เดือน: ธันวาคม 2013

  • กสทช.ขู่กวนสัญญาณไทยคมโทษถึงชีวิต

    กสทช.ขู่กวนสัญญาณไทยคมโทษถึงชีวิต

    วันนี้ (9 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กรณีมีผู้ส่งคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมว่า การรบกวนดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.56 จากการส่งสัญญาณคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งให้เช่าช่องสัญญาณเพื่อให้บริการออกอากาศและแพร่ภาพแก่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเกือบ 20 ช่อง อาทิ ช่องเอเชียอัพเดท ช่องบลูสกาย  นอกจากนี้ ยังรวมถึงฟรีทีวีที่ออกอากาศให้รับชมผ่านระบบโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (ช่อง 3, 5, 7, 9, ThaiPBS) โดยช่วงแรกของการรบกวน เป็นการส่งคลื่นสั้นๆ ขึ้นลงตลอด เมื่อตรวจสอบการรบกวนดังกล่าวพบว่า ไม่ได้มาจากแหล่งเดียวกัน เนื่องจากคลื่นที่กวนมีลักษณะแตกต่างกัน ทำให้การจับทิศทางของคลื่นที่รบกวนทำได้ยาก อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งคลื่นรบกวนนั้นสามารถทำได้จากทุกที่ทั้งในประเทศไทย และจากการส่งคลื่นมารบกวนจากต่างประเทศก็ทำได้ อาทิ ในประเทศเพื่อนบ้านส่งคลื่นเข้ามาก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ตอนนี้ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำและกระทำมาจากพื้นที่ใด โดยการส่งสัญญาณรบกวนจะมีมากในช่วงหัวค่ำ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่มีกิจกรรมการปราศรัย หรือแถลงทางการเมือง  อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ไทยคมได้ประสานและรายงานเรื่องการรบกวนของสัญญาณดังกล่าวต่อสำนักงาน กสทช. มาตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.56 โดยสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งสัญญาณรบกวนดังกล่าว ได้สั่งการให้ไทยคม ตรวจสอบและรายงานให้สำนักงานทราบอย่างต่อเนื่อง  ขณะนี้ยังพบว่า ยังมีการส่งคลื่นรบกวนอยู่ สำนักงานฯ จึงสั่งการให้สำนักงาน กสทช. เขตทั้ง 14 เขต ทั่วประเทศส่งรถตรวจสอบและหาทิศทางสัญญาณรบกวน 20 คันออกตรวจคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมจนกว่าจะมีคำสั่งให้หยุดดำเนินการ  “หากตรวจสอบพบจะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิดในสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ และหากการกระทำนั้นสร้างความปั่นป่วน ทำให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 ที่บัญญัติให้ผู้ซึ่งกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ระบบโทรคมนาคม” นายฐากร กล่าว  ทั้งนี้ จะต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 3 ปี-20 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาท ถึง 1 ล้านบาท นอกจากความผิดที่มีอยู่แล้วตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ที่กำหนดให้การกระทำดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งหากการกระทำเช่นว่านั้นได้มี การนำเข้าหรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมหรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยแล้ว ย่อมมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ขู่กวนสัญญาณไทยคมโทษถึงชีวิต

  • ก.คลังไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ

    ก.คลังไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่ให้เจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ในกระทรวงการคลังโดยรอบในช่วงกลุ่มผู้ชุมนุมให้กระทรวงการคลังเป็นสถานที่ชุมนุมทางการเมืองนั้น ไม่ได้มีความเสียหายต่อหน่วยงานสังกัดในกระทรวงการคลังมากนัก และเชื่อว่าในวันที่ 11 ธ.ค.นี้จะเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณของแต่ละหน่วยงานนั้น ยังทำได้ปกติ แม้ว่าจะมีการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมาและในวันที่ 12 ธ.ค.นี้จะมีการประชุมติดตามการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.คลังไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ

