ข่าวจากแอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE) แจ้งว่า มียอดผู้ใช้งานเกิน 300 ล้านคนทั่วโลกแล้ว นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2554 มียอดผู้ใช้งานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกินความคาดหมายมาโดยตลอด จากการให้บริการฟีเจอร์ที่น่าสนใจและหลากหลาย ตั้งแต่ฟีเจอร์การสนทนาเสียง การสนทนาด้วยภาพวีดีโอ และการส่งสติ๊กเกอร์ข้อความสุดฮิต สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ไลน์ให้ความสำคัญมาก โดยร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้งสถาบันการเงิน ร้านอาหาร บริษัทประกันภัย และสื่อบันเทิงต่างๆ เชื่อมโยงบริษัทกับลูกค้าให้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น เช่น จับมือกับธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว หมีบราวน์กับกระต่ายโคนี่ในชุด “Brown & Cony in KBank’s world ในอริยาบทของหมีบราวน์และกระต่ายโคนี่เกี่ยวกับการใช้เงินในชีวิตประจำวัน สติ้กเกอร์ดังกล่าวมียอดดาวน์โหลด 3 ล้านครั้ง หลังจากเปิดให้บริการเพียง 1 วันเท่า รวมถึงโฆษณาโทรทัศน์ชุดแรกในประเทศไทย ที่สร้างจากเรื่องจริงของผู้ใช้งานคนไทย สติ๊กเกอร์เวอร์ชั่นพิเศษกระต่ายโคนี่ หมีบราวน์ และหนุ่มสำอางเจ้าเสน่ห์เจมส์ ที่สื่อถึงชีวิตอันสุขสันต์ในประเทศไทยและแคมเปญ LINE Next เพื่อเฟ้นหาคนไทยรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ร่วมงานกับไลน์ ในประเทศไทย นอกจากนี้ ประเทศที่มีชาวละตินอเมริกัน เช่น ประเทศสเปนและเม็กซิโก ยังมีจำนวนผู้ใช้งาน เพิ่มขึ้น ไลน์ให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในประเทศอินเดีย ตุรกี ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลีมากขึ้น ผ่านโปรโมชั่นและแคมเปญเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานของประเทศนั้น ๆ มร. อากิระ โมริกาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไลน์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดสมารท์โฟน ส่งผลให้ไลน์ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มความน่าสนใจบนแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การสื่อสารผ่านสติ๊กเกอร์ข้อความ การสนทนาเสียง การสนทนาผ่านวีดีโอ และเกม เพื่อเป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสารที่ให้บริการส่งข้อความแบบเดิมๆ โดยในปี 2557 นี้เตั้งใจเพิ่มยอดผู้ใช้งานทั่วโลกเป็น 500 ล้านคน เพื่อเป็นผู้นำการให้บริการการสื่อสารอันดับต้นๆ ของโลก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ใช้ไลน์ทั่วโลกครบ300ล้านแล้ว
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ใช้ไลน์ทั่วโลกครบ300ล้านแล้ว
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 2.26 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (25 พ.ย.) ดัชนีปรับลดลงแรงกว่า 13 จุดทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบตลอดการซื้อขาย แต่บางช่วงสามารถฟื้นตัวทางเทคนิค (รีบาวน์) ขึ้นได้ ตามแรงเข้าซื้อกลับ แต่ยังอ่อนตัวในแดนลบ สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศที่เริ่มมีความร้อนแรงมากขึ้น จากการที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการดาวกระจายการชุมนุมไปยังพื้นที่ต่างๆ จำนวน 13 แห่ง ส่งผลให้หุ้นปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,356.81 จุด ลดลง 2.26 จุด หรือ 0.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 14,821.24 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 2.26 จุด -

“อนุดิษฐ์” ย้ำ กทค.ให้ไลเซนส์ไทยคม8 ถูกต้องแล้ว
วันนี้ (25 พ.ย.) ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (ไลเซนส์) แก่ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการไทยคม 7 และ 8 ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกระบวนการแล้ว และไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งกทค. มีหน้าที่ในการให้ไลเซนส์เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่แล้ว และไทยคมได้รับการอนุมัติจากกระทรวงไอซีทีในการยิงดาวเทียมดวงใหม่เพื่อรักษาวงโคจรของประเทศ ส่วนการให้บริการภายใต้ใบอนุญาต เป็นเรื่องที่ไทยคม ต้องไปขอจาก กทค. และไลเซนส์ที่ได้รับนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลแต่อย่างไร สำหรับดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 เป็นดาวเทียมดวงใหม่ของไทยคม ซึ่งจะถูกยิงขึ้นไปประจำตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออก และ 78.5 องศาตะวันออก หลังจากที่ไทยคมรับหน้าที่ให้หาดาวเทียมจากประเทศอื่นมาไว้ในวงโคจรดังกล่าวเพื่อไม่ให้วงโคจรถูกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ยึดคืนหากไม่มีการใช้งาน ซึ่งขณะนี้ กระทรวงไอซีทีเปิดให้เอกชนรายอื่นที่สนใจยิงดาวเทียมมาสัมปทานวงโคจรจากไอซีทีได้ ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นไทยคมเพียงรายเดียว แต่ที่ผ่านมายังไม่มีรายอื่นมาแสดงความจำนงเลย “กระทรวงไอซีทีเป็นผู้อนุมัติให้ยิงดาวเทียมไทยคมเพื่อรักษาสิทธิในวงโคจร แต่ กทค.มีหน้าที่ออกใบอนุญาต ซึ่งการที่ กทค.ออกใบอนุญาตให้โดยไม่ต้องเปิดประมูลก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะคนละส่วนกับเรื่องคลื่นความถี่” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ทั้งนี้ วงโคจรดาวเทียม ประเทศไทยได้รับการจัดสรรจากไอทียูใน 4 ตำแหน่ง คือวงโคจรที่ 50.5, 78.5, 119.5 และ 120 องศาตะวันออก ยังไม่นับรวมพิกัด 126 และ 142 องศาตะวันออก ที่ไทยกำลังยื่นขออีกรอบ หลังจากเคยได้รับสิทธิ์และหลุดมือไปก่อนหน้านี้ และหากไม่มีดาวเทียมประจำวงโคจร หรือไม่ถูกใช้งาน ทางไอทียูจะยึดคืนเพื่อไปจัดสรรให้กับประเทศอื่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อนุดิษฐ์” ย้ำ กทค.ให้ไลเซนส์ไทยคม8 ถูกต้องแล้ว