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 18,919.68 บาท ทองแท่งขาย 19,300 บาท รับซื้อ 19,200 บาท เวลา 09:19 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง5มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,700บาท

  • ผลสำรวจชี้ชัดลูกค้าชอบสื่อสารกับผู้ให้บริการผ่านโซเชียลมีเดีย

    ผลสำรวจชี้ชัดลูกค้าชอบสื่อสารกับผู้ให้บริการผ่านโซเชียลมีเดีย

     ในงานสัมมนา TM Forum ณ กรุงนีซ แอมดอกซ์ ผู้นำด้านระบบและงานบริการฐานลูกค้า เผยผลสำรวจที่แสดงให้เห็นว่า โซเชียลมีเดียเริ่มกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับลูกค้าในการติดต่อสื่อสาร หรือร้องเรียนต่างๆ กับผู้ให้บริการ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของผู้ให้บริการที่จะพัฒนาประสบการณ์ และลดค่าใช้จ่ายของคอลเซ็นเตอร์ได้มากขึ้น โดยสามารถเชื่อมต่อข้อมูลบนโซเชียลมีเดียของลูกค้าเข้ากับระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) และใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) เพื่อระบุเรื่องร้องเรียนผ่านทางโซเชียลมีเดียที่สำคัญขึ้นมาก่อน ทำให้ผู้ให้บริการสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ก่อนที่ลูกค้าจะโทรเข้ามาที่คอลเซ็นเตอร์ จากการสำรวจ  พบว่า ร้อยละ 68 ของผู้ให้บริการ เชื่อว่า ลูกค้าชอบใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Twitter, Facebook ติดต่อผู้ให้บริการเนื่องจากไม่สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์ทางโทรศัพท์ได้  โดยร้อยละ 50 ของลูกค้า ชอบใช้ช่องทางผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อติดต่อผู้ให้บริการ มากกว่าโทรหาคอลเซ็นเตอร์อีก ร้อยละ 50 ของลูกค้า พยายามสื่อสารกับผู้ให้บริการ ในเรื่องการให้บริการลูกค้า ผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ 3 ใน 4 ของลูกค้า ไม่เคยได้รับคำตอบหรือการช่วยแก้ปัญหากลับมาจากช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ร้อยละ 80 เกิดความหงุดหงิดจนต้องโทรกลับไปที่คอลเซ็นเตอร์ร้อยละ 52 ของลูกค้า คาดหวังว่าผู้ให้บริการจะตอบกลับผ่านโซเชียลมีเดีย ภายใน 30 นาที แต่มีเพียงร้อยละ 24 ของผู้ให้บริการ ที่บอกว่าพวกเขาตอบกลับลูกค้าภายใน 30 นาที    ร้อยละ 64 ของลูกค้า กล่าวว่า เต็มใจแชร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียกับผู้ให้บริการ เพื่อที่จะได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้น ขณะที่ ร้อยละ 48 บอกว่าอยากได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือบริการจากผู้ให้บริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียผู้ให้บริการจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากโซเชียลมีเดีย เข้าไปเป็นฐานข้อมูลของลูกค้า – ร้อยละ 93 ของผู้ให้บริการ กล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถระบุว่าลูกค้าเป็นใครจากโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย และร้อยละ 64 ของผู้ให้บริการ ไม่เคยเก็บข้อมูลการสนทนาผ่านโซเชียลมีเดียลงในฐานข้อมูลในระบบ CRM   “ในปัจจุบัน ลูกค้ามีแนวโน้มมากขึ้นที่จะติดต่อหาผู้ให้บริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่ด้วยความที่ผู้ให้บริการไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าแต่ละราย ทำให้พวกเขาให้ข้อมูลผิวเผินทั่วไป ทำให้ลูกค้าเกิดความหงุดหงิดมากขึ้น” นายชากัน บาลี นักวิเคราะห์ของ Ovum กล่าว “หากผู้ให้บริการสามารถเชื่อมโยงตัวตนทางโซเชียลมีเดียของลูกค้า เข้าไปในโปรไฟล์ของลูกค้าที่อยู่ในระบบ CRM ได้จริงๆ มันจะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถรู้ข้อมูลของลูกค้ารายนั้นๆได้ และช่วยให้การตอบคำถาม จากทั้งทางโซเชียลมีเดียและคอลเซ็นเตอร์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อยกระดับพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า และลดต้นทุนจากการโทรกลับไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าแต่ละราย” “เมื่อคนหันมาใช้ Twitter หรือ Facebook เพื่อตั้งคำถาม หรือร้องเรียนในการไม่พอใจการให้บริการ  ผู้ให้บริการควรคว้าโอกาสเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างทันท่วงที ทั้งหมดจะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ให้บริการรู้ตัวตนจริงๆในโลกออนไลน์ของลูกค้า”นางสาวรีเบคก้า พรูดฮ์ออมม์ รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของแอมดอกซ์   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลสำรวจชี้ชัดลูกค้าชอบสื่อสารกับผู้ให้บริการผ่านโซเชียลมีเดีย

