เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • 2 สนามบินเข้มความปลอดภัยรับม็อบ

    2 สนามบินเข้มความปลอดภัยรับม็อบ

    นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.เปิดเผยถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิช่วง ที่มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลว่า ทอท.ได้ประสานไป สภอ.สมุทรปราการ เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 กองร้อย มาประจำการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรรภูมิ แต่ทั้งนี้ ไม่ได้วางกำลังปิดล้อมท่าอากาศยานแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จัดทำแผนปฏิบัติงานรองรับกรณีเกิดปัญหาการชุมนุมประท้วงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยแบ่งแผนปฏิบัติการออกเป็น 2 ขั้น แผนขั้นที่ 1 คือกรณีที่ยังไม่เกิดการชุมนุมประท้วงในพื้นที่ท่าอากาศยานฯจะจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลโดยรอบ แต่หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกมายังท่าอากาศยานฯ จะใช้แผนรักษาความปลอดภัยขั้นที่ 2 คือประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เข้ามารักษาความปลอดภัย “ท่าอากาศยานสวุรรณภูมิได้จัดตั้งศูนย์ควบคุมและสั่งการณ์ในภาวะฉุกเฉินขึ้นภายในท่าอากาศยานฯ เพื่อทำหน้าที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร และประเมินสถานการณ์ชุมนุมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมแผนรองรับให้ทันต่อเหตุการหากเกิดเหตุการบุกยึดสนามบิน อย่างไรก็ตามการให้บริการเที่ยวบินภายในสุวรรณภูมิยังปกติ ไม่มีเที่ยวบินเลื่อนหรือยกเลิกจากสาเหตุการชุมนุม แต่อาจมีปัญหารถแท็กซี่ และรถเมล์ที่วิ่งเข้ามาให้บริการในสนามบินไม่เพียงพอ เพราะบริเวณพื้นที่บริเวณใกล้เคียงสนามบินมีปัญหาการจราจรติดขัด” ด้านเรืออากาศโทจตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการสนามบินดอนเมือง กล่าวว่า สนามบินดอนเมืองได้เตรียมประสานงานไปยังหน่วยความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมหากเกิดกรณีฉุกเฉินแล้ว และยืนยันเปิดให้บริการอยู่แม้ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมล้อมสนามบินดิานถนนวิภาวดีรังสิต สนามบินดอนเมืองจะเปิดให้ผู้ใช้บริการเข้าทาง. ยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ หรือหากรุนแรงมาก จนมาปิดหน้าอาคารสนามบินดอนเมือง จนไม่สามารถเข้าออกทางถนนวิภาวดีรังสิตได้ ทางสนามบินดอนเมือง ได้ประสานงานไปยัง กองทัพอากาศ เพื่อเปิดทางเข้า ออก หากไม่สามารถเข้าออกด้านถนนวิภาวดีรังสิตได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 2 สนามบินเข้มความปลอดภัยรับม็อบ

  • กสทช.ขอความร่วมมือตำรวจส่งมือถือไฟดูดมาให้ตรวจสอบ

    กสทช.ขอความร่วมมือตำรวจส่งมือถือไฟดูดมาให้ตรวจสอบ

    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟดูดขณะชาร์จโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งกรณีล่าสุดเหตุเกิดที่ สภ.แกลง จ.ระยอง นั้น ทางสำนักงาน กสทช. ได้ประสานงานสอบถามข้อมูลไปยัง ผู้กำกับการ สภ.แถลง จ.ระยอง  พบว่าผู้เสียชีวิตได้ใช้อุปกรณ์สายชาร์จ และสมาร์ทโฟน ที่เป็นสินค้าเลียนแบบแบรนด์ดังระดับโลก  และสันนิษฐานการเสียชีวิตเกิดจากไฟฟ้ารั่วเข้าสู่ร่างกายผู้เสียชีวิต ซึ่งสำนักงานฯ จะมีหนังสือประสานขอให้ส่งเครื่องดังกล่าว พร้อมแบตเตอรี่ และอุปกรณ์ต่างๆ มายังสำนักงาน กสทช. เพื่อตรวจสอบว่าเครื่องดังกล่าวมีการนำเข้าหรือมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. หรือไม่  หากพบว่าเครื่องดังกล่าวมีการนำเข้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. ตามกฎหมายแล้ว  จะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป กรณีนี้นับเป็นอุทาหรณ์ สำนักงาน กสทช. จึงขอเตือนผู้บริโภคให้เลือกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ไม่ควรเห็นแก่ของที่มีราคาถูก ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานสากล จะผ่านการตรวจสอบคุณภาพในการผลิต และหากผู้ใช้ปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้จะทำให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหากพบเห็น หรือสงสัยว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์ที่ซื้อมาได้รับมาตรฐานหรือไม่ สามารถส่งมาตรวจสอบได้ที่สำนักงาน กสทช. หรือสอบถามข้อมูลและร้องเรียนได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ขอความร่วมมือตำรวจส่งมือถือไฟดูดมาให้ตรวจสอบ

  • ยกระดับตลาดไทยสู่ฮับตลาดสดอาเซียน

    ยกระดับตลาดไทยสู่ฮับตลาดสดอาเซียน

    นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด เจ้าของตลาดไท เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมทุ่มเงินลงทุน 2,600 ล้านบาท ยกระดับตลาดไท เป็นศูนย์กลางค้าปลีก-ส่ง ผักและผลไม้ของภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 เพราะจะมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นด้วยจำนวนประชากรจะเพิ่มจาก 65 ล้านคนในไทยเป็น 600 ล้านคน จาก 10 ประเทศสมาชิก “ปัจจุบันตลาดไทย เป็นตลาดที่รองรับการค้าปลีกและส่งผักผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นกว่า 50% ของการค้าในประเทศมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท และเชื่อว่าเมื่อเปิดเออีซีมูลค่าการซื้อขายผักผลไม้จะเพิ่มเป็น 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมาก หากเตรียมความพร้อมได้เร็วก็จะมีโอกาสและศักยภาพมากพอที่เป็นผู้นำเออีซี แต่หากช้าอาจถูกเวียดนาม คู่แข็งสำคัญแซงหน้าได้” ทั้งนี้การลงทุนจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 57 โดยแบ่งการลงทุนเป็น 1,000 ล้านบาท เปิดศูนย์กระจายสินค้าและเพิ่มคลังสินค้าใหม่ ให้สามารถรองรับสินค้าได้ 3,000 ตันต่อวัน จากปัจจุบันที่ 1,000 ตันต่อวัน, 130 ล้านบาท สร้างศูนย์คอนเทนเนอร์ใหม่, 900 ล้านบาท ปรับปรุงและซ่อมแซมระบบโครงสร้างพื้นฐาน และ 600 ล้านบาท ซื้อพื้นที่เพิ่ม 50 ไร่ จากปัจจุบันที่ 450 ไร่ ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ค้าขายเพิ่มขึ้น 15-20% อย่างไรก็ดี บริษัทไม่กังวลว่าปัญหาการเมืองจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของบริษัท เนื่องจากมองว่าเป็นปัญหาระยะสั้น ในขณะที่การลงทุนของบริษัทเป็นแผนการลงทุนระยะยาว โดยยังยืนยันเดินหน้าลงทุนปรับปรุงตลาดตามแผนที่วางไว้ ขณะที่รายได้ของบริษัทในช่วงสองเดือนที่เกิดปัญหาการเมือง ยังคงที่และมีการค้าขายเป็นปกติ พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่ารายได้ทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 900-1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 900 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยกระดับตลาดไทยสู่ฮับตลาดสดอาเซียน