เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ‘ไอซีที’ เล็งตั้งกรมทะเบียนกลาง

    ‘ไอซีที’ เล็งตั้งกรมทะเบียนกลาง

    ก.ไอซีที เตรียมยกระดับการทำงานการทะเบียนภาครัฐ ด้วยการตั้งกรมทะเบียนกลาง มั่นใจช่วยดันไทยไต่ระดับท็อป 10 อีกอฟเวิร์นเมนต์โลก คาด 2 ปี เห็นภาพ นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า เตรียมจัดตั้งหน่วยงานใหม่ภายใต้สังกัดกระทรวงไอซีทีโดยใช้ชื่อว่า กรมทะเบียนกลาง โดยจะตั้งผู้บริหารระดับอธิบดีขึ้นมาดูแลเฉพาะ เบื้องต้นจะให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงเข้าดูแล คาดว่าจะเริ่มงานจริงได้หลังเหตุการณ์ทางการเมืองสงบ ทั้งนี้กรมทะเบียนกลาง จะช่วยยกระดับการทำงานด้านงานทะเบียน ให้มีการรวมของศูนย์ชัดเจน จากเดิมที่การบริหารจัดการกระจายไปแต่ละหน่วยงานที่บริหารจัดการไม่กี่เรื่อง ซึ่งหากตั้งแล้วจะทำให้ครอบคลุมทั้ง 91 เรื่อง ตั้งแต่เรื่องการเกิดจนการตาย ส่วนแนวคิดของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เพื่อดันอันดับการพัฒนาด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (อีกอฟเวิร์นเมนต์) ให้ประเทศไทยขึ้นมาเป็นอันดับท็อป 10 จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 20 ของโลก ซึ่งมองว่าเป้าหมายที่เราจะไต่ขึ้นไปน่าจะเป็นจริงได้ภายใน 6 ปีจากนี้ โดยจะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมได้ภายใน 2 ปี ขณะที่ภายใน 3 ปี เกิดภาพชัดเจน อย่างไรก็ตาม กระทรวงไอซีทีจะต้องเร่งผลักดันให้เกิดผลเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากร การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ต่อยอดการใช้งานคลาวด์ภาครัฐ รวมถึงเชื่อมโยงฐานข้อมูลเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ทำให้การใช้งานเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อทำให้ประเทศไทยขึ้นอันดับ 1 ใน 10 ของโลกให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ถือเป็นองค์กรที่จะช่วยผลักดัน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (จิน).

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ไอซีที’ เล็งตั้งกรมทะเบียนกลาง

  • ‘แกร็บแท็กซี่’ นวัตกรรมใหม่ ในการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ – ฉลาดสุดๆ

    ‘แกร็บแท็กซี่’ นวัตกรรมใหม่ ในการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ – ฉลาดสุดๆ

