เดือน: ธันวาคม 2013

  • การตลาดเชิงเทคโนโลยีแห่งอนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    การตลาดเชิงเทคโนโลยีแห่งอนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    ผมเชื่อว่าหลายคนคงจะยอมรับว่าทุกวันนี้พฤติกรรมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของผู้คนมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตค่อนข้างมาก ด้วยเหตุที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของผู้คน จากที่เราต้องรอพึ่งแต่สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์เท่านั้น ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นการเข้าถึงข้อมูลผ่านสื่ออื่น ๆ ที่เราเข้าถึงและจัดการได้ด้วยตนเองอย่างมือถือ แท็บเล็ต หรือแม้แต่การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า โซเชียล มีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือแม้แต่โปรแกรมไลน์   แม้ว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์จะมีทั้งคนที่ชอบและคนที่ไม่ชอบ แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของเรา ถึงขนาดมีคนวิเคราะห์สถิติเอาไว้ในนิตยสารต่างประเทศ ฟาสต์ คอมปานี ว่าปัจจุบันเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นกิจกรรมทางเว็บยอดนิยมมากที่สุด แซงหน้ากิจกรรมอื่น ๆ ทั้งหมด แม้กระทั่งกิจกรรมการดูหนังหรือรูปอนาจารเสียอีก ซึ่งตัวเลขตรงนี้น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่คิดจะทำการตลาดสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของตัวเอง หรือแม้แต่แผนการตลาดขององค์กรของตัวเอง ว่าจะหวังเพียงใช้แต่เว็บไซต์หรือการตลาดแบบเก่า ๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องรู้จักบูรณาการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับข้อมูล Thailand Top 10 Salary 2014 ของอเด็คโก้ ว่าตำแหน่งเกี่ยวกับ ดิจิทัล มาร์เกตติ้ง  มาแรงทีเดียว  หรืออย่างสถิติตัวเลขผู้ใช้งานเฟซบุ๊กทั่วโลกที่ปัจจุบันมีคนใช้เกินพันล้านคนไปแล้ว โดยสิ่งที่น่าสนใจคือในตัวเลขผู้ใช้เฟซบุ๊กนี้ มีถึง 189 ล้านคนที่ใช้เฟซบุ๊ก บนมือถือเพียงอย่างเดียว หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า โมบาย โอนลี และถ้ามองลึกลงไปถึงรายได้จากการโฆษณาที่ทางเฟซบุ๊กได้รับ จะเห็นว่ากว่า 30% มาจากทางมือถือ ซึ่งนี่ถือเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียวครับ และผมก็เชื่อว่าตัวเลขนี้มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกในอนาคต เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดจะวางแผนการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ของเรา ก็ไม่ควรที่จะละเลยกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ หรือกล่าวอีกอย่างก็คือยุคนี้สมัยนี้เราจำเป็นที่จะต้องพยายามขยายกรอบความคิดของเราให้ก้าวข้ามกรอบของคอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะไปให้ได้ ซึ่งการจะก้าวข้ามคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้ได้นั้นอาจรวมไปถึงการพยายามออกแบบการนำเสนอข้อมูลที่ต้องพอดีกับหน้าจอขนาดเล็กของมือถือ หรือแม้แต่การออกแบบให้เนื้อหาของเราสามารถเข้าถึงได้ด้วยความเร็วของ 3จี หรือ 4จี ที่คนใช้มือถือในประเทศนั้น ๆ นิยมใช้กัน เป็นต้น อีกหนึ่งตัวเลขสถิติที่น่าสนใจก็คือ 93 % ของนักการตลาด ได้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์กับธุรกิจของตัวเองไปเรียบร้อยแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นนักการตลาดและยังไม่เคยคิดที่จะเอาเครือข่ายสังคมออนไลน์เข้าไปช่วยในแผนการตลาดของคุณ ก็ต้องบอกว่าตอนนี้คุณคือคนส่วนน้อย 7 ใน 100 คนเท่านั้นที่ยังมีแนวความคิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองบ้าง เพื่อที่จะนำเครือข่ายสังคมออนไลน์เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ แม้ว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์จะดูมาแรงในการทำแผนการตลาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียวนะครับ เราสามารถนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ด้านอื่น ๆ เข้าไปบูรณาการ เป็นแนวการตลาดแบบใหม่ได้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การสร้างป้ายโฆษณาแบบใหม่ ซึ่งได้เอามาใช้ในสายการบินที่ผมเพิ่งไปใช้บริการมาหมาด ๆ นั่นก็คือ บริติช แอร์เวย์ โดยเขาใช้ป้ายโฆษณาดิจิทัลที่สามารถตอบโต้กับเครื่องบินจริง ๆ ที่บินผ่านเพื่อดึงดูดความสนใจของคน เรียกว่าไม่ใช่ป้ายที่โฆษณาเป็นกราฟิกภาพเคลื่อนไหวที่ถูกอัดเอาไว้แล้วเอามาฉายซ้ำทั่ว ๆ ไป แต่สามารถมีการตอบสนองหรือที่เรียกว่า อินเตอร์แอ๊คชั่น กับเครื่องบินที่บินอยู่บนท้องฟ้าได้จริง ๆ โดยการทำป้ายโฆษณาแบบใหม่นี้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Surveillance Technology มาเชื่อมต่อกับตารางการบิน หลังจากนั้นระบบจะทำการบันทึกและวิเคราะห์ว่าเครื่องบินจะบินผ่านป้ายในเวลาใด ซึ่งทันทีที่เครื่องบินบินผ่าน ป้ายก็จะปรากฏเป็นภาพเด็กที่เคลื่อนไหวพร้อมทั้งชี้มือไปยังเครื่องบินที่กำลังบินผ่านได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถแสดงรายละเอียดของเครื่องบินลำนั้นได้ ว่าหมายเลขเที่ยวบินอะไร ออกเดินทางมาจากเมืองอะไร หรือกำลังจะบินไปที่ไหน เป็นต้น การใช้ป้ายโฆษณาแบบใหม่นี้ ถือเป็นครั้งแรกในวงการโฆษณาของอังกฤษเลยทีเดียวครับ ซึ่งถ้าพูดในเชิงเทคนิคแล้วก็ไม่ได้ทำยากจนเกินไป แต่ความยากจริง ๆ น่าจะอยู่ที่ไอเดีย ความคิด จินตนาการที่จะเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วไปบูรณาการกับเทคโนโลยีปัจจุบัน เพื่อก้าวข้ามกรอบความคิดแบบเดิม ๆ แล้วสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาให้ได้อย่างไร เท่านั้นเองครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การตลาดเชิงเทคโนโลยีแห่งอนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

