เดือน: ธันวาคม 2013

  • ยุบสภา กระทบโครงการ “ทีโอที” มูลค่า 7 หมื่นล้าน

    ยุบสภา กระทบโครงการ “ทีโอที” มูลค่า 7 หมื่นล้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลโดย น.สมยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และให้รัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีรักษาการ โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มีโครงการสำคัญของหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะ บริษัท ทีโอทีจำกัด (มหาชน) ที่รอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) คิดเป็นมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย โครงการอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ (เอฟทีทีเอกซ์) มูลค่า 32,550 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี (ปี 2557-2559) โครงการ 3 จี เฟส 2 จำนวน 1.5 หมื่นสถานี มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท และ โครงการเคเบิลใยแก้วใต้น้ำมูลค่า 5,979 ล้านบาท  น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้ไม่เคยยกเลิกโครงการไอซีทีของรัฐบาลชุดที่แล้ว เช่น โครงการไอซีทีชุมชน แต่อาจจัดสรรงบประมาณให้น้อยลง เพราะมีโครงการของรัฐบาลชุดปัจจุบันเช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนเข้ามาบริหาร ยังมั่นใจว่าโครงการต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ต้องได้รับการสานต่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไอซีทีชุมชนที่ตนก็สนับสนุนมาตลอด และที่รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ การที่ประชาชนได้ใช้ไวไฟฟรี สำหรับโครงการเอฟทีทีเอกซ์ จะเป็นการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตรองรับ 2  ล้านเลขหมายเพื่อรองรับการใช้งานทั้งเสียง ข้อมูล และอินเทอร์เน็ต ตามการเติบโตของ 3 จี และ 4 จี ส่วนเคเบิลใต้น้ำ จะลงทุนที่จ.สตูลและสงขลา ซึ่งเป็นการขยายจุดเชื่อมต่อออกไปเชื่อมกับสถานีเคเบิลใต้น้ำของนานาชาติที่มีอยู่ คือ ระบบเคเบิลใต้น้ำอาเซียนอินโดนีเซีย-สิงคโปร์ ระบบเคเบิลใต้น้ำอาเซียนฟิลิปปินส์-สิงคโปร์ ระบบเคเบิลใต้น้ำอาเซียนมาเลเซีย-สิงคโปร์-ไทย และระบบเคเบิลใต้น้ำเอเชียอาคเนย์-ตะวันออกกลาง-ยุโรปตะวันตก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยุบสภา กระทบโครงการ “ทีโอที” มูลค่า 7 หมื่นล้าน

  • สทน.พร้อมตรวจวัด ‘เรดอน’ ภัยเงียบในบ้าน

    สทน.พร้อมตรวจวัด ‘เรดอน’ ภัยเงียบในบ้าน

    เรดอนŽ ก๊าซเฉื่อยไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส แต่อันตราย… เพราะนี่คือภัยเงียบที่มาจากอุปกรณ์ก่อสร้างในบ้าน ซึ่งถือได้ว่าเป็นภัยใกล้ตัว ดร.สมพร จองคำŽ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า เรดอน คือก๊าซกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จากการเสื่อมสลายตัวของธาตุยูเรเนียมซึ่งมีปะปนอยู่ในหินดินทรายทั่วโลก จนกลายเป็นเรเดียมและกลายมาเป็นก๊าซเรดอนในที่สุด  เนื่องจากเรดอนปะปนอยู่ในชั้นหิน แร่หิน ที่สำคัญก๊าซเรดอนไม่มีสี ไม่มีกลิ่น คนเราไม่สามารถรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสใด ๆ ทำให้ก๊าซนี้สามารถแทรกตัวผ่านพื้นดินเข้ามาในตัวบ้านได้โดยไม่รู้ตัว นอกจากนั้นยังอาจจะมาจากหินหรือทรายที่มีแร่เรเดียมปนเปื้อน แล้วนำมาใช้ในการสร้างบ้านได้อีกด้วย มีข้อมูลระบุว่าก๊าซเรดอนที่สะสมในบ้านเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด และทำให้ผู้ป่วยในสหภาพยุโรปเสียชีวิตปีละ 20,000 คน ส่วนในสหรัฐอเมริกาพบว่าบ้าน 1 ในทุก 15 หลัง จะมีระดับก๊าซเรดอนสูง จนองค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ จัดให้ก๊าซเรดอนเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 หรือเมื่อ 25 ปี มาแล้ว  ดร.สมพร บอกว่า ในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา มีการกําหนดระดับก๊าซเรดอนในอาคารที่พักอาศัย เพื่อให้มีระดับความปลอดภัยแก่ประชาชนมากที่สุด แต่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกำหนดปริมาณก๊าซเรดอนที่ปลอดภัย แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าบ้านเรามีก๊าซเรดอน ในปริมาณสูงมากน้อยเพียงใด เพราะในประเทศไทยมีเครื่องมือในการวัดปริมาณก๊าซเรดอนและนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่ที่ สทน. ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวสามารถวัดปริมาณก๊าซเรดอนในพื้นที่เป้าหมายได้ผล อย่างแม่นยำ ดังนั้นหากผู้ประกอบการบ้านจัดสรร ซึ่งแม้จะใช้วัสดุอย่างดีในการก่อสร้างบ้าน แต่ก็ไม่ทราบว่าทรายที่นำมาผสมกับปูน หินแกรนิต หรือใยหินต่าง ๆ นั้น มีเรดอนปะปนอยู่หรือไม่ สามารถติดต่อกับ สทน. เพื่อขอรับบริการวัดก๊าซเรดอนได้ทันที ส่วนผู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่มีก๊าซเรดอนนั้น มีข้อแนะนำในการลดปริมาณก๊าซเรดอนภายในบ้านได้ ซึ่งทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การออกแบบบ้านให้มีช่องระบายอากาศ และไม่ปิดทึบจนเกินไป การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีสารกัมมันตรังสี หมั่นระบายอากาศภายในบ้าน โดยการเปิดประตู หน้าต่าง และช่องระบายลม เพื่อไม่ให้มีก๊าซเรดอนอยู่ภายในบ้านสูงเกินไป และที่สำคัญคือ การอุดรอยร้าวและรอยแยกตามพื้นและผนังของบ้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรดอนเข้าสู่ภายในบ้านได้.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทน.พร้อมตรวจวัด ‘เรดอน’ ภัยเงียบในบ้าน

