Blog

  • ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบ

    ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบ

    โตชิบา เตรียมนำระบบ เวอร์ชวล ฟิตติ้ง  (Virtual Fitting )  หรือการลองแบบเสมือนจริง   ให้บริการภายในปีนี้หลังทดลองใช้ในญี่ปุ่นได้รับความนิยมจากลูกค้า เพราะง่าย สะดวกสบาย ลองได้หลากหลาย และประหยัดเวลา นายชิเกคิ  ยาจิ  ผู้จัดกลุ่มการวางแผนธุรกิจ โตชิบาโซลูชั่น คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะนำระบบเวอร์ชวล ฟิตติ้ง หรือ Virtual Fitting ซึ่งเป็นการลองแบบเสมือนจริง ให้บริการอย่างเป็นทางการ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557  ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสาธิตระบบในร้านเสริมสวย ในญี่ปุ่นโตชิบาจะนำระบบเข้าสู่การใช้จริงในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตลาดว่า เปิดให้บริการในประเทศใดบ้าง  คาดว่า จะสามารถช่วยให้ร้านค้าต่าง ๆ อาทิ  ออนไลน์ ร้านสินค้าแฟชั่น และร้านขายปลีกมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้นผลจากการทดสอบการบริการในเบื้องต้น พบว่า  ลูกค้าของร้านเสริมสวยคากิโมโต้ซาลอน ซึ่งเป็นร้านทำผมและแต่งหน้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ชื่นชอบการให้บริการลองเสื้อผ้าแบบเสมือนจริงมาก เพราะสามารถดูว่า รูปลักษณ์ของพวกเธอจะออกมาอย่างไร ในชุดแฟชั่นและทรงผมใหม่ ๆ หรือจะผสมผสานการแต่งตัว  ก่อนการตัดสินใจซื้อจริงระบบการลองแบบเสมือนจริง พัฒนาโดยโตชิบา จะให้บริการตั้งแต่เมื่อลูกค้าเข้ามา ในร้าน  โดยลูกค้าจะได้รับแท็บเล็ตเพื่อเลือกแบบแฟชั่นล่าสุดที่มีมากกว่า 100 แบบ  พร้อมกับทดสอบแบบสีผมและตอบคำถามเกี่ยวกับสีที่สะท้อนบุคลิกภาพของลูกค้าว่า จะเป็นสีของฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาว จากนั้น ช่างทำสีผมของซาลอนจะให้คำแนะนำการเลือกสไตล์ และเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผมเมื่อลูกค้าทำผมเสร็จ เข้าสู่ขั้นต่อไปของการลองเสื้อผ้า ลูกค้าจะยืนหน้าจอแสดงขนาดเท่าของจริง กล้องที่มีความละเอียดสูงจะถ่ายภาพ  แบบเสื้อผ้าที่ถูกเลือกจะถูกถ่าย และวางในระบบ  โดยที่ภาพที่ออกมาจะดูเสมือนจริง ทั้งหมดนี้ต้องการเพียงการถ่ายภาพครั้งเดียว หลังจากนั้นลูกค้าสามารถเลือกเสื้อผ้าหลายชุด ได้อย่างง่ายดาย โดยเพียงแค่ยกแขน เล่นกับคอมพิวเตอร์เท่านั้นระบบนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เห็นภาพลักษณ์ในชุดต่าง ๆ ช่วยให้เลือกชุดได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยง่าย รวดเร็วและสนุกสนานมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดซ้ำไปซ้ำมา อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการทำเสื้อผ้าเสียหายอีกด้วยระบบซึ่งกำลังทดสอบอยู่ที่ญี่ปุ่นนี้ เป็นแบบสาธิตที่ใช้ผสมผสานเทคโนโลยี  sensing  จับความรู้สึกขั้นสูงที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทโตชิบา ในธุรกิจกล้องวงจรปิดและการรับรองความถูกต้องของภาพ ซึ่งสามารถจับภาพได้อย่างมีความแม่นยำสูงและสามารถมอบภาพที่เหมือนจริง และมีความแม่นยำของสี ระบบนี้ยังให้การประมวลผลภาพขั้นสูง ที่ทำให้เห็นว่า เสื้อผ้าจะแนบไปตามเค้าโครงร่างจริงอย่างไรด้วย  และสามารถปรับปรุงให้ทันสมัย เพื่อสะท้อนแนวโน้มแฟชั่นล่าสุดและการเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าตามฤดูกาลต่าง ๆ .