    หลาย ๆ คนที่ใช้บริการรถแท็กซี่บ่อย ๆ คงเคยเจอปัญหารอเรียกแท็กซี่นาน เรียกแล้วไม่ยอมรับไปส่งยังที่ต้องการไป โดยอ้างว่าจะไปส่งรถคืนอู่ไม่ทันบ้าง หรือไม่กล้านั่งแท็กซี่คนเดียวเพราะกลัวไม่ปลอดภัยบ้าง ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเพียงแค่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถเรียกแท็กซี่ได้ง่าย ๆ แค่ใช้ปลายนิ้วคลิกผ่านแอพพลิเคชั่น แกร็บแท็กซี่ (GRABTAXI) รถแท็กซี่ก็จะมารับไปส่งยังสถานที่ปลายทางที่ต้องการทันที นายปัญญา วอนเผื่อน ผู้จัดการประจำประเทศไทยบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอพพลิเคชั่นแกร็บแท็กซี่ มีจุดเริ่มต้นจากนายแอนโทนี่ แทน ชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นหลังจากได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งในการแข่งขันแผนธุรกิจประจำปีของ “ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สคูล” หลังจากนั้นจึงได้นำแนวความคิดมาพัฒนาให้เป็นจริงและได้เริ่มเปิดตัวที่ประเทศมาเลเซียเป็นที่แรก เมื่อเดือน มิ.ย. 55 ซึ่งเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนโครงการนี้ จากนั้นจึงได้ขยายไปยังประเทศฟิลิปปินส์ในเดือน ส.ค. 56 ประเทศไทย และสิงคโปร์ เดือน ต.ค. 56 โดยในประเทศไทย คุณแอนโทนี่ แทน ได้ร่วมลงทุนและจัดตั้งบริษัทกับ คุณจุฑาศรี คูวินิช กุล ผู้อำนวยการ บริษัท แกร็บแท็กซี่(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สคูลด้วยกัน แอพพลิเคชั่นแกร็บแท็กซี่ ได้เปิดตัวให้ทดลองใช้แล้ว โดยรองรับทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ไอโอเอส และวินโดวส์โฟน ดาวน์โหลดลงเครื่องเพียงครั้งเดียว สามารถนำไปใช้งานได้ทั้ง 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และสิงคโปร์ โดยจุดเด่นของแอพนี้ก็คือ นำระบบ จีพีเอส (GPS) มาใช้งานเพื่อค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แค่กำหนดปลายทาง แอพพลิเคชั่นจะค้นหารถแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด และแสดงระยะทางจากจุดเรียกไปยังจุดหมาย และค่าโดยสารโดยประมาณให้ทราบ เมื่อทำการกดเรียกรถแล้ว ผู้โดยสารจะได้รับการยืนยันภายใน 1 นาที พร้อมข้อความที่ระบุใบหน้า และเบอร์โทรศัพท์ของคนขับรถ รวมถึงทะเบียนรถและเวลาถึงที่หมายโดยประมาณ อีกทั้งยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถได้ตลอดเวลาขณะขับมารับผู้โดยสาร รวมถึงสามารถโทรศัพท์พูดคุยเพื่อนัดแนะตำแหน่งที่รอหรือจะให้รับได้ด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีระบบ Track My Ride ที่สามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งการติดตามการเดินทางเพื่อความปลอดภัยให้กับครอบครัว หรือเพื่อน ๆ เพื่อให้ทราบการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ขณะโดยสารรถจนถึงที่หมายได้ผ่านโซเซียล เน็ตเวิร์กต่าง ๆ อาทิ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อีเมล วอทส์ แอพ และไลน์ ฯลฯ ขณะที่คนขับแท็กซี่ก็สามารถเลือกได้ว่าจะรับงานหรือไม่ โดยระบบจะเลือกส่งงานให้กับแท็กซี่คันที่วิ่งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับผู้โดยสารที่สุดก่อน นายปัญญา กล่าวต่อว่า การเรียกแท็กซี่โดยใช้แอพนี้ ผู้โดยสารจะต้องจ่ายเพิ่มให้คนขับแท็กซี่อีก 25 บาท นอกเหนือจากค่ามิเตอร์ตามระยะทาง