  • ลูกค้า  3 จี 3 ค่าย 20.5 ล้านเลขหมาย

    ลูกค้า 3 จี 3 ค่าย 20.5 ล้านเลขหมาย

    กสทช. เปิดตัวเลขลูกค้า 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ สูงกว่า 20.5 ล้านเลขหมาย หลังจากเปิดบริการ 7-8 เดือน โชว์ค่าบริการถูกลง เครื่องมือถือราคาถูกสุด 1,200 บาท ร้อยโท ดร.เจษฎา  ศิวรักษ์ เลขานุ การประจำรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า หลังจากประเทศไทยเปิดให้บริการ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์เมื่อช่วงเดือนพ.ค. 56 นั้นพบว่าผู้ให้บริการ 3 ค่ายที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการนั้นได้มีการโอนย้ายไปยัง 3จี แล้วจำนวนถึง 25.6% หรือประมาณ 20.5 ล้านเลขหมาย ซึ่งแบ่งเป็นบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด  มีลูกค้า 3จี จำนวน  10 ล้านเลขหมาย   บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด หรือไตรเน็ต จำนวน 4.5 ล้านเลขหมาย และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด จำนวน 6 ล้านเลขหมาย โดยมาจากการที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมได้กำหนดอัตราค่าบริการลดลง 15% จากราคาตลาด โดยกำหนดราคา ค่าเฉลี่ยกลาง แบ่งเป็น บริการเสียงราคา 0.82 สตางค์/นาที, เอสเอ็มเอส (SMS) ราคา 1.33 บาท/ข้อความ, เอ็มเอ็มเอส (MMS) ราคา 3.32 บาท/ข้อความ และอินเทอร์เน็ต 0.28 บาท/เมกะไบต์ (MB)  และปัจจัยราคาอุปกรณ์มือถือ ประเภทสมาร์ทโฟนราคาลดลงเริ่มต้นที่ 1,200 บาท จึงส่งผลให้ลูกค้ามีการโอนย้ายมาใช้บริการ 3จี ใหม่เพิ่มมากขึ้น ลูกค้าโอนย้ายมาเพราะ 2 ปัจจัยที่สำคัญ นอกจากนี้ลูกค้าได้เปรียบเทียบราคาระหว่าง 2จี และ 3จี ไม่ได้แตกต่างกันมาก เนื่องจาก กทค.ได้ปรับราคา 3จี ลงมา แต่ราคา 2จี ยังนิ่งเนื่องจากอยู่ในระบบสัมปทาน จึงทำให้ลูกค้ามองไม่เห็นความแตกต่างจึงหันมาใช้ 3จี สูงขึ้นเรื่อย ๆŽ ร้อยโท ดร. เจษฎา กล่าว อย่างไรก็ตามว่าเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศแรก ๆ ที่ทำ 3จี มีการโอนย้ายน้อยมาก เนื่องจากค่าบริการที่แพงมาก และอุปกรณ์มือถือมีราคาสูงเช่นกัน  ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเปิดให้บริการ 3จี เมื่อช่วงปี ค.ศ.  2001 ใช้เวลานานกว่า 4 ปี ในการโอนย้ายลูกค้าได้เพียง 50% เท่านั้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลูกค้า 3 จี 3 ค่าย 20.5 ล้านเลขหมาย