นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สั่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายสินค้ากระเช้าของขวัญปีใหม่ตามห้างค้าปลีกและร้านต่างๆที่นำออกมาจัดจำหน่ายให้กับประชาชนเพื่อดูแลประชาชนที่จะมาจับจ่ายใช้สอยให้ได้รับความเป็นธรรม และไม่ถูกเอาเปรียบโดยได้เน้นย้ำให้ห้างทุกทุกแห่งที่จำหน่ายกระเช้าต้องปฏิบัติตามประกาศที่กรมฯกำหนด โดยสินค้าที่บรรจุในกระเช้าต้องระบุราคาสินค้าต่อหน่วยวันหมดอายุห้ามน้อยกว่า 3 เดือน และต้องระบุราคาค่ากระเช้าและของตกแต่งด้วย “เท่าที่ตรวจสอบดู ห้างได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและไม่พบว่า มีการนำสินค้าที่ใกล้หมดอายุมาบรรจุ ส่วนใหญ่สินค้ามีอายุไม่น้อยกว่า6 เดือน หรือ 1 ปีขึ้นไป แต่ได้มีการตกลงกับห้างไว้ว่า หากผู้รับกระเช้าสินค้าแล้วพบว่าสินค้าไม่ได้คุณภาพ หรือสินค้าหมดอายุ ห้างต้องรับคืนซึ่งทางห้างก็ได้ตกลง โดยจะรับคืนได้ภายใน 2 เดือน หลังจากปีใหม่ไปแล้ว” นายสมชาติกล่าวว่า สินค้าที่มีหน้าตาเหมือนกัน และหาซื้อได้ในทุกห้าง เช่น ซุปไก่สกัด รังนกได้ขอความร่วมมือให้ทุกห้างต้องรับคืน ไม่ว่าจะซื้อจากห้างใดแล้วให้ห้างไปเคลมจากผู้ผลิตต่อไปเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ใกล้ห้างไหนก็ไปคืนที่ห้างนั้น อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการดูแลผู้บริโภค กรมฯ จะมีการปรับเงื่อนไขในการดูแลกระเช้าปีใหม่เพิ่มเติมเช่น ที่ตัวกระเช้าต้องมีการระบุให้ชัดว่าเป็นของห้างใด เพราะส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะรู้ว่ากระเช้าเป็นของห้าง ก็ตอนที่ซื้อในห้างเพราะห้างจะมีป้ายราคาพร้อมทั้งระบุรายละเอียดสินค้ากำกับเอาไว้ แต่พอซื้อไปแล้วเอาไปให้คนอื่น ก็จะดึงใบราคาและรายละเอียดต่างๆ ออก ทำให้ไม่รู้ว่ากระเช้านี้มาจากห้างไหนซึ่งต่อไปจะทำให้ชัด เพื่อไม่ให้มีปัญหากรณีที่จะมีการคืนสินค้าจะได้คืนให้ถูกห้างด้วย สำหรับสถานการณ์ราคากระเช้าปีใหม่ขณะนี้พบว่า ส่วนใหญ่มีราคาถูกลงกว่าปีที่แล้ว โดยที่ห้างเทสโก้ โลตัสสาขาแคราย ที่เจ้าหน้าที่ได้นำร่องในการตรวจสอบพบว่าราคาเริ่มต้นที่กระเช้าละ228 บาท ลดจากปีก่อนที่ราคาเริ่มต้นที่ 249 บาท ส่วนการตรวจสอบการจำหน่ายกระเช้าในพื้นที่อื่นๆนอกเหนือจากห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า กรมฯได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบและทำความเข้าใจกับพ่อค้าแม่ค้าในทุกพื้นที่โดยขอให้มีการระบุราคาให้ชัดเจนทั้งราคาสินค้าต่อหน่วย และราคาค่ากระเช้ายกเว้นการจัดกระเช้าที่ผู้ซื้อเลือกสินค้าเอง แล้วให้ผู้ค้าจัดกระเช้าให้ราคาก็แล้วแต่จะตกลงกัน แต่ต้องมีการระบุราคาสินค้าให้ชัดเจน พร้อมกันนี กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมจัดงานเทศกาลของขวัญรับปีใหม่ประมาณสัปดาห์ที่ 3ของเดือนธ.ค.56 โดยจะนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าที่ใช้เป็นของขวัญปีใหม่สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) และสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดให้กับประชาชนเพื่อเลือกซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้จัดงาน คาดว่าจะใช้เวลาจัดงาน 3-5 วัน ที่อิมแพค เมืองทองธานี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์จี้ห้างรับคืนกระเช้าของขวัญ
เดือน: ธันวาคม 2013
-

