เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • สุดอั้น ชาวนาแห่นำใบประทวนจำนำข้าวกู้เงินนอกระบบ

    สุดอั้น ชาวนาแห่นำใบประทวนจำนำข้าวกู้เงินนอกระบบ

    ว่าที่ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีชาวนาในภาคกลางเริ่มทะยอยนำใบประทวนจากโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิต 56/57 ไปจำนำหรือไปขายให้กับผู้ประกอบการโรงสี หรือ เจ้าแม่เงินกู้นอกระบบในราคาตันละ 8,000 – 9,000 บาท เนื่องจากหลายรายที่นำข้าวเข้าโครงการรับจำนำ ยังไม่ได้รับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั้ง ๆ ที่ชาวนานำข้าวไปจำนำตามขั้นตอนปกติ ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลเร่งกลไกที่เกี่ยวข้องจ่ายเงินให้ชาวนาเพื่อลดความเดือดร้อน ทั้งนี้ยอมรับว่าชาวนาส่วนใหญ่ต้องการเงินด่วนเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเร่งจ่ายหนี้เงินกู้ทั้งในและนอกระบบ โดยเฉพาะเงินกู้เงินนอกระบบที่คิดดอกเบี้ยเป็นรายเดือนในอัตราที่สูง หากยิ่งนำเงินไปชำระล่าช้าก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นจำนวนมหาศาล “ชาวนาต้องมีภาระเรื่องของเจ้าของที่นาทวงค่าเช่าที่นา ค่าปุ๋ย ค่าทำนา และค่าดอกเบี้ย โดยเฉพาะเรื่องของเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง ดังนั้นจึงนำไปขายใบประทวนกับเจ้าของเงินกู้นอกระบบที่ตนเองกู้มาเพื่อต้องการตัดปัญหาดอกเบี้ยที่แพง ส่วนผู้ที่กู้ ธ.ก.ส. ก็คงเดือดร้อนน้อยกว่าคนกู้นอกระบบ” ว่าที่ร.อ.จิตร์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีหลายฝ่ายออกมาเสนอแนะว่าเป็นโครงการที่สร้างภาระงบประมาณแก่ประเทศชาติ และยังเป็นการทำลายวงการข้าวของไทยทั้งต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าแล้ว ต้องเร่งหาเงินมาจ่ายให้ชาวนาที่นำข้าวเข้าโครงการรับจำนำโดยเร็วไม่ว่าด้วยวิธีใด ทั้งการกู้หรือการใช้งบประมาณ เพราะหากวงเงินไม่ถึงชาวนาก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคกลางได้ลำบาก “ในไตรมาส 4 นี้ เศรษฐกิจของภาคกลางยังชะลอตัว ซึ่งนอกจากการวิตกเรื่องของสถานการณ์ทางการเมืองแล้ว ยังพบว่า โครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของภาคกลางยังไม่สามารถทำงานได้ เพราะชาวนาส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับเงินครบตามจำนวนได้นำข้าวไปจำนำไว้ เนื่องจากรัฐบาลประสบปัญหาเรื่องของเงินและส่วนหนึ่งคงรอเงินจากการขายข้าวของกระทรวงพาณิชย์” ด้านนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่เกษตรกรยังไม่ได้เงินในโครงการรับจำนำข้าวนั้นเป็นเรื่องของ ธ.ก.ส. ที่ไม่จ่ายเงินตามกำหนดเวลา ซึ่งต้องไปสอบถาม ธ.ก.ส. ถึงสาเหตุการหยุดจ่ายเงิน เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลเรื่องการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่นำข้าวมาเข้าร่วมโครงการ ขณะนี้ได้มีการประชุมเชิงปฎิบัติการ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) ซึ่งคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือ ก.ส.ล. จะเร่งรัดพัฒนาให้การซื้อขายเกษตรล่วงหน้า หรือ เอเฟท เพื่อให้เป็นเครื่องมือ และเป็นแนวทางแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องมาซื้อสินค้าเกษตร โดยที่ผ่านมาการขายข้าวในตลาดเอเฟทอาจจะแผ่วลงไปบ้าง แต่ก็เคยประสบความสำเร็จในการขายยางพารา จึงจำเป้นต้องมาหารือ เพื่อหาแนวทางให้ระบายข้าวในช่งทางนี้เพิ่มมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สุดอั้น ชาวนาแห่นำใบประทวนจำนำข้าวกู้เงินนอกระบบ