  • ททท.เร่งจัดงานปีใหม่กระตุ้นท่องเที่ยว

    ททท.เร่งจัดงานปีใหม่กระตุ้นท่องเที่ยว

    นายสุรพล เศวตเศรณี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้สั่งการให้สำนักงานท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก เร่งชี้แจงสถานการณ์ที่แท้จริง และเป็นปัจจุบันให้มากที่สุด ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ เพื่อให้คลายความกังวลและสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดที่อ่อนไหวอย่างนักท่องเที่ยวจีน ญี่ปุ่นและเกาหลี ที่กำชับให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิด มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะไม่ลดต่ำไปกว่านี้อีกเพราะในช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือนี้ หลายหน่วยงานได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการใช้จ่ายและกระตุ้นการท่องเที่ยว และถ้าการท่องเที่ยวในประเทศตื่นตัวมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ททท.ยังได้ปรับรูปแบบของการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวโดยหันมาเน้นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ยังไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากนัก พร้อมกับการประชาสัมพันธ์ให้มากเพื่อสร้างแรงกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว เช่น “หน้าหนาวเที่ยวภาคกลาง” ที่ได้นำแหล่งท่องเที่ยวที่หลายคนอาจมองข้ามไปเช่นสวนผึ้ง จ.ราชบุรี, สวนดอกไม้ จ.ลพบุรี รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวแม่น้ำลำคลอง ในจังหวัดใกล้ ๆ มาโปรโมทเชิญชวนนักท่องเที่ยวเป็นต้น ขณะเดียวกันททท.ยังได้เป็นผู้สนับสนุนในการจัดงานท่องเที่ยวในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปี  57 ใน 6 จังหวัดด้วยคือที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต,เชียงราย, ขอนแก่น,พัทยา และหาดใหญ่ รวมทั้งยังมีงานใหญ่ของประเทศที่กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับทุกหน่วยงานจัดกิจกรรมพาเหรด 76 จังหวัด ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-31 ธ.ค.นี้ ที่ย่านราชประสงค์ไปจนถึงสนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งในงานนี้จะมีการนำศิลปะ วัฒนธรรมไทย รวมไปถึงผลิตภัณฑ์โอทอปที่เป็นสินค้าระดับแชมเปี้ยนหลากหลายมาให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้เลือกซื้อหา “การจัดงานอีเว้นท์ต่างๆในช่วงปีใหม่นี้ จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนักท่องเที่ยวไทยยังเดินทางท่องเที่ยวยังใช้จ่ายก็จะยิ่งช่วยสร้างความมั่นใจสบายใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากยิ่งขึ้นเพราะเท่ากับว่าเป็นการการันตีในการเดินทางท่องเที่ยวในไทย” ก่อนหน้านี้ ททท.ได้ปรับลดเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 56 ใหม่หลังจากสถานการณ์การเมืองเริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้นบ้าง แต่ไม่ยืดเยื้อมากนัก โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเหลือเพียง 25.75 ล้านคน จากเดิม 26.17 ล้านคน หรือลดลง 420,000 คน โดยมีรายได้ 1.158 ล้านล้านบาท หรือเติบโตที่ 17.77% จากเดิม 1.177 ล้านล้านบาท หรือรายได้หายไป 18,900 ล้านบาท ถือว่าได้รับผลกระทบไม่มากนักเพราะสุดท้ายแล้วนักท่องเที่ยวยังเติบโตได้ในระดับสองหลัก ทั้งนี้ ยอมรับว่าในเรื่องของการจองห้องพักล่วงหน้านั้นอาจมีผลกระทบบ้างหากเหตุการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป เพราะเวลานี้นักท่องเที่ยวยังรอดูสถานการณ์ซึ่งจะเห็นได้ชัดในไตรมาสแรกของปี 57 หากยืดเยื้ออาจทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นแทน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในตลาดใกล้ ๆ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.เร่งจัดงานปีใหม่กระตุ้นท่องเที่ยว