  • เรียงร้อยถ้อยคำถวายพระพรผ่าน ‘iPost-a-Card’ – App/แอพ

    เรียงร้อยถ้อยคำถวายพระพรผ่าน ‘iPost-a-Card’ – App/แอพ

    เนื่องในเดือนนี้เป็นเดือนมหามงคลของคนไทยทุกคน ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)  จึงได้ร่วมกับ บริษัท โค้ดเกียร์ส จำกัด จัดโครงการ “ทุกถ้อยคำจากใจ…ถวายในหลวง” เชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าส่งไปรษณียบัตรถวายพระพรผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยแอพพลิเคชั่นไอโพสต์ อะ การ์ด( iPost-a-Card) โดยข้อความถวายพระพรที่พิมพ์ผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ทาง ปณท จะทำการรวบรวมเพื่อนำไปพิมพ์ลงบนไปรษณียบัตรจริง แล้วทำการรวบรวมเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ต่อไป นางปริษา ปานะนนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคมปีนี้  ทางไปรษณีย์ไทยเปิดโอกาสให้คนไทยในยุคไอทีได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีด้วยการถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น โดยการพิมพ์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น “iPost-a-Card” ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งในระบบปฏิบัติการไอโอเอสของแอปเปิล ผ่านแอพ สโตร์  และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ของกูเกิล ผ่าน กูเกิล เพลย์ สโตร์  ซึ่งเมื่อดาวน์โหลดลงเครื่องแล้วให้กดเข้าไปในกิจกรรมที่ชื่อ “ทุกถ้อยคำจากใจ…ถวายในหลวง” บนแอพพลิเคชั่นดังกล่าวก็สามารถพิมพ์ข้อความถวายพระพรได้ทันที “กิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ไปรษณีย์ไทย กับบริษัท โค้ดเกียร์ส จำกัดพันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมทำแอพนี้ขึ้นมา โดยทุกข้อความถวายพระพร จะมีการ นำไปพิมพ์ลงบนไปรษณียบัตรแต่ละใบ ก่อนรวบรวมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป โดยจะเปิดรับข้อความถวายพระพรถึง 31 ธันวาคม 2556 นี้” แอพพลิเคชั่นไอโพสต์ อะ การ์ด รองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งนอกจากจะใช้พิมพ์ข้อความถวายพระพรในโครงการ “ทุกถ้อยคำจากใจ…ถวายในหลวง” แล้ว ทางผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานในฟีเจอร์อื่น ๆ ได้ด้วย โดยเฉพาะการบันทึกภาพที่ประทับใจของตนเองเพื่อพิมพ์เป็นโปสการ์ดจริงพร้อมผนึกแสตมป์ และส่งไปยังผู้รับปลายทางได้ทั่วไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้บันทึกคลิปวิดีโอทั้งภาพเละเสียงความยาว 15 วินาทีแนบไปในรูปแบบ คิวอาร์ โค้ด (QR Code) บนโปสการ์ดเพื่อให้ผู้รับสแกนดูได้เสมือนหนึ่งเป็นโปสการ์ดมีชีวิตได้อีกด้วย ถือเป็นหนึ่งในบริการยุคดิจิทัลของ ปณท  ซึ่งวิธีใช้งานก็ง่าย ๆ เพียงเลือกรูปภาพจากคาเมร่า โรส หรือถ่ายรูปใหม่ก็ได้ แล้วพิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไป และหากต้องการแนบคลิปวิดีโอด้วย ก็ให้ถ่ายวิดีโอความยาว 15 วินาที แนบไปกับโปสการ์ด  ด้วยคิวอาร์ โค้ด อย่างไรก็ตามบริการนี้จะมีค่าบริการ โดยราคาส่งโปสการ์ดในประเทศคิดเริ่มต้นเพียงใบละ 42 บาท ส่วนต่างประเทศเริ่มต้นเพียงใบละ 55 บาท และทาง ปณท ยังรับประกันว่าโปสการ์ดที่ส่งจะไม่ตกหล่นด้วยมาตรฐานการรับประกันของไปรษณีย์ไทย ด้วย คลิกเข้าดูรายละเอียดกันได้ที่ www.thailandpost.co.th และ www.facebook.com/iPostcard

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เรียงร้อยถ้อยคำถวายพระพรผ่าน ‘iPost-a-Card’ – App/แอพ

