นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการอนุญาตโรงงาน (รง.4) บางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม กำลังเร่งปรับปรุงขั้นตอนการอนุญาตให้รวดเร็ว และมีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยจัดทำแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาคำขอ รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าหากทำความเข้าใจขั้นตอน และเอกสารที่เกี่ยวข้องตรงกันแล้ว เชื่อว่า จะสามารถลดระยะเวลาในการออกใบ รง 4. ลงได้ 30 วัน เหลือ 60 วัน จากเดิมไม่เกิน 90 วัน “ ในเดือนพ.ย. นี้ จะเดินสายชี้แจงทำความเข้าใจกับภาคเอกชนและอุตสาหกรรมจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ถึงขั้นตอนเกี่ยวกับการออกใบ รง.4 โดยจะเชิญสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตลอดจนศูนย์ต่อต้านคอรัปชั่นเข้ารับฟัง โดยการเดินสายจะเริ่มที่ จ.นครสวรรค์ก่อน ตามด้วย จ.เชียงใหม่ สงขลา และชลบุรี แต่หากจังหวัดใดต้องการให้กระทรวงฯ จัดการบรรยายดังกล่าวสามารถติดต่อไปที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด(สอจ.)และสอท.ประจำจังหวัด โดยหากมีกรณีเร่งด่วนที่จำเป็นจะต้องได้ใบอนุญาตเร็ว ก็ให้แจ้งเรื่องเข้ามากระทรวงฯ จัดทีมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาอำนวยความสะดวกเป็นรายกรณี”ส่วนการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ล่าสุด กรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เสนอเรื่องเข้ามา 6 ราย ซึ่งได้พิจารณาอนุญาตทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ บริษัท เพ็ท โฟกัส ประกอบกิจการทำอาหารผสมหรืออาหารสำเร็จรูปสำหรับสัตว์เลี้ยง เงินลงทุน 829 ล้านบาท จ้างแรงงาน 202 คน บริษัท ไฟฟ้าธรรมชาติ ประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล กำลังการผลิต 6.5 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 430 ล้านบาท จ้างแรงงาน 56 คน และ บริษัท ไทยศรีทอง จำกัด ประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล กำลังการผลิต 7.5 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 565 ล้านบาท จ้างแรงงาน 5 คน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งออกใบรง.4ไม่เกิน2เดือน
เดือน: ตุลาคม 2013
-

เร่งออกใบรง.4ไม่เกิน2เดือน
-

สร้างศูนย์กระจายเหล็กรุกตลาดพม่า
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.อยู่ระหว่างศึกษาการตั้งศูนย์กระจายเหล็ก และวัสดุก่อสร้าง ในพื้นที่ชายแดนไทย – พม่า เพื่อรองรับความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างของประเทศพม่า ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา และสร้างประเทศ โดยเชื่อว่า พม่า ต้องนำเข้าเหล็ก และวัสดุก่อสร้างจากไทยเป็นหลัก หากไทย มีศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าว จะสามารถสร้างโอกาสสินค้ากลุ่มนี้ในการขยายตัวได้มากขึ้น ส่วนความต้องการบริโภคเหล็กในไทยนั้น ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันอยู่ที่ 13-14 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะหลังการเริ่มลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่จะทำให้เกิดความต้องการทั้งเหล็ก และวัสดุก่อสร้างมากขึ้น ทั้งจากโครงการรัฐและการลงทุนเกี่ยวเนื่องของภาคเอกชน โดยปัจจุบันความต้องการใช้เหล็กส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ก่อสร้างรวมถึงอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่เป็นนำเข้า เนื่องจากไทยยังมีจุดอ่อน เรื่องเหล็กต้นน้ำ เพราะการตั้งโรงถลุงเหล็กดำเนินการได้ยาก สำหรับปริมาณการนำเข้าเหล็กในช่วง 8 เดือน มีมูลค่าทั้งสิ้น 10,811.2 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 8.02% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 6.07% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด สศอ. อยู่ระหว่างติดตามการเข้ามาลงทุนในไทยของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้านครัวเรือนแบรนด์หลักๆ ตอนนี้พบว่าในกลุ่มผู้ผลิตจากญี่ปุ่นได้มีการยกระดับผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มที่เทคโนโลยีสูงและมีนวัตกรรมและยังขยายการลงทุนเพิ่มเติม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สร้างศูนย์กระจายเหล็กรุกตลาดพม่า -