  • ครม.ไฟเขียวให้เวลาผู้รับเหมาเพิ่ม 180 วัน

    ครม.ไฟเขียวให้เวลาผู้รับเหมาเพิ่ม 180 วัน

    ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ตามข้อเสนอของสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยให้ขยายอายุสัญญาก่อสร้างที่มีกับหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศออกไปอีก 180 วัน ในระว่างวันที่ 1 เม.ย.55 – 22 เม.ย.56 ขณะเดียวกันในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาหลังวันที่ 1 เม.ย.54 จนถึงวันที่ครม.มีมติ ให้ถือว่า ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน แต่หากยังไม่ได้จัดหาใหม่ก็ให้หน่วยงานนั้น ดำเนินการจัดหาโดยวิธีพิเศษจากผู้รับจ้างรายเดิมก่อน ภายใต้เงื่อนไขและวงเงินตามสัญญาที่เหลืออยู่ แต่ถ้าผู้รับจ้างรายเดิมปฏิเสธให้ดำเนินการจัดหาใหม่ได้ ทั้งนี้ที่ประชุมยังมอบหมายกระทรวงการคลัง โดยให้คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ พิจารณาข้อเสนอของสมาคมฯ ที่เหลือ คือ การเสนอขอให้หน่วยงานราชการใช้อัตราค่าปรับรายวันในอัตราตายตัว 0.01% ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ และการเสนอให้ผู้ประกอบการก่อสร้างสามารถประกันผลงานของตนเองได้ เมื่อผลงานก่อสร้างนั้นก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 6 เดือน โดยไม่ต้องใช้หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร หากได้ข้อสรุปให้เสนอมาที่ครม.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังอนุมัติการขยายขยายระยะเวลาการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินกู้ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงินตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ภายหลังปีงบประมาณ 56 ทั้งโครงการของกระทรวงสาธารณสุข ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและมีการผูกพันสัญญาแล้ว จำนวน 9 รายการ วงเงิน 292.7 ล้านบาท โครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรายการผูกพันสัญญาของกรมทรัพยากรน้ำวงเงิน 86 ล้านบาท โครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) วงเงิน 629 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์วิทยบริการ 50 แห่ง ของ สอศ. ด้วย รวมทั้งอนุมัติการยกเลิกโครงการเงินกู้ พ.ร.ก. และนำวงเงินกู้ดังกล่าวรวมเป็นวงเงินเหลือจ่ายในสาขาเศรษฐกิจอื่นต่อไป และอนุมัติจัดสรรเงินสำรองจ่ายเพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่าเค) พร้อมทั้งอนุมัติการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโครงการ โดยให้หน่วยงานส่งข้อมูลให้ สำนักงบประมาณพิจารณาขอจัดสรรเงิน ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินเป็นภายในวันที่ 31 พ.ค.57 และยังรับทราบวงเงินเหลือจ่ายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี วงเงิน 42,884,333.0000 บาท ก่อนพิจารณาจัดสรรวงเงินให้ และอนุมัติโครงการพัฒนางานห้องผ่าตัด ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน และห้องปฏิบัติการกลาง 30 รายการ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ครม.ไฟเขียวให้เวลาผู้รับเหมาเพิ่ม 180 วัน

  • สุเทพนำทัพยึดสำนักงบประมาณ

    สุเทพนำทัพยึดสำนักงบประมาณ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและโค่นล้มระบอบทักษิณพร้อมด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 10,000 คนได้ยึดกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเรียกร้องให้สำนักงบประมาณ หยุดจ่ายเงินให้รัฐบาลชุดนี้ไปในการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยได้นายสุเทพได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชมุชนเข้าไปในตึกชั้นในและชั้นบนทุกห้องแต่ห้ามทำลายข้าวของ เพราะอาคารดังกล่าวสร้างโดยภาษีของประชาชน และเรียกร้องให้ข้าราชการอยู่เคียงข้างประชาชน เพราะเห็นว่าสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบทักษิณ ซึ่งจะขอยึดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอให้ประชาชนเดินอย่างสงบ และการเคลื่อนชุมนุมมาพื้นที่ดังกล่าว เพราะต้องการสำแดงให้เห็นว่า พลังของประชาชนเป็นอย่างไร และถ้ายังไม่ยอมจะยึดหมดทุกกระทรวง “ถ้ามันไม่ยอมจะยึดหมดทุกกระทรวง ประชาชนยึดอำนาจด้วยมือเปล่า เรายึดถุงเงินของมันแล้วระบอบ ทักษิณกำลังจะแหงแก๋ แต่ให้ขึ้นไปหาข้าราชการนำดอกไม้ไปมอบให้ และเข้าไปนั่งเฉย ๆ ขอให้ผู้ชุมนุมดูแลกันอย่าให้ทำลายข้าวของและระวังมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์” ทั้งนี้ในระหว่างผู้ชุมนุมตั้งกลุ่มชุมนุมภายในอาคารสำนักงบประมาณได้มีข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลังบางส่วนได้ยืนโบกธง เป้านกหวีดให้กำลังใจกับผู้ชุมนุมจากบนอาคาร และในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปในอาคารได้ตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าในอาคารแล้ว ขณะที่นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ไม่ได้อยู่ภายในองค์กร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สุเทพนำทัพยึดสำนักงบประมาณ