ไมโครซอฟท์ อวด 5 แอพพลิเคชั่นเด็ด ๆ ร่วมฉลองวันลอยกระทง ดาวน์โหลดได้จากวินโดวส์ สโตร์ ทั้งวินโดวส์ 8.1 และวินโดวส์ โฟน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้แนะนำแอพพลิเคชั่นเด่น เนื่องในเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 แอพพลิเคชั่นเด่นบนวินโดวส์ สโตร์ มีดังนี้ เฮียร์ แมพ (HERE Maps) ดาวน์โหลดฟรีเฉพาะผู้ใช้สมาร์ทโฟนโนเกีย ลูเมีย สามารถแสดงเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดไปยังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยแผนที่แบบออฟไลน์ที่แสดงผลได้อย่างรวดเร็วใน 95 ประเทศ รวมถึงในประเทศไทย สามารถค้นหาเส้นทางได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่อข้อมูล แอพพลิเคชั่นบลิงค์ (Blink) ดาวน์ โหลดได้ฟรี บนวินโดวส์ โฟน 8 ให้ถ่ายภาพช็อตเด็ดช่วงเทศกาลลอยกระทง โดยบลิงค์ จะจับภาพหลายภาพในเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่ก่อนกดชัตเตอร์จนถึงช่วงเวลาที่กดชัตเตอร์เสร็จ เก็บรูปและแชร์รูปที่ชอบมากที่สุด โปรช็อต (ProShot) ดาวน์โหลดบนวินโดวส์ โฟน 8 ราคา 75 บาท เป็นแอพโชว์ประสิทธิภาพให้มือถือธรรมดามีความสามารถระดับกล้องโปร ทั้งฟีเจอร์ถ่ายภาพ ตั้งค่าโปรแกรม และโหมดการตั้งค่าเฉพาะอื่น ๆ ทำให้สามารถปรับสปีดของชัตเตอร์ โฟกัส แฟลช ฯลฯ ส่วนซิกส์แท็กหรือ 6tag เป็นแอพสำหรับเล่นอิน สตาแกรม (Instagram) บนวินโดวส์ โฟน และ อินโน้ต (In Note) เป็นจดโน้ตแบบดิจิทัล มาพร้อมกับเครื่องมือในการจดงาน เป็นแอพที่เขียนด้วยมือที่ใช้งานได้ง่ายที่สุด เขียนบันทึกช่วยจำ จดความเห็น สามารถใส่รูปลงบนโน้ต อัดเสียงและเปิดฟังเสียงบนโน้ต และสามารถแชร์โน้ตในรูปแบบพีดีเอฟ (PDF) หรือในรูปแบบภาพ เป็นผู้ช่วยจดโน้ตในที่ประชุม ทำชอปปิง ลิสต์ หรือโน้ตสิ่งที่คุณต้องทำในแต่ละวัน ดาวน์โหลดได้จากวินโดวส์ สโตร์.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วินโดวส์สโตร์แนะแอพเด็ดวันลอยกระทง
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

