เดือน: ธันวาคม 2013

  • Go Digital เทคโนโลยีการศึกษาเพื่ออนาคต – ฉลาดทันกาล

    Go Digital เทคโนโลยีการศึกษาเพื่ออนาคต – ฉลาดทันกาล

    การนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้เพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพนั้น ได้มีการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ จนมาถึงยุคไอที เพราะคงไม่มีใคร ปฏิเสธได้เลยว่า ในขณะนี้ไอทีได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัว และให้ความสนใจอย่างมาก  ซึ่งที่โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ก็เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่นำระบบเทคโนโลยีทางการศึกษาสำหรับโลกการเรียนรู้ออนไลน์ในอนาคตมาทดลองใช้นำร่องกับนักเรียนทุกระดับชั้น โดยระบบ Go Digital หรือแอพพลิเคชั่นจาก Google นั้นเป็นเสมือนห้องเรียนยุคใหม่ด้วยเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทั้งสำหรับผู้สอนและผู้เรียนในการเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ ทำความเข้าใจ การจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการปฏิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพของครูและนักเรียน ด้วยวิธีการใช้อีเมล ปฏิทิน เอกสารหลากหลายรูปแบบ แบบทดสอบออนไลน์ และเว็บไซต์เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์         อ.สิทธิเจตน์  กิตติพงศ์โภคิน ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ รร.มัธยมวัดนายโรง อธิบายว่า  ระบบดังกล่าวเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยให้จัดการเรียนการสอนได้ง่ายและน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากเด็กทุกวันนี้ก็อยู่กับเทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้นเราจึงใช้เครื่องมือไอทีเหล่านี้มาสร้างประโยชน์และองค์ความรู้ให้กับเด็กได้เข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นหลากหลายรูปแบบ  เพราะหากจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีแบบนี้ก็จะทำให้เด็กเข้าถึง ซึ่งอยู่ที่ไหนก็เรียนได้ไม่จำเป็นว่าต้องเรียนอยู่ในห้อง เรียนเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เมื่อมีการนำร่องใช้กับนักเรียนของตนก็พบว่า เด็กมีความสนใจ มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไป โดยตนจะสร้างเว็บไซต์ของวิชาที่สอนและข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนไว้ที่เดียว เช่น บทเรียนที่เรียน รายชื่อหนังสือที่ต้องใช้เตรียมตัวเกี่ยวกับการเรียนและการบ้าน วิดีโอการสอนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนักเรียนสามารถเข้าไปฝากคำถาม ซึ่งเมื่อครูตอบก็จะทำให้เด็กทั้งห้องเห็นไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ครูสามารถสื่อสารกับนักเรียนทั้งชั้นได้ง่ายขึ้น ต้องยอมรับว่าการนำเทคโนโลยีทางการศึกษาสมัยใหม่มาใช้กับการศึกษานั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ดังนั้นการศึกษาในโลกยุคดิจิทัลจึงเป็นแหล่งจัดเก็บ รวบรวม ประมวลผล สืบค้น ด้วยตัวระบบของไอทีนั่นเอง. อุทิตา รัตนภักดี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : Go Digital เทคโนโลยีการศึกษาเพื่ออนาคต – ฉลาดทันกาล

