เดือน: มีนาคม 2013

  • เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ

    เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ

    หลังจากที่เราได้เห็น ข้อดี และข้อเสีย ของการทำ ธุรกิจแฟรนไชส์ ไปแล้ว และคุณคิดว่าการซื้อแฟรนไชส์นั้น มีสิ่งที่ได้มากกว่าเสีย คุณก็คงจะอยากรู้ว่า ถ้าจะร่วมหัวจมท้ายกับธุรกิจแฟรนไชส์ซักแห่งหนึ่ง ธุรกิจนั้นควรจะมีลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไรบ้าง

    โดยสิ่งที่ชี้ชัดว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นั้น ดีหรือไม่ดี มีอยู่ 5 อย่าง ดังนี้

    1. เจ้าของแฟรนไชส์

    เจ้าของแฟรนไชส์ มีบทบาทสำคัญ ต่อความสำเร็จของคุณ เมื่อคุณซื้อแฟรนไชส์จากเค้า เพราะเค้าจะเป็นคนบอกวิธีการทำธุรกิจ วิธีการบริหารจัดการทุกอย่างให้กับคุณ

    ถ้าเจ้าของแฟรนไชส์ มองแต่ผลกำไรของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนใจว่าคนซื้อแฟรนไชส์ จะอยู่ได้หรือไม่ นั่นเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง

    2. สินค้าตามกระแสหรือเปล่า

    สินค้าของแฟรนไชส์ที่คุณจะซื้อ ควรจะเป็นสินค้าที่ไม่ตกกระแสง่ายๆ ไม่ใช่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตามกระแส เพราะไม่นานกระแสต่างๆ เหล่านี้ก็จะเลิก และเลิกไปพร้อมกับธุรกิจ คนที่เข้ามาลงทุนในสินค้านี้ทีหลังก็เจ๊งไปตามๆกัน

    สินค้าแฟชั่น ที่เห็นได้ชัดที่สุด และใกล้ตัวที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้มีขายแฟรนไชส์ คือ Rotiboy ที่โด่งดังสุดขีดช่วงปี 2548 แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน พอคนเลิกฮิตก็เลิกกิจการไป ส่วนอีกอย่างหนึ่ง คือ  จตุคามรามเทพ ที่เป็นที่นิยมมากในช่วงปี 2550 แต่ก็ฮิตได้ไม่นานเช่นกัน

    3. การสนับสนุนจากแฟรนไชส์ครบถ้วนหรือไม่ (เพิ่มเติม…)

  • ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง

    ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง

    พบกับ 4 ข้อดีของการซื้อแฟรนไชส์ 4 ความเสี่ยงที่ต้องระวังใน ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่คุณต้องรู้ก่อน จะไม่ต้องเสียใจภายหลัง

    การเริ่มต้นสร้างธุรกิจของคุณเอง จำเป็นต้องมี 3 สิ่ง คือ ไอเดีย ทักษะ และทุน แต่ถ้าวันนี้คุณไม่รู้จะขายสินค้าอะไร นั่นคือ คุณยังไม่มีไอเดีย รวมถึงคุณไม่เคยประกอบธุรกิจมาก่อนเลย นั่นคือ คุณไม่มีทักษะ

    แต่คุณมี เงินทุน ที่เพียงพอที่จะสร้างธุรกิจ และมีใจ อยากทำธุรกิจ ตั้งใจจริงที่จะทำให้เงินทุนที่คุณมีอยู่งอกเงย การซื้อแฟรนไชส์ น่าจะเป็นคำตอบที่สามารถตอบโจทย์ เรื่องอยากทำธุรกิจส่วนตัวของคุณ

    ธุรกิจแฟรนไชส์นั้น เป็นทางลัดในการทำธุรกิจที่น่าสนใจ และทรงพลังมาก เพราะเจ้าของแฟรนไชส์ได้ใช้ทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญในการสร้างธุรกิจ มาสนับสนุนผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์

    ทำให้ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ ไม่ต้องเริ่มต้นสร้างธุรกิจเอง ลองผิด ลองถูก จากศูนย์ เพียงแค่จ่ายเงินเป็นค่าธรรมเนียมการซื้อแฟรนไชส์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่เจ้าของแฟรนไชส์กำหนด ก็สามารถรับเอาสินค้า ทักษะ และความรู้ ความเชี่ยวชาญของเจ้าของแฟรนไชส์มาใช้ได้ทันที

    ซึ่งทำให้ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์เริ่มต้นได้ทันที และการทำธุรกิจส่วนตัวก็กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคนมากขึ้น