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบ

  • ปฏิรูปพลังงาน : เผือกร้อนในมือคสช. – พลังงานรอบทิศ

    ปฏิรูปพลังงาน : เผือกร้อนในมือคสช. – พลังงานรอบทิศ

    ควันของการยึดอำนาจโดย คสช. ยังไม่ทันจางก็มีข่าวลือส่งต่อกันในโลก โซเชียลมีเดีย ราวกับไฟลามทุ่งว่า คสช.จะทำการปฏิรูปพลังงานอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน บ้างก็อ้างว่าจะมีการยึดปตท.กลับคืนมาเป็นของรัฐหรือไม่ก็จะมีการปลดบอร์ดยกชุด บ้างก็บอกว่าจะมีการลดราคาน้ำมันลง 20-30% อดีตส.ว.บางคนก็ออกมาเสนอแนะคสช.ให้ลดราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนที่มีการขึ้นราคาไปแล้วทุกเดือน เดือนละ 50 ส.ต.ต่อกก. โดยให้ลดลงมาอยู่ที่ราคาเดิมก่อนปรับขึ้นไปคือที่ 18.13 บาทต่อกก. บางคนไปไกลถึงขนาดทำรูปเผยแพร่ใน โซเชียล มีเดีย เลยว่า ในเมื่อรัฐธรรมนูญยังฉีกได้ทำไมสัมปทานปิโตรเลียมจะฉีกไม่ได้ ถ้าจะทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ตกลงตอนนี้ทุกคนจึงมอง คสช.เหมือนเป็นแก้วสารพัดนึกที่จะทำอะไรก็ได้อย่างที่ตัวเองต้องการโดยไม่ต้องสนใจกฎระเบียบ เหตุผล และผลกระทบใด ๆ ที่จะตามมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ถ้าเราตัดเรื่องอารมณ์และความรู้สึกที่ถูกปลุกระดมกันมาโดยตลอดว่าเราต้องบริโภคพลังงานในราคาแพงเพราะถูกเอารัดเอาเปรียบออกไปก่อน แล้วมาค่อย ๆ พิจารณาว่า ภายใต้สถานการณ์และโอกาสดี ๆ อย่างนี้ คสช.ซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหารและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ควรดำเนินการอะไรตามลำดับก่อนหลังเพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศนั้นผมใคร่เสนอให้ คสช. เร่งดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้ก่อน คือ 1. ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปพลังงานที่ประกอบไปด้วยทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ นักวิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องพลังงาน เพื่อมาระดมความคิดให้ตกผลึกในแนวนโยบายด้านพลังงานของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือพุดง่าย ๆ ทำโรดแม็พด้านพลังงานของประเทศนั่นเอง ซึ่งจะเป็นแผนระยะยาวของประเทศที่จะใช้ในอนาคต 2. ส่วนระยะสั้นนั้นจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาการบิดเบือนโครงสร้างราคาพลังงานในปัจจุบันซึ่งมีความไม่เป็นธรรมในกลุ่มผู้ใช้พลังงานกลุ่มต่าง ๆ สูงมาก เช่น กลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ซึ่งต้องรับภาระภาษีสรรพสามิตและจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในอัตราสูง ส่วนผู้ใช้น้ำมันดีเซลและก๊าซแอลพีจีกลับได้ใช้ในราคาต่ำจนเกินไปเพราะได้รับการอุดหนุนโดยไม่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตหรือนำเงินกองทุนน้ำมันฯ ที่เก็บมาจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์มาอุดหนุน เป็นต้น ดังนั้นการปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบ (ทั้งภาษีสรรพสามิตและเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ) จึงเป็นงานที่ต้องทำอย่างรีบด่วนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้พลังงานทุกกลุ่ม 3. ตัดสินใจเดินหน้าเปิดให้มีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 โดยเร็ว เพราะเราล่าช้ามาหลายปีแล้ว (ประเทศไทยไม่มีแหล่งปิโตรเลียมใหม่มาเป็นเวลาเจ็ดปีแล้ว) เนื่องจากความขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการจัดการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างรัฐกับผู้ประกอบการว่าจะใช้ระบบใด ดังนั้น คสช. จึงควรรีบตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายมาร่วมพิจารณาความเหมาะสมของระบบบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อให้ได้ข้อสรุปใน 3 เดือน เนื่องจากประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับการผลิตปิโตรเลียมที่ลดลงและแหล่งผลิตก๊าซฯ ที่กำลังจะหมดลงไปในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งหมดนี้คือข้อเสนอเร่งด่วนสามข้อที่ผมคิดว่า คสช. ควรรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุดครับ!!!.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปฏิรูปพลังงาน : เผือกร้อนในมือคสช. – พลังงานรอบทิศ