  • เรื่องของระบบ 2 จี จีเอสเอ็ม – คู่ขนาน

    เรื่องของระบบ 2 จี จีเอสเอ็ม – คู่ขนาน

    เมื่อใครต่อใคร กำลังใช้งาน 3 จี หรือแม้กระทั่งความฝันอยากใช้งาน 4 จี ทุกพื้นที่ของประเทศ แล้วระบบจีเอสเอ็ม(GSM)  2 จี จะหายไปมั้ย? ไขข้อข้องใจโดย ร้อยโท ดร.เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประจำรองของพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)และประธานคณะกรรมการกิจการโทร คมนาคม (กทค.) ว่า ระบบจีเอสเอ็ม 2 จีในประเทศไทยยังคงต้องมีอยู่ เนื่องจาก หากประเทศไทยพัฒนาเป็นศูนย์กลาง จำเป็นต้องมีระบบรองรับการใช้งานโรมมิ่งของต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เพราะบางประเทศมีการใช้งาน จีเอสเอ็ม 2 จีอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องหาคลื่นความถี่ให้เพียงพอและเหมาะสม แต่เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เดิมที่จะหมดสัญญาสัมปทานมาประมูลโดยเทคโนโลยี 4 จี ที่ทุกอย่างต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต  เฉกเช่นคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่หมดสัญญาสัมปทานไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 56 ที่มีลูกค้าอยู่กว่า 18 ล้านเลขหมาย ที่จะนำไปสู่การประมูล 4 จี ภายในปีหน้า แต่กลับพบว่ายังมีลูกค้าอีกจำนวนถึง 10 ล้านเลขหมาย ที่ยังไม่โอนย้ายไปยังค่ายมือถืออื่น ๆ โดยมีระยะเวลาเหลืออีกเพียงประมาณ 10 เดือนเท่านั้น ที่มาตรการเยียวยาลูกค้า 1 ปี จะหมด ร้อยโท ดร.เจษฎา ระบุว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักใจ เนื่องจากคาดว่าในจำนวน  10 ล้านเลขหมายอาจจะเป็นลูกค้าที่เป็นชาวบ้านจริง ๆ ที่ยังไม่รับทราบข้อมูลหรือข่าวสารว่าระบบมือถือ 2 จี ที่ใช้งานอยู่นั้นหมดอายุสัมปทานเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น นี่คือการบ้านที่ กสทช. ต้องคิดว่า ทำอย่างไรให้จำนวน 10 ล้านเลขหมายมีการโอนย้ายออกในระยะเวลาเยียวยา 1 ปี ที่จะหมดในวันที่ 15 ก.ย. 57 ซึ่งในขณะที่เอกชนก็ให้ความร่วมมือออกโปรโมชั่นเสนอแพ็กเกจต่าง ๆ รวมถึงการออกสมาร์ทโฟนราคาถูกลง เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน งานนี้ หากลูกค้าที่ใช้งานทรูมูฟ และดีพีซี (ภายใต้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ) ระบบ 2 จี เมื่อได้รับข้อความเอสเอ็มเอสจากผู้ให้บริการ ควรเร่งดำเนินการโอนย้ายไปยังค่ายมือถืออื่น ๆ ก่อนที่จะเกิดปัญหาซิมดับเมื่อครบกำหนดมาตรการเยียวยาของกสทช. สุรัสวดี สิทธิยศ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เรื่องของระบบ 2 จี จีเอสเอ็ม – คู่ขนาน

  • เมื่อระบบสื่อสารไทยล่ม กระทบคนทั่วโลก ?

    เมื่อระบบสื่อสารไทยล่ม กระทบคนทั่วโลก ?

    กลายเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อมีผู้ไม่หวังดีเข้าไปตัดกระแสไฟฟ้าโดยเน้นทั้งกระแสไฟฟ้าหลักและสำรอง ที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เขตบางรัก และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เขตแจ้งวัฒนะ  เป็นเหตุให้ระบบการทำงานในอาคารของ กสท ทั้งหมดต้องหยุดลง ส่งผลให้อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมไม่สามารถให้บริการได้ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ขยายเป็นวงกว้างไม่ใช่เฉพาะลูกค้าของ กสท ในประเทศไทยเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงลูกค้า กสท ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่างประเทศด้วยเช่นกัน นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า กสท ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงสามารถกู้ระบบและเริ่มทยอยให้บริการลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ อาทิ แบงก์ และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในเชิงธุรกิจก่อน ด้วยการประสานงานไปยังการไฟฟ้านครหลวงเพื่อช่วยแก้ไขระบบไฟฟ้าให้เป็นปกติ ถึงเช้าวันที่ 1 ธ.ค. จึงสามารถให้บริการลูกค้าจำนวน 9.2 หมื่นราย ได้ครบทั้งหมด นักวิศวกรคอมพิวเตอร์ กสท เล่าว่า การให้บริการกลุ่มลูกค้าโดยใช้ระบบควบคุม กสท บางรัก (CAT THIX) สำหรับกลุ่มลูกค้าไอเอสพีเพื่อเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ โดยผ่านวงจรเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศของแคท เทเลคอมไปยังผู้ให้บริการที่มีเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ในต่างประเทศ ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ประเทศในแถบทวีปยุโรป และประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก ด้วยเส้นทางที่หลากหลาย และปริมาณแบนด์วิธขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งนี้ การเชื่อมต่อโครงข่ายแบ่งออกเป็น 2 แบบ ประกอบด้วย 1. แทรนซิท อินเตอร์เนชั่นแนล อินเทอร์เน็ต เน็ตเวิร์ก เชื่อมกับ อินเทอร์เน็ต แบ๊กโบน แลกเปลี่ยนข้อมูลกับปลายทางในทวีปต่าง ๆ ได้แก่ อเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก โดยมีความเร็วรวมมากกว่า 10 จีบีพีเอส เพื่อใช้เป็นเส้นทางผ่านไปยังเครือข่ายปลายทางประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 2. เพียร์ ทู เพียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินเทอร์เน็ต เน็ตเวิร์ก เชื่อมต่อกับ อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์เชนจ์ ของประเทศต่าง ๆ โดยตรง ด้วยเส้นทางที่สั้นที่สุด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลท้องถิ่นของประเทศไทย กับข้อมูลท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ โดยมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศเชื่อมต่อแบบเพียริ่ง มากกว่า 25 รายทั่วโลก รวมทั้งผู้ให้บริการคอนเทนต์ชั้นนำต่าง ๆ เช่น กูเกิลไมโครซอฟต์ด้วย “เหตุการณ์ดังกล่าวเนื่องจากระบบไฟสำรองถูกทำลาย แต่จริง ๆ แล้ว กสท มีระบบเจนเนอเรเตอร์ 2 เท่า โดยหากไฟดับปกติ เจนเนอเรเตอร์สำรองจะสตาร์ตและทำงานได้ปกติ แต่กรณีดังกล่าว ระบบเจนเนอเรเตอร์ไม่สามารถทำงานได้ เพราะสมองเจนเนอเรเตอร์ถูกทำลาย ทุกอย่างจึงหยุดลงไปด้วย” ด้าน นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทีโอที ระบุว่า การที่ระบบไฟฟ้าของทีโอทีถูกตัดลงนั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลูกค้าที่ใช้อินเทอร์เน็ตของทีโอที ประมาณ 7.5 แสนราย โดยหากคิดเป็นมูลค่าของค่าปรับแล้วจะอยู่ที่ตัวเลขหลักล้านเพียงหลักเดียว เพราะลูกค้าส่วนมากเข้าใจ อีกทั้งระยะเวลาที่ไม่สามารถให้บริการได้อยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง จะเห็นได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น นับระยะเวลาไม่ถึง 1 วัน (24 ชั่วโมง) กสท ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ 300 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของค่าปรับที่ไม่สามารถให้บริการลูกค้าทั้งระบบร่วม 1 แสนรายได้ ซึ่งหากมองโลกในแง่ร้าย หากสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และไม่สามารถให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมีมูลค่าพุ่งถึงเท่าไหร่   ผลกระทบคงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่ม แต่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้ง นักธุรกิจ นักการเมือง ประชาชนทั่วไป ผู้ร่วมชุมนุม หรือแม้แต่ผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้เอง.  กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เมื่อระบบสื่อสารไทยล่ม กระทบคนทั่วโลก ?