  • ของใหม่ใช้ให้คุ้ม – ฉลาดใช้

    ของใหม่ใช้ให้คุ้ม – ฉลาดใช้

    อย่าตกใจถ้าจะเขียนถึงโปรดักส์พร้อมกันถึง 2 รุ่น ด้วยเหตุผลมาจากค่ายเดียวกัน อีกทั้งช่วงปลายปีมีพื้นที่จำกัด ตั้งแต่สัปดาห์นี้ไปจนถึงสิ้นปี ตั้งใจว่า จะแนะนำสินค้าเทคโนโลยี อุปกรณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้อ่านสรรหาเป็นของขวัญปีใหม่ น่าจะมีบางชิ้นที่ถูกใจมั่งล่ะ เอซุส วางจำหน่ายโฟนแพด 7 และโฟนแพด 6 รวมถึงทรานฟอร์เมอร์ 2 บุ๊ก ทรีโอ ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กพีซีแปลงร่างได้ มาได้ระยะหนึ่งแล้ว โฟนแพด 7 และ 6 ต่างกันที่ขนาดหน้าจอและหน่วยประมวลผล  ขอพูดถึงโฟนแพด 7 ที่ได้มาทดลองใช้ระยะหนึ่ง เป็นทั้งโทรศัพท์และแท็บเล็ตในเครื่องเดียว โฟนแพด 7  มีหน้าจอ 7 นิ้ว เป็นจอแสดงผลแบบไอพีเอส ความละเอียดเอชดี หน่วยประมวลผล อินเทลอะตอม แซด 2560 ดูอัล คอร์ 1.6 กิกะเฮิรตซ์  แรม 1 กิกะไบต์  รองรับเครือข่าย 3 จี มีไวไฟ เอาซิมโทรศัพท์มาใส่ และมีฟังก์ชั่นโทรศัพท์ แนะนำให้ลงทุนซื้อหูฟังบลูทูธมาใช้คู่กัน เวลาใช้งานโทรศัพท์จะได้ไม่ต้องยกเครื่องมาแนบหู ความโดดเด่นของโฟนแพด 7 อยู่ที่ลำโพงด้านหน้าเป็นลำโพงคู่ โซนิค มาส เตอร์ เสียงดังฟังชัด มีกล้องหน้า  1.2 เมกะพิกเซล กล้องหลัง  5 เมกะพิกเซล  มีช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ด ความจุของเครื่องมีให้ทั้ง 8 กิกะไบต์ และ 16 กิกะไบต์ ราคาวางจำหน่ายนั้นน่าคบหามาก ๆ 6,900-8,500 บาท แบตเตอรี่นั้นใหญ่เหลือเฟือ 3,950 มิลลิแอมป์ ใช้งานได้ทั้งวัน สำหรับคนที่ชอบของใหญ่ ๆ ขอแนะนำเอซุส ทรานส์ฟอร์เมอร์ บุ๊ก ทรีโอ หรือทรานส์ฟอร์เมอร์ 2 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นแรก เป็นโน้ตบุ๊กพีซี ถอดจอได้ จะแปลงร่างให้เป็นแท็บเล็ต เป็นพีซี หรือใช้งานแบบโน้ตบุ๊กได้ ความโดดเด่นเป็น ทรานส์ฟอร์เมอร์ที่มีสองระบบปฏิบัติการในเครื่องเดียว ระบบปฏิบัติการหลักคือ วินโดว์ส 8.1  หากจะเปลี่ยนเป็นแอนดรอยด์ ก็เลือกเปลี่ยนแค่กดปุ่มบนแผงคีย์บอร์ดที่มีรูปโลโก้แอนดรอยด์ แผงคีย์บอร์ดของเอซุสรุ่นนี้ กว้าง เอื้อต่อการพิมพ์งานนาน ๆ ทรานส์ฟอร์เมอร์ บุ๊ก ทรีโอ ของเอซุส ใช้หน่วยประมวลผลอินเทล คอร์ ไอ 7 เจเนอเรชั่นใหม่ ที่เด่นเรื่องประหยัดไฟ และการแสดงผลกราฟิก จอภาพเอชดี เวลาถอดหน้าจอแค่ดึงขึ้นไปตรง ๆ คนที่ชอบเครื่องเล็ก ๆ อาจจะไม่ถูกใจรุ่นนี้ เพราะมีน้ำหนักพอสมควร หากต้องการลงทุนครั้งเดียว ได้อุปกรณ์ครบทุกรูปแบบก็คุ้มค่า ถ้ากำลังมองหาของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง หรือบุคคลรอบข้าง ก็เหมาะดี ราคาสบายกระเป๋า. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ของใหม่ใช้ให้คุ้ม – ฉลาดใช้