รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เสนอโรดแมปปฏิรูปภาษีให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ โดยจะปฏิรูปภาษีทุกๆ ด้าน เริ่มตั้งแต่ปฏิรูปเพื่อสร้างฐานได้ภาษีให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยมีเรื่องที่ต้องดำเนินการระยะสั้นภายใน 1 ปี ได้แก่ การปรับลดการให้สิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% รวมทั้ง การทยอยปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตดีเซล ให้เข้าสู่อัตราปกติ และการปรับปรุงอัตราภาษีป้ายสำหรับเรื่องที่ต้องดำเนินการในในระยะยาวมากกว่า 1 ปี ต้องปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 7% และ คสช. ได้เห็นชอบให้ขยายการลดออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 58 ต้องทบทวนการลดหย่อนของภาษีประเภทต่างๆ และขยายฐานและปรับปรุงอัตราภาษีสรรพสามิต เช่น ภาษีบาปขณะที่ การปฏิรูปภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม ส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาสิ่งแวดล้อม การดำเนินการไม่เกิน 1 ปี จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าที่กระทบสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องดื่มที่มีความหวานสูง และ น้ำมันหล่อลื่น ให้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีมลพิษทางน้ำ และ ปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการถาวรขณะเดียวกัน ปฏิรูปภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน มีเรื่องที่ต้องดำเนินการภายใน 1 ปี ต้องปรับลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% เป็นการถาวร ปรับปรุงโครงการสร้างนิติบุคคลสำหรับเอสเอ็มอี ปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีศุลกากรกลุ่มสินค้าวัตถุดิบขั้นต้น และปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เช่น ภาษีเกี่ยวกับพาณิชย์นาวี เศษซากอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิในการบริหารจัดเก็บภาษี การดำเนินการระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ต้องเร่งรัดการจัดทำระบบฐานข้อมูลภาษีอากรระหว่างกรมจัดเก็บภาษี จัดตั้งหน่วยงานดูแลผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งมีรายได้สูง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังชงคสช.ปฏิรูปภาษีทุกด้าน
Blog
-

คลังชงคสช.ปฏิรูปภาษีทุกด้าน
Facebook Comments -

ไทยประกันขยับลงทุนเพิ่มอีก 3,000 ล้าน
นางวรางค์ ไชยวรรณกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มขึ้นอีก2,000-3,000 ล้านบาท หรือ 1-2 % จากพอร์ตลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีอยู่ปัจจุบัน 9,540 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน 4.59 % เพื่อต้องการให้สัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ที่ระดับ6% ในสิ้นปีนี้ ส่วนหุ้นที่จะลงทุนเพิ่มจะเป็นหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดีและให้เงินปันผลในระดับสูงแต่เป็นหลักทรัพย์ใดนั้นอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆนี้ นอกจากนี้บริษัทมีแผนเข้าลงทุนในหุ้นกู้เอกชนเพิ่มขึ้น เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรอยู่ในระดับต่ำทำให้บริษัทจำเป็นต้องหาสินทรัพย์ลงทุนอื่นที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงมากขึ้น ซึ่งล่าสุดบริษัท ฯ ได้เข้าลงทุนในหุ้นกู้เอกชนเฉลี่ยรายละ400-500ล้านบาทสำหรับพอร์ตการลงทุนรวมของบริษัทในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมามีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น208,147ล้านบาท แบ่งป็นการ ลงทุนในพันธัตรรัฐบาล51.69%พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ6.59%พันธบัตรต่างประเทศ1.4%หุ้นกู้ต่างประเทศ7.26%ตราสารทุน4.59%หน่วยลงทุน2.11%หุ้นกู้เอกชน2.2%เงินฝากสถาบันการเงิน5.52%ตั๋วเงินธนาคารพาณิชย์8.66% ส่วนผลตอบแทนจากการลงทุนปีนี้น่าจะใกล้เคียงกับช่วงปีที่ผ่านมาในระดับ5%นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รักษาการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกล่าวว่าธนาคารได้ร่วมกับบริษัทไทยประกันชีวิต บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตและบริษัทอาคเนย์ประกันภัย เปิดให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันตะกาฟุล ผ่านช่องทาง 129สาขาของธนาคารเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงประกันชีวิต และประกันภัยตามหลักศาสนาโดยตั้งเป้าครึ่งปีหลัง มีเบี้ยประกันรวม 500 ล้านบาท มีมูลค่าคุ้มครอง 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิต 148 ล้านบาท มูลค่าคุ้มครอง 1,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นประกันภัย“สาเหตุที่เลือกผลิตภัณฑ์จาก 3 บริษัทประกันชั้นนำมาขายในสาขาของธนาคารเนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเลือกหลากหลายซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายจากการให้บริการทางการเงินครบวงวงจร โดยยืนยันว่าพนักงานธนาคารจะขายผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากกว่าจะขายผลิตภัณฑ์ที่ให้คอมมิชชั่นสูง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยประกันขยับลงทุนเพิ่มอีก 3,000 ล้านFacebook Comments -

