สถิติฯ เผย เดือนส.ค.56 ประชากรในภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด เมื่อเทียบอัตราการว่างงานในช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศเพิ่มขึ้น โดยประชาชน 55 ล้านคน อยู่ในสภาวะมีงานทำ
วันนี้ (14 ต.ค.) ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือน ส.ค. 56 พบว่า ผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 55.09 ล้านคน โดยเป็นผู้พร้อมที่จะทำงาน 39.31 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.95 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.17 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 4.9 หมื่นคน ส่วนผู้ที่ไม่พร้อมทำงานได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชราจำนวน 15.78 ล้านคน สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.95 ล้านคน ประกอบด้วยผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 16.22 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 22.73 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนส.ค.55 พบว่า ผู้ที่ทำงานในภาคเกษตรกรรมลดลง 2.4 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมลดลง 3.5 แสนคน โดยลดลงในสาขาการก่อสร้าง 2.2 แสนคน สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 1.7 แสนคน สาขาการผลิต 1.3 แสนคน สาขาการขนส่งและสถานที่ เก็บสินค้า 1.1 แสนคน และสาขาการศึกษา 9.0 หมื่นคน ส่วนสาขาที่เพิ่มขึ้นคือสาขากิจกรรมด้านสุขภาพ และงานสังคมสงเคราะห์ 1.4 แสนคน และสาขากิจกรรมทางด้านการเงินและการประกันภัย 4.0 หมื่นคน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ "พิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 3.59 แสนคน หรือ 0.9% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วแต่ยังมีเวลาว่างที่มากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง" นายวิบูลย์ทัต กล่าว สำหรับจำนวนผู้ว่างงานในเดือนเดือนส.ค.56 มีทั้งสิ้น 3.17 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 55 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 9.3 หมื่นคน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก.ค.56 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 3.8 หมื่นคน ซึ่งเมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.44 แสนคน เพศชาย 6.3 หมื่นคน และเพศหญิง 8.1 หมื่นคน ส่วนผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 1.73 แสนคน เพิ่มขึ้น 7.7 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 55 โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการและการค้า 1.04 แสนคน ภาคการผลิต 5.3 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 1.6 หมื่นคน ตามลำดับ ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มเยาวชน อายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการว่างงาน 3.7% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มวัยผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไป มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 55 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจาก 2.6% เป็น 3.7% แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก.ค.56 กลุ่มเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 3.9% เป็น 3.7% สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือนส.ค.56 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 1.44 แสนคน คิดเป็น 2.0% รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 7.3 หมื่นคน 1.1% มัธยมศึกษาตอนปลาย 4.9 หมื่นคน 0.8% ระดับประถมศึกษา 3.9 หมื่นคน 0.4% และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 1.2 หมื่นคน 0.1% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 55 พบว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นในระดับระดับอุดมศึกษา 5.3 หมื่นคน มัธยมศึกษาตอนต้น 2.5 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1.2 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 8.0 พันคน ส่วนที่มีอัตราการว่างงานลดลงคือผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 5.0 พันคน นายวิบูลย์ทัต กล่าวว่า เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงาน เป็นรายภาค พบว่า ภาคใต้ มีอัตราการว่างงานสูงสุด 1.2% รองลงมาเป็น ภาคกลางและภาคเหนือ 0.9% กทม. 0.7% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.6% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือนส.ค.55 พบว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศเพิ่มขึ้น และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า ภาคใต้มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาเป็น ภาคเหนือ สำหรับกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเท่ากัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข้อมูลสถิติฯ เดือนส.ค.ภาคใต้ครองแชมป์ว่างงาน
เดือน: ตุลาคม 2013
-