  • ตั้งขาดดุลงบปี 58 ที่ 2.5 แสนล้านบาท

    ตั้งขาดดุลงบปี 58 ที่ 2.5 แสนล้านบาท

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้เสนอการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 58 จากการหารือร่วมกัน 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ ต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ พิจารณา โดยสัดส่วนงบประมาณเบื้องต้น จะมีรายจ่ายอยู่ที่ 2.575 ล้านล้านบาท เป้าหมายจัดเก็บรายได้ อยู่ที่ 2.325 ล้านล้านบาท เป็นการทำงบประมาณแบบขาดดุล 250,000 ล้านบาท ส่วนแผนการจัดทำงบประมาณแบบสมดุลในปี 60 ได้หรือไม่ นั้นคงต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งทั้งนี้ การจัดทำรายได้ในปี 58 ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บรายได้จริงในปี 57 แม้ว่าเศรษฐกิจในภาพรวมจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ประชาชนเริ่มเกิดการบริโภค เอกชนเริ่มมีสัญญาณการลงทุน เกิดความเชื่อมั่น จากการทำรัฐประหารก็ตาม แต่การจัดเก็บก็จะยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.27 ล้านล้านบาท ส่วนจะเป็นไปตามที่คาดไว้ว่าผลการจัดเก็บจาก 3 กรมภาษีจะต่ำกว่าเป้าหมายถึง 150,000 ล้านบาท หรือจะต่ำกว่าเป้าหมายน้อยกว่านั้นหรือไม่ คงต้องขอดูตัวเลขการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลผ่านอินเตอร์เน็ตที่เพิ่งเสร็จสิ้นในวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมาด้วยรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การหารือกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง ร่วมกับฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ได้เสนอแผนขับเคลื่อนโครงการลงทุนภาครัฐ ในส่วนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณและบรรจุวงเงินกู้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปี 58 สำหรับการลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ในส่วนที่เป็นการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า และรถไฟชานเมือง ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำกับดูแล วงเงินรวม 62,600 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 7 โครงการทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแค) 19,400 ล้านบาท, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (แบริ่ง-สมุทรปราการ) 3,940 พันล้านบาท, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่) 6,590 ล้านบาท, รถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) 8,900 ล้านบาท, ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ 2,910 ล้านบาท, รถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) 1,910 ล้านบาท และรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) 18,900 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งขาดดุลงบปี 58 ที่ 2.5 แสนล้านบาท