มูดีส์คงเครดิตไทย
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิต) ของของพันธบัตรรัฐบาลของประเทศไทยที่ระดับ บีเอเอ 1 พร้อมยืนยันแนวโน้มเครดิตของไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ เนื่องจากไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แม้ว่าการเผชิญหน้าทางการเมืองยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการยืนยันแนวโน้มความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ สะท้อนถึงการรัฐประหารที่เพิ่งเกิดขึ้นและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานจะไม่บั่นทอนความแข็งแกร่งด้านเครดิตของไทยอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 12 – 18 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ปัจจัยหลักในการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ บีเอเอ 1 ได้แก่ ความสามารถในการบริหารการคลังของรัฐบาลอย่างไม่บกพร่อง โครงสร้างสถาบันที่เข้มแข็งและไม่ได้รับผลกระทบจากรัฐประหาร ความแข็งแกร่งของภาคต่างประเทศที่ยังคงดำรงอยู่ รวมถึง การยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระดับ บีเอเอ 1 ด้วย นอกจากนี้ ในส่วนของเพดานเครดิตของไทยก็ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเพดานเครดิตหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศอยู่ที่ระดับ เอ 2 หรือ พี -1 ขณะที่เพดานเครดิตของเงินฝากธนาคารสกุลเงินตราต่างประเทศอยู่ที่ บีเอเอ 1 หรือ พี-2 เพดานความเสี่ยงของประเทศสำหรับภาระผูกพันที่เป็นสกุลเงินบาทยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ เอ 1 ซึ่งเพดานเครดิตดังกล่าวเป็นการจำกัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มูดีส์ จะให้แก่ข้อผูกพันสกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินบาทของผู้ที่มีถิ่นฐานอยู่ในไทย “ความแข็งแกร่งพื้นฐานด้านเครดิตของไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักและยังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับวงจรความกดดันต่อเศรษฐกิจและความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่เกิดขึ้นซ้ำๆ โดยปัจจัยหลักในการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือ มาจากความสามารถในการบริหารการคลังของรัฐบาลอย่างไม่บกพร่อง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ของรัฐบาลอย่างรอบคอบตลอดช่วงเวลาที่ความวุ่นวายทางการเมืองยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้แต่หลังจากรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ดัชนีช่วง 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวดีขึ้นกว่า 40 จุด เพราะนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น” อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่อาจส่งผลให้มีการปรับแนวโน้มต่อเครดิตเป็นลบหรือปรับลดเครดิต ได้แก่ ความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งส่งผลกระทบระยะยาวต่อภาคการท่องเที่ยวและภาคการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ, การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนในการระดมทุนของรัฐบาลที่เป็นผลจากความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศหรือการขาดวินัยทางการคลัง และการถดถอยลงอย่างรุนแรงของดุลการชำระเงินและการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของรัฐบาล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มูดีส์คงเครดิตไทยFacebook Comments