ข้อมูลสถิติฯ เดือนส.ค.ภาคใต้ครองแชมป์ว่างงาน
-

‘มิสเตอร์เซเว่น’ หุ่นยนต์เก็บแบบสอบถาม

อวดโฉมในเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติที่ประเทศไต้หวัน แถมคว้ารางวัลเหรียญทองแดงพร้อมกับรางวัลพิเศษ มาแล้วกับหุ่นยนต์เก็บแบบสอบถามที่ชื่อ “มิสเตอร์เซเว่น”
ผลงานของ “ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร” จากสถาบันการ จัดการปัญญาภิวัฒน์
ดร.ธันยวัต บอกว่า ต้นแบบหุ่นยนต์ตัวนี้พัฒนาขึ้นมาเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และ วช. หรือสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้สนับสนุนให้นำไปร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงานในเวทีระดับโลก ในงาน “2013 INST: The 9th Taipei International Invention Show & Technomart” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–29 กันยายน 2556 ที่กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน
และได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากเวทีดังกล่าว พร้อมกับรางวัลสเปเชี่ยล ไพร์ซ หรือรางวัลพิเศษจากองค์กรด้านสิ่งประดิษฐ์จากประเทศมาเลเซียอีกด้วย สำหรับหุ่นยนต์นี้ ดร.ธันยวัต บอกว่า ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลผ่านแบบ สอบถาม โดยที่ผู้ใช้งานสามารถกรอกรายละเอียดได้ที่ตัวหุ่นยนต์
จุดเด่น คือสามารถประมวลผลได้ทันที แบบเรียลไทม์ ทันทีที่มีการบันทึกข้อมูล จะเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทันที
และเมื่อกลุ่มเป้าหมาย กรอกข้อมูลสำเร็จ หุ่นยนต์สามารถที่จะให้ของรางวัลที่เตรียมไว้ออกมาได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของขวัญชิ้นเล็ก ๆ เช่น พวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น แหวน หรือสร้อยที่สามารถบรรจุในกล่องกระดาษขนาดเล็กได้
ส่วนที่ตั้งชื่อว่า “มิสเตอร์เซเว่น” ดร.ธันยวัต บอกว่า เป็นไปตามภารกิจ ที่เร็ว ๆ นี้ หุ่นยนต์ดังกล่าวจะถูกนำไปติดตั้งในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อเก็บความพึงพอใจของลูกค้าที่มาใช้บริการในร้าน
นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทำโพล สำรวจความคิดเห็น หรือตอบคำถามชิงรางวัลในงาน ต่าง ๆ ได้อีกด้วย
เรียกว่า …เป็นกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ ที่เชื่อว่าจะเรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าใช้คนไล่แจกแบบสอบถามแน่นอน.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘มิสเตอร์เซเว่น’ หุ่นยนต์เก็บแบบสอบถาม -

วิซอาร์ที ชี้ตลาดทีวีดิจิทัลในไทยโต50%

“วิซอาร์ที” ผู้พัฒนาระบบดิจิทัลคอนเทนต์ มั่นใจหลัง กสทช.เปิดประมูลทีวีดิจิทัล นักลงทุนต่างชาติพร้อมลงทุนเพียบ ในขณะผู้บริโภคมีทางเลือกรับชมมากขึ้น ระบุ การเติบโตทั่วโลกอยู่ที่ 18% ในขณะที่เมืองไทยโตถึง 50%นายมาร์ติน บุคฮัลเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิซ อาร์ ที ประเทศ ไทย จำกัด กล่าวถึงการลงทุนตั้งบริษัทในประเทศไทยว่า ตลาดในเมืองไทยกำลังโต คนไทยเก่ง มองเห็นอนาคตที่ดีของกลุ่มธุรกิจในไทย และการมาประชุมที่ไทยเพื่อต้องการผลักดันธุรกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตด้วย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่บอร์ดชุดใหญ่มาประชุมนอกสถานที่และเลือกมาที่เมืองไทย โดยขณะที่ทั่วโลกเติบโตระดับ 18% แต่ไทยโต 50% ทั้งนี้สิ่งที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จของบริษัทฯ คือระบบที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ลูกค้า
อย่างไรก็ตาม การที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดประมูลทีวีดิจิทัลในเร็ว ๆ นี้ บริษัทฯ ได้เล็งเห็นการเติบโตของทีวีดิจิทัลใน ประเทศไทย จึงได้นำระบบมีเดีย แอสเซท แมเนจเม้นท์ สำหรับบริหารจัดการสถานีโทรทัศน์แบบดิจิทัล เพื่อรองรับการออกอากาศของดิจิทัลทีวี โดยเฉพาะระบบเอชดี ซึ่งต่อจากนี้การแข่งขันจะสูง ลูกค้าจะมีทางเลือกมากขึ้น และผู้ประกอบการต่างชาติที่จะมาขายสินค้าในไทยก็จะต้องเติบโตด้วย
สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะแบ่ง เป็น 3 ธุรกิจหลักคือ 1. กราฟิก เป็นระบบ วิ่งในช่องต่างๆ พรีเซ็นเทชั่นออกสู่หน้าจอ ทั้งข้อมูลการเงิน กีฬา และ วิเคราะห์เกมกีฬา 2. ตัวรองรับผลิตภัณฑ์ของดิจิทัลมีเดีย สามารถตอบโต้รับส่งวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว เน้นดิจิทัลทีวีโดยเฉพาะ เพราะต้องเก็บวิดีโอคลิปขนาดใหญ่ และรองรับการใช้งานบน มือถือ แท็บเล็ต และ 3. ระบบที่รองรับบนสื่อหนังสือพิมพ์รูปแบบใหม่ เว็บไซต์ออนไลน์ ให้รองรับออกอากาศบนทีวีได้ ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มหนังสือพิมพ์แล้วกว่า 600 รายทั่วโลก.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วิซอาร์ที ชี้ตลาดทีวีดิจิทัลในไทยโต50%