เดือน: ตุลาคม 2013

  • ราคาทองคำ 11 ต.ค. 56 ปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท

    ราคาทองคำ 11 ต.ค. 56 ปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท

    ราคาทองคำปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,500 บาท ทองแท่งขาย 19,100 บาท
    วันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16:02 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 5 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,500 บาท รับซื้อ 18,722.60 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,100 บาท รับซื้อ 19,000 บาท
    ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 5  ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,500 บาท รับซื้อ 18,722.60 บาท ทองแท่งขาย 19,100 บาท รับซื้อ 19,000 บาท เวลา 16:02 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 4  ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,550 บาท รับซื้อ 18,768.08 บาท ทองแท่งขาย 19,150 บาท รับซื้อ 19,050 บาท เวลา 15:53 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3  ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,600 บาท รับซื้อ 18,828.72 บาท ทองแท่งขาย 19,200 บาท รับซื้อ 19,100 บาท เวลา 12:39 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2  ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,650 บาท รับซื้อ 18,874.20 บาท ทองแท่งขาย 19,250 บาท รับซื้อ 19,150 บาท เวลา 12:12 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1  ลด 200 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,600 บาท รับซื้อ 18,828.72 บาท ทองแท่งขาย 19,200 บาท รับซื้อ 19,100 บาท เวลา 09:29 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 11 ต.ค. 56 ปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท

  • เคาะ7พื้นที่รองรับความเจริญจาก"ไฮสปีดเทรน"

    เคาะ7พื้นที่รองรับความเจริญจาก"ไฮสปีดเทรน"

    สนข.เคาะพื้นที่ 7 แปลง เหมาะพัฒนาเชิงพาณิชย์รองรับไฮสปีดเทรน กรมธนารักษ์เร่งขอความร่วมมือจังหวัดตรวจสอบพื้นที่ก่อนเวนคืนที่ดิน
    นายชาญณัฏฐ์ แก้วมณี รองอธิบดีกรมธนารักษ์  เปิดเผยว่า   สํานักงานนโยบายและ แผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้สรุปแผนเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุในแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ตามแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ ภายใต้วงเงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล โดยมีพื้นที่ 7 แปลงที่ เหมาะสมในการพัฒนาศักยภาพก่อสร้างโครงข่ายรองรับไฮสปีดเทรน แบ่งเป็นพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา 4 แปลง  จังหวัดพิษณุโลก 1  แปลง จังหวัดนครสวรรค์ 1 แปลง  และจังหวัดลพบุรี 1 แปลง   “พื้นที่ จ.ลพบุรีกว่า 40  ไร่ จะเจาะเป็นอุโมงค์รถไฟฟ้า เพราะเป็นพื้นที่รอบบริเวณพระปรางสามยอด จึงต้องทำเป็นอุโมงค์ เพื่อไม่ให้กระทบโบราณสถาน ส่วนพื้นที่ จ.นครสวรรค์  3,300  ไร่นั้น เหมาะเป็นพื้นที่สาธารณะโครงข่ายถนนโดยรอบ  ส่วนที่ต.จันทึก จ.นครราชสีมา และต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาพื้นที่ 549 ไร่ เหมาะสมก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง และกำลังดูว่าพื้นที่ที่อยู่รอบสถานีรถไฟฟ้าสามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่  โดยหากดำเนินการได้จะเป็นการสร้างรายได้ให้รัฐเพิ่มขึ้น” ทั้งนี้ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้จังหวัดเป็นผู้ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เพื่อขอพื้นที่คืน ซึ่งต้องรอคำตอบว่าพื้นที่ไหนที่สามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้และพื้นที่ไหนที่เข้าไปไม่ได้ เพราะบางพื้นที่หน่วยงานราชการตั้งอยู่    โดยหากได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วสนข.ต้องไปวางแผนการดำเนินงานและเสนอกลับมาให้กรมฯพิจารณาอีกครั้งก่อนที่จะขอเวนคืนที่ดินมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ “ส่วนกรณีที่ประชาชนที่บุกรุกในพื้นที่ราชการนั้น เมื่อถึงเวลาขอพื้นที่คืนก็ต้องยอมรับว่า อาจมีการต่อต้านบ้าง แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายจะหารือด้วยเหตุผล  เพราะพื้นที่ที่ขอคืนนั้นเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับรัฐ  อย่างไรก็ตาม  กรมฯ มีรายได้จากให้เช่าที่ราชพัสุดปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท   จากปัจจุบันพื้นที่ราชพัสดุทั่วประเทศมี 12.5 ล้านไร่ สัดส่วน 99%  เป็นพื้นที่ให้หน่วยงานราชการเช่า และส่วนที่พัฒนาเชิงพาณิชย์มีเพียง 1% “  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคาะ7พื้นที่รองรับความเจริญจาก"ไฮสปีดเทรน"

  • น้ำท่วมทางหลวง ปราจีนฯ-สระแก้วยังอ่วม

    น้ำท่วมทางหลวง ปราจีนฯ-สระแก้วยังอ่วม

    น้ำท่วมทางหลวงชนบท 23 จังหวัด ใช้การไม่ได้ 33 สายทาง สระแก้วน่าห่วง สั่งจับตาน้ำจากปราจีนไหลเข้าเติม ขณะที่ถนนทางหลวงผ่านไม่ได้ 13 สายทาง ใน 5 จังหวัด
    เมื่อวันที่ 10 ต.ค.56  นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยวันที่ 10 ต.ค.56 มีถนนและสะพานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบ 23 จังหวัด จำนวน 259 สายทาง ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง  โดยในจำนวนนี้สัญจรผ่านได้ 226 สายทาง ผ่านไม่ได้ 33 สายทาง แต่ให้เจ้าหน้าที่ทุกจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วมสายทางและดำเนินการป้องกันอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ที่อยู่ในความสนใจ คือ อำเภอบ้านสร้าง, กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี
    สำหรับจังหวัดปราจีนบุรีประสบอุทกภัย 23 สายทาง ผ่านไม่ได้อยู่ระหว่างดำเนินการ 12 สายทาง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง และเฝ้าระวังสถานการณ์ เนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยการสัญจรผ่านไม่ได้เป็นถนน 11 สายทาง และคอสะพานขาด 1 สายทาง มีน้ำท่วมสูงประมาณ 0.40 – 1.00 เมตร ส่วนจังหวัดสระแก้ว ประสบอุทกภัย 33 สายทาง ผ่านไม่ได้ 5 สายทาง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง และเฝ้าระวังสถานการณ์ เนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่น้ำท่วมสูง 0.30 – 0.80 เมตร และยังมีน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีไหลเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง 
    ต่อมาเวลา 15.00 น. นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า มีถนนทางหลวงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ 9 จังหวัด จำนวน 38 แห่ง ในจำนวนนี้ยังใช้สัญจรผ่านได้ 25 แห่ง ผ่านไม่ได้ 13 แห่ง จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทาง 13 สายทางที่ผ่านไม่ได้ ในพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี บุรีรัมย์ และปราจีนบุรี นอกจากนี้ มีพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง 20 – 40 เซนติเมตร อาจทำให้สัญจรได้ไม่สะดวก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขนาดเล็ก จำนวน 16 สายทาง 6 จังหวัด โดยสามารถสอบถามสภาพเส้นทาง การจราจร หรือขอความช่วยเหลือ ได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง ตำรวจทางหลวง 1193 สายด่วนกรมทางหลวงชนบท  1146 
     

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : น้ำท่วมทางหลวง ปราจีนฯ-สระแก้วยังอ่วม