    จุดเด่นของ ธุรกิจแฟรนไชส์

    1. ตราสินค้า (Brand)

    “When people use your brand name as a verb, that is remarkable.”
    Meg Whitman

    “เมื่อผู้คนใช้แบรนด์ของคุณเป็นคำกริยา เช่น ซีร็อกซ์ กูเกิล นั่นแหละ คือ สิ่งที่น่าจดจำ” เป็นคำพูดของ Meg Whitman นักธุรกิจ CEO ของ HP ชาวอเมริกัน

    เจ้าของแฟรนไชส์ ได้ทุ่มเทเวลา และทรัพยากร ในการปลุกปั้นตราสินค้าขึ้นมา เพื่อทำให้สินค้าของเค้า มีความแตกต่างจากสินค้าของคนอื่นๆ

    เมื่อคุณตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ คุณก็สามารถใช้ตราสินค้าของเจ้าของแฟรนไชส์ได้ทันที ไม่ต้องไปเสียเวลา สร้างตราสินค้าเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำได้สำเร็จหรือเปล่า  ติดปากคนซื้อหรือไม่ เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้เมื่อไหร่

    2. ทักษะและวิธีการสร้างธุรกิจ (Know how)

    “The true method of knowledge is experiment.”
    William Blake

    “วิธีการเรียนรู้ที่แท้จริง คือ การลองลงมือทำ” เป็นคำพูดของ William Blake กวี และจิตรกร ชาวอังกฤษ

    เหนือสิ่งอื่นใดในการทำธุรกิจ คือ ทักษะและวิธีการสร้างธุรกิจ การซื้อแฟรนไชส์ทำให้เราได้ธุรกิจที่สำเร็จรูป ทำได้ทันที ทำแล้ว work แน่นอน

    เพราะคุณไม่ต้องไปเสียเวลาลองผิด ลองถูก และเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่การผลิตสินค้า เลือกทำเล การบริหารจัดการสินค้าในสต็อก หรือแม้แต่การบริหารเงินทุนหมุนเวียน ของธุรกิจใหม่

    3. ง่ายแก่การคุยกับธนาคาร (Easy financing) (เพิ่มเติม…)

  • 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์

    5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์

    5 เทคนิคที่เราแนะนำนี้ เราแบ่งปันให้คุณนำไปใช้สำหรับประเมินว่าชื่อ Website ของคุณ ดูดีหรือยัง น่าเชื่อถือ ลูกค้าจำได้ง่าย และไม่ผิดลิขสิทธิ์ของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นมือใหม่ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์มาก เราแนะนำให้คุณปฏิบัติตามข้อแนะนำนี้ ในการตั้งชื่อ Blog หรือ Website ของคุณ

    ซึ่งคุณจะพบว่าปัญหา และเรื่องปวดหัวอื่นๆ จะหมดไป เช่น อยู่ดีๆ Website ของคุณก็เปิดไมได้ เพราะ Server ต้นทางมันขัดข้อง หรือลูกค้าที่เคยใช้บริการ Website ของคุณ อยู่ดีๆ ก็เข้าผิด Website และไปใช้บริการของ Website คู่แข่งที่ตั้งชื่อคล้ายกัน

     

    หากคุณมี Website ของคุณแล้ว ก็ลองเช็คดูว่า Website ของคุณใช้เทคนิคทั้ง 5 นี้หรือเปล่า ถ้ายังไม่ได้ใช้ และ Website ของคุณก็อยู่ตัวและมีลูกค้าแล้ว ก็คงจะต้องปล่อยให้มันเลยตามเลย แต่ถ้า Website ของคุณ ยังทำไม่เสร็จดี หรือไม่มีลูกค้าเข้ามาเลย

    คุณอาจจะต้องพิจารณาเปลี่ยนชื่อ Website คุณใหม่ และลองใช้เทคนิคของเรา หรือเมื่อคุณตั้งใจจะทำ Project ใหม่ หรือสร้าง Website ใหม่ของคุณ และคุณมองว่าเทคนิคที่เราให้ไปนั้น สมเหตุสมผล และน่าจะ Work ก็ลองใช้ดูใน Project ใหม่ๆ ของคุณละกัน

    1. ธุรกิจ ออนไลน์ ควรมี Web Hosting ของตัวเอง

    คุณอาจจะสงสัยว่านี่เป็นบทความเกี่ยวกับการตั้งชื่อ Website แล้ว Web Hosting มาเกี่ยวอะไรด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการตั้งชื่อ Website แต่อย่างไรก็ตาม Website ของคุณควรจะใช้ Web Hosting ที่เป็นของคุณเอง