เชื่อเศรษฐกิจปี57ฟื้นต่างชาติออเดอร์สินค้ายาว6-9เดือน
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ในปี 57 ผู้ส่งออกได้ตั้งเป้าขยายตัวการส่งออกไทยในปี 57 ที่ระดับ 5-7% หลังเริ่มรับรู้ปริมาณคำสั่งซื้อ (ออเดอร์)จากต่างประเทศล่วงหน้าถึงครึ่งปีแรกของปี 57 (ม.ค. –มิ.ย.) ที่เข้ามาในปริมาณมากกว่าปีก่อน เนื่องจากลูกค้าให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจในหลายประเทศ เช่น ยุโรป, สหรัฐ, จีน, ญี่ปุ่น เริ่มมีการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการบริโภค จึงเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการไทยอย่างมาก “ออเดอร์หลายๆอุตสาหกรรมเริ่มทะยอยเข้ามาเรื่อยๆ บางรายมีออเดอร์ล่วงหน้าแล้ว 6-9 เดือน ขณะที่บางรายมีล่วงหน้า 3-6 เดือน ซึ่งค่อนข้างจะมากกว่าปีก่อน ซึ่งถือว่าผู้ส่งออกค่อนข้างที่สบายใจได้ในระดับหนึ่งยกเว้นว่าในปีหน้าจะ เกิดอุบัติเหตุด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะประเทศสหรัฐที่ยังมีปัญหาอีกมากก็อาจทำ ให้เป้าส่งออกในปีหน้าไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ก็ได้” สำหรับการส่งออกในปีนี้สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือประเมินไว้ที่ 1.3-1.4% โดยคาดว่า 3 เดือนที่เหลือของปี (ต.ค.-ธ.ค.) ส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 20,000 -20,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นเป้าตัวเลขส่งออกในปีนี้ลืมไปได้เลยแล้วมาเริ่มต้นการวางแผนในปีหน้าใหม่ นายวัลลภ กล่าวว่า ภาคเอกชนเตรียมเสนอแผนผลักดันการส่งออกไทยให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเพื่อ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า เช่น ให้รัฐบาลสร้างศูนย์ข้อมูลเชิงลึกของประเทศคู่ค้าเป็นรายสาขาธุรกิจเพื่อให้ เอกชนนำไปวางแผนในการเจาะตลาดแต่ละประเทศ เพราะที่ผ่านมาศูนย์ข้อมูลมีหลายแห่งทั้งกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แต่ก็ไม่ลึกพอ ทั้งนี้เอกชนยังต้องการให้รัฐบาลเพิ่มปริมาณการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเข้าไปร่วมลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ สาธารณูปโภคในบริเวณชายแดน เพราะหากเพื่อนบ้านมีความสะดวกในการเดินทางมาซื้อสินค้าก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่า การค้ามากขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องเปิดด่านถาวรให้มากขึ้นอำนวยความสะดวกผู้ค้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 9 เดือนของปี 56 การค้าชายแดนของไทย มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา มีปริมาณ 680,916 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.3% โดยไทยส่งออก 412,859 ล้านบาท ลดลง 2% และ นำเข้า 268,057 ล้านบาท เพิ่ม 2.5% ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าชายแดน 144,802 ล้านบาท โดยได้ดุลการค้าจากลาวสูงสุด 62,290 ล้านบาท รองลงมาเป็น กัมพูชา 55,377 ล้านบาท แต่ขาดดุลกับพม่า 27,036 ล้านบาท เนื่องจากมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเป็นมูลค่าสูง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เชื่อเศรษฐกิจปี57ฟื้นต่างชาติออเดอร์สินค้ายาว6-9เดือน