  • กรมการบิน ของบ 4.6 พันล้าน

    กรมการบิน ของบ 4.6 พันล้าน

    นายเสรี จิตต์โสภา รองอธิบดีฝ่ายท่าอากาศยาน กรมการบินพลเรือน เปิดเผยว่า ในปีงบ 58 กรมฯจะของบปรับปรุงสนามบินสนามบินต่างๆกว่า 4,600 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสนามบินกระบี่ 450 ล้านบาท สนามบินเบตง จ.ยะลา 1,800 ล้านบาท เพื่อปรับพื้นที่สร้างอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ สนามบินตรัง 2,400 ล้านบาท เพื่อขยายรันเวย์ ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารและลานจอดด้วยส่วนสนามบินกระบี่ ที่ผ่านมากรมฯได้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารให้รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 3 ล้านคนต่อปี แต่ขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารกลับเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 30 % หรือประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งต่อไปหากไม่มีการพัฒนาอาจประสบปัญหาเที่ยวบินแออัดได้ ดังนั้นในปี 58 จะของบประมาณ 450 ล้านบาท เพื่อใช้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารและเพิ่มสะพานเทียบเครื่องบินอีก 2 แห่ง จากเดิมที่มีเพียง 2 แห่ง พร้อมขยายลานจอดรองรับเครื่องบินให้ได้ทั้งหมด 14 ลำ จากเดิม 10 ลำนายเสรี กล่าวว่า กรมฯ ได้ว่างจ้างให้บริษัทเอกช นเร่งรวบรวมข้อมูล ในการพัฒนาสนามบินทั้ง 28 แห่งของกรมการบินพลเรือน เพื่อนำไปกำหนดแผนพัฒนาสนามบิน และจัดกลุ่มบริหารสนามบินแต่ละแห่งให้ชัดเจน เพื่อรองรับการเติบโตการใช้บริการของผู้โดยสาร และเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยจะได้ข้อสรุปในการดำเนินการภายในเดือนส.ค.-ก.ย.57“จากการสำรวจและประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สายการบินที่บินประจำในเส้นทางแต่ละจังหวัดนั้น กรมฯ ได้มีการทดลองจัดกลุ่มการพัฒนาสนามบินใน 3 ภาค โดยเน้นจังหวัดที่มีความสำคัญ เช่น ทางภาคเหนือ ได้เน้นการพัฒนาสนามบินพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเน้นสนามบินขอนแก่น และภาคใต้เน้นสนามบินกระบี่ ซึ่งทั้ง 3 สนามบินจะเป็นสนามบินที่เชื่อมโยงสนามบินอื่นๆในภูมิภาค”ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า สนามบินในจังหวัดภาคเหนือ และภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นสนามบินที่รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวมากกว่าการขนส่งสินค้า การพัฒนาศักยภาพสนามบิน จึงต้องเน้นปรับปรุงพื้นที่บริการให้สะดวกมากขึ้น เช่น ปรับปรุงพื้นที่อาคารผู้โดยสาร เพิ่มลานจอด เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวในอนาคต สำหรับสนามบินทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่า นอกจากการเดินทางท่องเที่ยวแล้วยังมีการขนส่งสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมในส่วนกลางด้วย แต่ปริมาณยังมีไม่มากพอที่จะใช้เครื่องบินขนส่งสินค้าโดยตรง จึงต้องใส่ใต้ท้องเครื่องบินโดยสารแทน แต่ในอนาคตหากปริมาณสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือสินค้าอื่นเพิ่มขึ้น ทางกรมฯจะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถขนส่งสินค้าได้สะดวกรวดเร็ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมการบิน ของบ 4.6 พันล้าน