วินโดวส์สโตร์แนะแอพเด็ดวันลอยกระทง
-

นวัตกรรมธูปไร้สารก่อมะเร็ง -ฉลาดคิด
สารก่อมะเร็ง คือภัยเงียบที่มากับควันธูป แม้ว่าปัจจุบันจะมีการวิจัยและออกมาเตือนผู้บริโภคทั้งหลายให้ตระหนักถึงพิษภัยดังกล่าว แต่ด้วยความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมที่เคยมีมาแต่ดั้งเดิม ทำให้วันนี้เรายังเห็นการจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ล่าสุด…เพื่อสร้างทางเลือกในการลดอันตรายให้กับผู้ใช้งาน นวัตกรไทยได้พัฒนาการผลิตธูปยุคใหม่ ที่ไร้สารก่อมะเร็ง โดยใช้ชื่อว่า ไอล์เบอร์รี่ (AisleBerley ) ผลงานของ นายนิพัฒน์ ปิ่นอมร จากบริษัท ไอล์เบอร์รี่ จำกัด ซึ่งมี ดร.สมยศ เด่นจิตเจริญ จากมหาวิทยาลัยเทคโน โลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นที่ปรึกษาโครงการ นายกึง แซ่ลิ้ม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดฯ บอกว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความต้องการในการแก้ปัญหาเรื่องอันตรายจากควันธูป จึงมีการศึกษาถึงระบบเผาไหม้ของธูปทั่ว ๆ ไปในท้องตลาด ที่ส่วนใหญ่มีวัตถุดิบมาจากเศษขี้เลื่อยต่าง ๆ เมื่อจุดแล้วจะเกิดควันเพราะการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้จากการวิจัยพบว่าผงคาร์บอน สามารถทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ทีมวิจัยจึงนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตธูป โดยผสมกับจันขาวซึ่งเป็นตัวประสานที่ได้จากธรรมชาติ ทำให้ธูปเกิดการเผาไหม้ที่ดี ลดการเกิดสารเบนซีน (bezene) และสาร 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-Butadiene) ซึ่งที่เป็นสารก่อมะเร็ง ปัจจุบันโครงการมีเป้าหมายการผลิต 14.4 ล้านดอกต่อปี โดยจะสร้างมูลค่าเพิ่มจากธูปชนิดเดิม 1 เท่า จากราคา 0.3 บาท/ดอก เป็น 0.6 บาท/ดอก นอกจากนี้จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำไปให้ชาวบ้านใน จ.แม่ฮ่องสอน และประจวบคีรีขันธ์ ทำเป็นอาชีพเสริม และมีแนวคิดในการพัฒนาต่อยอดด้านการผลิตเครื่องจักรใหม่ ๆ รองรับ รวมถึงพัฒนาสูตรผสมที่ใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น สำหรับโครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการคูปองนวัตกรรม ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระยะที่ 1 เมื่อปี 2554-2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง เตือนอีกครั้ง … เคยมีการวิจัย ธูปแค่ 3 ดอก สามารถปล่อยมลพิษและสารก่อมะเร็งได้เทียบเท่าสี่แยกไฟแดงที่มีการจราจรคับคั่งทีเดียว.!!!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นวัตกรรมธูปไร้สารก่อมะเร็ง -ฉลาดคิด -

สศค.เล็งหั่นจีดีพี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสศค. เปิดเผยว่า ในเดือนธ.ค.นี้ สศค. เตรียมทบทวนเป้าหมายผลิตภัณฑ์มวลรวมรายได้ในประเทศหรือจีดีพีใหม่ โดยปัจจุบันอยู่ที่ 3.7% จากกรอบจีดีพีตั้งไว้ที่ 3.5-4% เพราะต้องรอประเมินสถานการณ์การชุมนุมในประเทศว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหากยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุน การท่องเที่ยว และการบริโภคในประเทศช่วงไตรมาส 4/56 ประกอบกับเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ดังนั้นเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้หรือไม่นั้น คงต้องรอดูตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสศช.ประกาศในวันที่ 18 พ.ย.นี้ก่อน “ที่ผ่านมาสศค.ตั้งเป้าจีดีพีโตที่ 4.5% และได้ปรับลดเหลืออยู่ที่ 3.7% แต่ปลายปีจีดีพีจะโตต่ำกว่านี้หรือไม่ คงต้องรอดูว่าสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากไม่ยืดเยื้อเศรษฐกิจไทยยังโตตามเป้าที่วางไว้ โดยปัจจุบันท่องเที่ยวยังเป็นพระเอกช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไม่ทำให้เกิดปัญหาการขาดดุลและมีอัตราการขยายตัวสูงถึง 20% ขณะที่การส่งออกโตไม่ถึง 1% และถ้าปลายปีตัวเลขส่งออกยังไม่ดีขึ้น ขณะที่การเมืองไม่ยุติอาจทำให้การเติบโตจีดีพีเติบโตลดลงแน่นอน” สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 57 กระทรวงการคลังตั้งเป้าไว้ว่า จะเติบโตประมาณ 5.1% หรืออยู่ในกรอบ 4.6-5.6% แต่ปัจจัยเสี่ยงคือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งหากสหรัฐยกเลิกมาตรการคิวอีจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นจะมีผลต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้น ส่วนจีนมีการปฏิรูปเศรษฐกิจทำให้จีดีพีโตไม่มากเหมือนในอดีต ดังนั้นปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยคือการลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เพราะถ้ารัฐลงทุนจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนในช่วง 7 ปีข้างหน้า ขยายแผนการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟแนะให้ไทยขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) เพื่อให้ฐานะการคลังไทยเข้มแข็งนั้น ยังไม่จำเป็นขึ้นในช่วงนี้ต้องรอให้เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นก่อนไมเช่นนั้นจะกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศค.เล็งหั่นจีดีพี