โดยแอพพลิเคชั่นจะมี 2 เวอร์ชั่น คือ แอพพลิเคชั่นสำหรับผู้โดยสาร และแอพพลิเคชั่นคนขับแท็กซี่ที่รองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการรแอนดรอยด์ เมื่อผู้โดยสารจะใช้งานในครั้งแรกจะมีการให้ลงทะเบียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และ อีเมล ก่อน ขณะที่คนขับก็จะต้องมาลงทะเบียนกับทางบริษัท เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นของทั้งผู้โดยสาร และคนขับ จึงมั่นใจได้ว่าการโดยสาร และการขับไปส่ง จะมีความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย “ที่ผ่านมาได้เกิดคดีความเกี่ยวกับแท็กซี่อย่างต่อเนื่องเห็นได้จากข่าวตามทีวีและหนังสือพิมพ์ หากมีการใช้แอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยสร้างความปลอดภัยเพราะบริษัทมีการเก็บข้อมูลของทั้งสองฝ่ายไว้ตั้งแต่การเรียกใช้บริการเวลาเท่าไรไปส่งที่ไหน คนขับแท็กซี่คนไหน ทะเบียนรถอะไรเป็นผู้รับงาน ซึ่งในกรณีเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ก็สามารถติดตามได้หากทางเจ้าหน้าที่ประสานของข้อมูลมา รวมถึงกรณีผู้โดยสารลืมของไว้ในแท็กซี่ก็จะสามารถติดตามของคืนได้ง่ายเพราะมีข้อมูลอยู่แล้ว” ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ แกร็บแท็กซี่ กล่าวต่อว่า แกร็บแท็กซี่มีจุดประสงค์หลักคือต้องการให้ผู้ใช้งานหรือผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่ได้อย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัย ขณะที่คนขับแท็กซี่ก็ได้งานเพิ่มขึ้น ประหยัดมากขึ้นโดยไม่ต้องวิ่งรถเปล่าหาผู้โดยสารยังสถานที่ต่าง ๆ โดยถือเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ไม่ได้วางเป้าหมายว่าจะต้องมีกำไรโตเท่าไหร่ต่อปี เพียงแต่หวังให้มีรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดได้เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายได้เข้ามา ส่วนในอนาคตกำลังพิจารณารูปแบบการหารายได้ โดยอาจจะคิดส่วนแบ่งจากคนขับแท็กซี่ต่อการเรียกหนึ่งครั้ง หรือการหารายได้จากสปอนเซอร์ที่เข้ามาสนับสนุน “ขณะนี้จำนวนแท็กซี่ที่เข้ามาร่วมใช้แอพพลิเคชั่นของบริษัทนั้นขณะนี้ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปแนะนำแอพนี้ให้กับคนขับแท็กซี่ตามสถานที่ต่าง ๆ อาทิ สหกรณ์แท็กซี่ สถานีบริการน้ำมัน ฯลฯ เพื่อบอกถึงข้อดี ขณะที่อุปกรณ์ที่รองรับก็มีมากมายในท้องตลาดใช้เพียงสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เวอร์ชั่น 2.3ขึ้นไปราคาต่ำสุดที่มีวางขายประมาณ 2,000 กว่าบาท ก็สามารถใช้งานได้แล้ว ส่วนการใช้งานจีพีเอส ก็มีแพ็กเกจขั้นต่ำของโอปเรเตอร์ต่าง ๆ อยู่ที่ประมาณ 210 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งคนขับแท็กซี่สามารถใช้งานได้สบาย ๆ ตกวันละ 7 บาทเท่านั้น” นายปัญญา กล่าว ผู้ที่สนใจสามารถหาดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้ผ่านแอพ สโตร์, กูเกิล เพลย์สโตร์ และวินโดวส์ สโตร์ ตามอุปกรณ์ที่ใช้งานของแต่ละคน โดยค้นหาคำว่า grabtaxi แล้วจะรู้ว่าการเรียกรถแท็กซี่ง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นเยอะ. จิราวัฒน์ จารุพันธ์ JirawatJ@dailynews.co.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘แกร็บแท็กซี่’ นวัตกรรมใหม่ ในการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ – ฉลาดสุดๆ