    ถึงบรรทัดนี้ บางคนอาจจะงง ไม่เข้าใจ หรือไม่เคยรู้ว่า Website แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Website ที่แปะอยู่บน Website ของคนอื่น และ Website ที่แปะอยู่บน Web Hosting ของเราเอง แบบแรก ก็เช่น แปะอยู่บน blogspot, blogger, bloggang, weloveshopping, oknation และตัว google เองก็มีให้ไปแปะอยู่เช่นกัน

    ซึ่งเป็นการใช้ Server หรือพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลจาก Website นั้นๆ ส่วนแบบที่สอง ก็เช่น Website อย่าง janejud.com ที่คุณกำลังอ่านอยู่ หรือ kapook.com, sanook.com, pantip.com และ amazon.com  ก็เป็นแบบที่ 2

    ซึ่งจริงๆ แล้ว การสร้าง Website แบบที่ 1 นั้น ง่าย และฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เราแนะนำให้สร้างเป็นแบบที่ 2 จะดีกว่าด้วย 3 เหตุผลคือ

    • Domain Name หรือ URL ของ Website คุณ
      โดยปกติแล้ว ถ้าคุณไปแปะไว้กับ Website ของคนอื่น URL ก็อาจจะออกมาหน้าตาแบบนี้ janejud.blogspot.com แทนที่จะเป็น janejud.com ทำให้ Website ดูไม่เป็นมืออาชีพ เหมือนยืมจมูก blogspot.com หายใจ และเวลาที่ลูกค้าของคุณมีการบอกต่อ ก็อาจจะจำไม่ได้ด้วยว่า มันอยู่กับ blogspot, blogger หรือ bloggang กันแน่
    • บน Web Hosting ของคุณ คุณจะทำอะไรก็ได้
      ถ้าคุณแปะอยู่กับ Website ของคนอื่น คุณจะมีข้อจำกัดบางอย่างในการแก้ไข Website ของคุณ เพราะมีชื่อบริษัทของเค้าอยู่ด้วย การแก้ไข รูปแบบ Design บางเจ้าแม้แต่สีของ Background ก็ถูกจำกัด  หรือเนื้อหาบางหัวข้อ เค้าอาจจะห้ามคุณเขียนก็ได้ แต่ถ้าเป็น Web Hosting ของคุณเอง ข้อจำกัดที่คุณมี ก็คงเป็นแค่จินตนาการของคุณเท่านั้น
    • เนื้อหา หรือ Content ที่อยู่บน Website มันเป็นหยาดเหงื่อของคุณนะ
      สิ่งที่เรากลัวที่สุดในการแปะอยู่บน Website ของคนอื่นก็คือ ถ้าอยู่ดีมันเจ๊งหรือเลิกให้บริการแล้วล่ะ อย่าง Geocities ที่เคยโด่งดังมากในอดีต ตอนนี้ก็เหลือแต่ชื่อ แล้วเนื้อหาที่บางคนเคยเขียนอยู่บน Website ที่อยู่กับ Geocities ล่ะ คงจะหายไปตลอดกาล เนื้อหาที่เขียนบน Website ของบางคนอาจจะมากพอที่จะรวมเป็นเล่มขายได้เลยทีเดียว ฉะนั้น Content ที่อยู่บน Website อาจจะ ไม่ใช่ ของคุณจริงๆ ถ้ามันไม่ได้อยู่บน Web Hosting ของคุณ

    สำหรับที่จด Domain และ Web Hosting เรามักจะใช้บริการจาก Bluehost.com  เพราะว่าเป็น Web Hosting ที่ WordPress แนะนำ และมีบริการ “one-click WordPress blog install” หรือ “ติดตั้ง WordPress ง่ายคลิ๊กเดียว” ซึ่งโดนใจเราตั้งแต่ที่เปิดเข้าไปเจอ

    และถ้าคุณรู้สึกว่า WordPress ใช้ยาก ไปลากโน่น ลากนี่มาใส่ จาก Dreamweaver ดีกว่า คุณก็ลองเข้าไปดู Video นี้ ซึ่งบอกวิธีการสร้าง Website ใน WordPress เขียน Content และแปะรูป ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่า 4 นาที

    2. ถ้าเลือกได้ควรจะมีคำ Keyword อยู่ในชื่อ Website

    (เพิ่มเติม…)