พาณิชย์จี้ห้างรับคืนกระเช้าของขวัญ
-

ผลผลิตอ้อยสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นายชลัส ชินธรรมมิตร์ ประธานคณะทำงานด้านตลาดภายในประเทศ บริษัทไทยซูการ์มิลเลอร์ จำกัดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานจัดหาวัตถุดิบ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฤดูการผลิตอ้อยปี 56/57 คาดว่า จะมีอ้อยเข้าหีบประมาณ 105 ล้านตัน ถือว่า มีปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากปีนี้ฤดูฝนตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยต่อไร่สูงขึ้น “ผมคิดว่าทะลุ 100 ล้านตันและมากกว่าปีที่แล้วแน่นอนแต่อาจไม่ถึง 110 ล้านตันเพราะเราเปิดหีบอ้อยค่อนข้างช้า มาอยู่ช่วง 25 พ.ย. ซึ่งช่วงเม.ย.ปีหน้าฝนมาก็จะทำให้การตัดอ้อยอาจมีอุปสรรคได้ก็ต้องรอลุ้นแต่ 105 บวกลบน่าจะอยู่ประมาณนี้” นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ที่ปรึกษาชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า ผลผลิตอ้อยปีนี้ คาดว่า จะทำสถิติเดิมที่เคยทำไว้ในระดับ 100.02 ล้านตัน โดยชาวไร่อ้อย เชื่อว่า จะถึงเป้าหมายระดับสูงสุด 110 ล้านตัน เนื่องจากฝนมาถูกต้องตามฤดูกาลและหนาวก็มาช่วงสิ้นปีพอดีทำให้อ้อยสะสมความหวานได้มาก แต่ต้องติดตามว่า ฝนที่มาเร็ว จะทำให้การตัดอ้อยเป็นอุปสรรคหรือไม่ “ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 56/57 อยู่ระดับ 900 บาทต่อตันนั้นชาวไร่อ้อยเองก็รอลุ้นอยู่ว่าจะมีการช่วยเหลือส่วนเพิ่มตามข้อเรียกร้องที่มองว่าควรจะได้เพิ่มอีก 250 บาทต่อตันอย่างไรเพราะบางส่วนเห็นว่าควรจะกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.) ส่วนหนึ่งและอีก 1 หมื่นล้านบาทจะขอรัฐบาลช่วยเป็นเงินงบประมาณ แต่อีกฝ่ายก็เห็นว่าน่าจะกู้ทั้งหมด ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้การเมืองเปลี่ยนแปลงก็คงจะต้องมาคุยกันอีกครั้ง” แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปีนี้ค่อนข้างมั่นใจว่า ผลผลิตอ้อยจะมีปริมาณมากกว่า 103 ล้านตัน ตามปริมาณที่จัดสรรไว้ และคาดว่า ผลผลิตน้ำตาลทรายจะได้เพิ่มขึ้น คาดว่า จะมีปริมาณ 11 ล้านตัน โดยขณะนี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือ สถานการณ์ราคาน้ำตาลทรายต่างประเทศ ยังไม่ดีขึ้น เฉลี่ยน้ำตาลทรายดิบอยู่ที่ 16-17 เซนต่อปอนด์ เนื่องจากปริมาณการผลิตทั่วโลกรวมถึงไทยสูงขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลผลิตอ้อยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ -

การบินไทยร่วมเดินขบวน
นายดำรง ไวยคณีประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กล่าวว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 9 ธ.ค.มีพนักงานของบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) เคลื่อนขบวนออกจากสำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีฯเพื่อเข้าร่วมกับการชุมนุมประมาณ 5,000 คนส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่มาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นระหว่างทางเดินไปที่ทำเนียบรัฐบาลมีพนักงานออกมาร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นรวมเป็นหมื่นคนส่วนการให้บริการผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังเป็นไปตามปกติเพราะมีพนักงานบางส่วนที่ทำหน้าที่ให้บริการผู้โดยสารอยู่แล้วยังไม่มีเที่ยวบินล้าช้าหรือการยกเลิกเที่ยวบินแต่อย่างใด ทั้งนี้ยืนยันว่าการเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้จะยืดตามมติของแกนนำคือ การยุบสภาไม่ใช่คำตอบ นายกรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากรักษาการไปเลย เพื่อเปิดช่องว่างให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมาทำหน้าที่แทน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การบินไทยร่วมเดินขบวน