รฟท. เผยเปิดเดินรถไฟสายอีสานตามปกติแล้ว หลังกู้รถไฟตกรางสถานีโนนสูง โคราช แล้วเสร็จ ชี้เหตุเกิดจากประแจสับรางที่ผู้รับเหมาล็อกเอาไว้เกิดการคลายตัว
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรถไฟบรรทุกสินค้า ขบวน นข.2206 ตกรางบริเวณประแจสับรางสถานีรถไฟโนนสูง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 17 ต.ค.56ว่า เมื่อเวลา 09.24 น.วันที่ 18 ต.ค.56 การรถไฟฯ สามารถกู้โบกี้รถไฟที่ตกรางได้แล้ว และเปิดเส้นทางเดินรถระหว่างสถานีรถไฟบ้านดงพลอง-สถานีรถไฟโนนสูง เพื่อเดินรถสายตะวันออกเฉียงเหนือได้ตามปกติ โดยอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะเป็นขบวนรถบรรทุกสินค้าที่บรรทุกตู้เปล่า เพื่อกลับเข้าสถานีรถไฟหัวลำโพง หลังจากนำสินค้าไปส่งยังปลายทางขอนแก่น สำหรับเส้นทางรถไฟสายนี้อยู่ระหว่างว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมา เข้าทำการซ่อมบำรุงราง และเปลี่ยนหมอนรถไฟ แต่ยังไม่ได้ส่งมอบงาน โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากประแจสับรางที่ผู้รับเหมาล็อกเอาไว้เกิดคลายตัว เมื่อขบวนรถแล่นผ่านจึงทำให้รถไฟตกราง โดยบริษัทผู้รับเหมายอมรับเป็นความผิดพลาด และยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้จะกำชับให้ผู้รับเหมา และเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ตรวจสอบเส้นทางรถไฟฯ อย่างละเอียดอีกครั้งก่อนรับมอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รฟท.เปิดเดินรถไฟสายอีสานตามปกติแล้ว
เดือน: ตุลาคม 2013
-

รฟท.เปิดเดินรถไฟสายอีสานตามปกติแล้ว
-

กสทช.เตือนเช็คเครือข่ายขณะชมบั้งไฟพญานาค
กสทช. เตือนนักท่องเที่ยวที่ใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการเครือข่ายในไทย เช็คสัญญาณโทรศัทพ์มือถือขณะชมบั้งไฟพญานาค จ.หนองคาย แนะแจ้งเครือข่ายปิดบริการ หากไม่ต้องการใช้โรมมิ่ง หวั่นระบบเปิดโรมมิ่งอัตโนมัติเจอเรียกเก็บค่าโทรศัพท์หลักแสนบาท
วันนี้ (18 ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า กสทช. ได้ออกประกาศเตือนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือที่เดินทางไปเที่ยวช่วงเทศกาลบั้งไฟพญานาค วันออกพรรษา จ.หนองคาย ซึ่งติดกับประเทศลาว ให้ระมัดระวังและตรวจสอบในเรื่องของเครือข่ายผู้ให้บริการแจ้งปิดบริการข้ามแดนอัตโนมัติ (โรมมิ่ง) เพื่อป้องกันปัญหาการเชื่อมต่อสัญญาณของประเทศเพื่อนบ้านอัตโนมัติ และทำให้เกิดค่าใช้บริการที่มีราคาสูง
อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้บริการไม่ได้แจ้งกับเครือข่ายเพื่อปิดสัญญาณ จะทำให้สัญญาณจากประเทศลาวเชื่อมต่อโครงข่ายอัตโนมัติทันที จะส่งผลให้ผู้ใช้งานจะถูกเรียกเก็บค่าบริการรับสายในอัตราโรมมิ่งจากประเทศลาว แม้จะยังอยู่ในพรมแดนประเทศไทยก็ตาม ดังนั้น ควรปิดบริการกับศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ของผู้ให้บริการเครือข่าย หรือ กดปิดบริการที่ตัวเครื่อง โดยเฉพาะการใช้งานดาต้า ซึ่งแต่ละเครือข่ายไม่เหมือนกัน และควรสังเกตสัญลักษณ์ชื่อเครือข่ายที่ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ หากไม่ใช่เครือข่ายที่ใช้บริการอยู่ในไทย แสดงว่ากำลังโรมมิ่งอยู่
"เคยมีกรณีร้องเรียนค่าบริการดาต้าโรมมิ่งจากการเดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพียง 3 วัน แต่ถูกเรียกค่าบริการถึง 2 แสนบาท หรือกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคชาวแคนาดาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถูกคิดค่าบริการดาต้าโรมมิ่ง 200ล้านบาท เป็นต้น" น.พ.ประวิทย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศมีกฎหมายกำหนดไว้ว่า หากผู้บริโภคไม่สมัครใช้บริการห้ามเปิดบริการโรมมิ่งให้กับผู้บริโภค ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยที่ผู้ให้บริการจะเปิดบริการให้อัตโนมัติ โดยเปิดบริการโรมมิ่งให้ทันทีพร้อมการเปิดซิม ซึ่งหากผู้ใช้บริการไม่ทราบ เมื่อเดินทางไปยังต่างประเทศ หรือแม้แต่พื้นที่ชายแดน ก็จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจากการเชื่อมต่อกับสัญญาณโทรศัพท์ของประเทศเพื่อนบ้านและทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เตือนเช็คเครือข่ายขณะชมบั้งไฟพญานาค -

เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ไทย-จีน สุรพงษ์ ขอ 2.2 ล้านล้าน เดินเรือแข่งรถไฟเร็วสูง
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เปิดสัมมนายุทธศาสตร์ไทย-จีน เมืองเซี่ยเหมิน เมืองที่ชาวฮกเกี้ยนโบราณล่องเรือสำเภาค้าขายไทย เตรียมเสนอยิ่งลักษณ์แบ่ง 2.2 ล้านล้าน พัฒนาการขนส่งทางน้ำไปจีนนอกจากรถไฟความเร็วสูง ยันจีนต้องการข้าวหอมมะลิไทยเพิ่ม
เมื่อเวลา10.00น. วันที่ 18ต.ค.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีนที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียว(Huaqiao University) เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ซึ่งผู้เข้าร่วมเป็นนักวิจัยจากประเทศไทยและจีนราว 500 คน โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่านโยบายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะนำงานวิจัยใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง โดยในปี2558 ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคม เมื่อรวมกับประชากรของจีน จะมีพลเมืองรวมกันถึง 2000 ล้านคน หรือ 30% ของประชากรโลก จึงเป็นการรวมพลังที่ทำให้อาเซียนและจีนยิ่งใหญ่ สร้างมั่งคั่งแก่โลกและอาเซียน ขอให้นักวิชาการไทย จีนร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงจีนอาเซียน นายสุรพงษ์ กล่าวกันผู้สื่อข่าวว่า เมืองเซี่ยเหมิน มีการค้าขายกับประเทศไทยมานาน โดยใช้เรือสำเภาตั้งแต่อดีต จึงเห็นว่าไทยควรพัฒนาการขนส่งทางเรืออีกทาง และจะนำเสนอกับนายกรัฐมนตรีให้จัดสรรเงินลงทุนจากเงินกู้2.2 ล้านล้านบาท มาพัฒนาการขนส่งทางน้ำไปยังประเทศจีน นอกเหนือจากการลงทุนรถไฟความเร็วสูง โดยเป็นการพัฒนาร่วมกัน เพราะปัจจุบันเรือสามารถเดินทางได้ดีกว่าแต่ก่อน นายสุรพงษ์ ตอบข้อถามถึงบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับจีนในการซื้อข้าวเพิ่มเป็นปีละ1 ล้านตันว่า จีนได้ติดตามสถานการณ์และเข้าใจปัญหาว่าไทยมีข้าวเยอะและต้องการระบาย ในขณะที่คนจีนก็ชอบข้าวเมล็ดยาวของไทย แต่ที่ผ่านมาการส่งออกบางครั้งมีการนำข้าวคุณภาพต่ำปลอมปนกับข้าวหอมมะลิ เมื่อมีการหรือในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ทางจีนแสดงความต้องการข้าวคุณภาพเพิ่มขึ้นจากไทย ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันดีขึ้นอีกมาก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ไทย-จีน สุรพงษ์ ขอ 2.2 ล้านล้าน เดินเรือแข่งรถไฟเร็วสูง