  • เจาะแผนปฏิรูปเศรษฐกิจจีน…เป้าหมายการขยายตัวอย่างยั่งยืน – โลกการเงิน กับ ดร.เชาว์ เก่งชน

    เจาะแผนปฏิรูปเศรษฐกิจจีน…เป้าหมายการขยายตัวอย่างยั่งยืน – โลกการเงิน กับ ดร.เชาว์ เก่งชน

    ในครั้งที่แล้ว ผมได้เล่าถึงแผนการปฏิรูประบบเศรษฐกิจการเงินของกลุ่มยูโรโซน ที่มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงที่วิกฤติเศรษฐกิจจะย้อนรอยกลับมาอีกในยุโรป มา ในครั้งนี้ ขออนุญาตกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปของเศรษฐกิจจีนบ้าง หลังจากที่เพิ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดของการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ปิดฉากไปก่อนหน้านี้ไม่นานครับ เริ่มแรก จะขอปูพื้นถึงโจทย์สำคัญต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ ที่ทางการจีนกำลังเผชิญอยู่ ดังนี้ครับ…หลังจากที่เศรษฐกิจโลก รวมถึงจีน ได้ถูกกระทบจากวิกฤติซับไพร์มของสหรัฐในปี 2551 ทางการจีนก็ได้พยายามฟื้นเศรษฐกิจโดยมาตรการกระตุ้นทางการเงินและการคลังต่าง ๆ ซึ่งมาตรการทางการเงินนั้น รวมไปถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการให้สถาบันการเงินเร่งขยายสินเชื่อ ส่วนมาตรการทางการคลังได้แก่การให้รัฐวิสาหกิจและรัฐบาลท้องถิ่น เร่งเดินหน้าในโครงการลงทุนต่าง ๆ ทั้งนี้ แม้ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจจีนสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ แต่การขยายสินเชื่อที่รวดเร็วก็นำมาสู่ประเด็นเงินเฟ้อและภาวะฟองสบู่ในภาค อสังหาฯ ในขณะเดียวกัน การลงทุนจำนวนมาก ยังนำมาสู่ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขณะที่หนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น จากการระดมเงินเพื่อนำไปสร้างโครงการต่าง ๆ ก็กลายเป็นประเด็นที่อาจนำมาสู่ความเสี่ยงได้ ในขณะเดียวกัน จีนยังเผชิญกับโจทย์ทางด้านสังคม อาทิ ประชากรของจีน ที่เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ต่าง ๆ ไม่ได้รับสิทธิทางด้านสวัสดิการสังคม เนื่องจากเป็นแรงงานต่างถิ่นที่ไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ในเมืองนั้น ๆ ในขณะที่ประชากรในเมืองเองก็มีภาระจากราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ รวมถึงยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ที่รัฐบาลให้สวัสดิการเฉพาะข้าราชการ นอกจากนี้ อัตราการเกิดของประชากรที่ต่ำ เนื่องมาจากการควบคุมของทางการนั้น ยังทำให้อีกไม่นานนี้ จีนคงจะต้องเผชิญกับโจทย์ของการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเด็นต่าง ๆเหล่านี้ ทำให้การบริโภคของประชาชนขยายตัวได้ค่อนข้างจำกัด ในขณะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจ จำต้องพึ่งการลงทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากประเด็นด้านสวัสดิการสังคมแล้ว ยังมีประเด็นด้านการจัดสรรสิทธิการใช้ที่ดิน ซึ่งอำนาจอยู่ในมือของรัฐบาลท้องถิ่น ที่มักจะอนุมัติสิทธิการใช้ที่ดินเพื่อการก่อสร้าง, โครงการอสังหาฯ และการลงทุนของภาคธุรกิจ มากกว่าการพัฒนาด้านการเกษตร เพราะรัฐบาลได้รับผลตอบแทนมากกว่า แต่ก็ส่งผลให้การขยายการผลิตทางการเกษตร เผชิญกับข้อจำกัด และกระทบเป็นลูกโซ่ มายังราคาอาหาร และภาวะเงินเฟ้อ จากโจทย์ที่เผชิญต่าง ๆ เหล่านี้ ทางการจีนจึงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ เพื่อที่จะให้การขยายตัวในช่วงข้างหน้ามีความยั่งยืนมากขึ้น ทั้งนี้ สาระสำคัญโดยสรุปของแผนการปฏิรูปล่าสุด ครอบคลุมประเด็นหลัก ๆ ได้แก่ 1.) การให้ความสำคัญต่อกลไกตลาดในระบบเศรษฐกิจ เช่น ลดบทบาทและการแทรกแซงของภาครัฐในการกำหนดราคาสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ 2.) การปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม ที่ให้สิทธิแก่ประชากร และแรงงานที่ไปทำงานต่างถิ่นอย่างทั่วถึงมากขึ้น รวมถึงการปฏิรูประบบการให้สิทธิในการใช้ที่ดิน 3.) การปฏิรูปการคลัง ซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปการกำกับดูแลฐานะการคลังของรัฐบาลท้องถิ่น 4.) การปฏิรูปด้านการเงิน ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านอัตราดอกเบี้ย, อัตราแลกเปลี่ยน, การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนการกำกับดูแลความเสี่ยงของระบบสถาบันการเงิน และ 5.) การปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติ ซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปนโยบายด้านประชากร อาทิ การผ่อนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับจำนวนการมีบุตร จากเดิมที่จำกัดไว้ที่เพียงหนึ่งคน ผมมองว่า การดำเนินการปฏิรูปที่ครอบคลุมในหลายด้านดังกล่าวน่าที่จะช่วยให้เศรษฐกิจจีนสามารถตอบโจทย์ในด้านคุณภาพของการขยายตัวของเศรษฐกิจ รวม ถึงตอบโจทย์ในด้านสวัสดิการแก่ประชากร ซึ่งน่าจะมีผลต่อเนื่องในการช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน การปฏิรูประบบการเงิน เช่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ย ที่คงจะทยอยเป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น ก็น่าที่จะช่วยการจัดสรรทรัพยากรให้แก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ที่มีปัญหาในการเข้าถึงบริการของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ แน่นอนว่า การดำเนินการปฏิิรูปในประเด็นที่หลากหลายดังกล่าวย่อมที่จะต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม จากการที่ทางการจีน ได้หันไปเน้นประเด็นด้านคุณภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าขนาดของอัตราการขยายตัว ทำให้คาดได้ว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงข้างหน้า คงจะไม่หวือหวา แต่น่าที่จะมีเสถียรภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ประเด็นด้านเสถียรภาพของเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการเงิน การคลัง ก็น่าที่จะแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งย่อมจะส่งผลดี ทั้งต่อเศรษฐกิจจีน และต่อเศรษฐกิจต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมถึงไทย ที่ล้วนมีจีนเป็นคู่ค้าสำคัญทั้งสิ้น ครับ …

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจาะแผนปฏิรูปเศรษฐกิจจีน…เป้าหมายการขยายตัวอย่างยั่งยืน – โลกการเงิน กับ ดร.เชาว์ เก่งชน