ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 ธ.ค. ดัชนีดีดตัวขึ้นแรงกว่า 16จุดทันทีที่เปิดตลาด ตอบรับข่าวที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องการเมืองในประเทศจากนั้นก็สามารถยืนในแดนบวกได้ ก่อนอ่อนตัวลงในแดนลบช่วงปิดตลาดภาคเช้า และพอเปิดตลาดภาคบ่ายดัชนีก็แกว่งตัวในกรอบแคบๆทั้งบวกและลบตามแรงซื้อสลับขายทำกำไร แต่เด้งกลับยืนบวกได้อีกครั้งช่วงท้ายตลาด โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่1,378.02 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,356.72 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,367.42 จุด เพิ่มขึ้น 5.85 จุด หรือ 0.43% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 25,788.55 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก 1.ทรู ปิดที่ 9.05 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 166.00 บาท ลดลง 0.50 บาท 3.ทอท. ปิดที่ 182.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท 4.เอไอเอส ปิดที่ 218.00 บาท ลดลง 2.00 บาท 5.จัสมิน ปิดที่ 7.70บาท ลดลง 0.05 บาท นายยศพณ แสงนิลรองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี กล่าวว่า การยุบสภาเป็นผลดี ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองมีความคืบหน้าเห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นแต่นักลงทุนก็ยังมองว่าปัญหายังไม่จบทำให้ตลาดปรับขึ้นได้ไม่มาก ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้รอซื้อที่ระดับ1,360 จุด ซึ่งประเมินว่าตลาดไม่น่าจะปรับลดลงไปต่ำกว่านี้ส่วนแนวต้านมองที่ระดับ 1,380 จุดหากผ่านได้แนวต้านต่อไปอยู่ที่ระดับ 1,400 จุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 9 ธันวาคม 2556 พลิกปิดบวก 5.85 จุด
เดือน: ธันวาคม 2013
-

หุ้นไทยวันที่ 9 ธันวาคม 2556 พลิกปิดบวก 5.85 จุด
-

พลังงาน-อุตสาหกรรมยันสานต่องานเดิมได้ตามปกติ
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรมว.พลังงาน กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาและ ครม.รักษาการเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามขั้นตอนแล้ว หลังจากยุบสภา ฯ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นใน 45 วัน หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน จะมี ครม.ชุดใหม่ ดังนั้น ครม.รักษาการณ์จะอยู่ไม่เกิน 80 วัน ขณะนี้งานของระบบราชการ จะเดินหน้าต่อไป ส่วนงานด้านนโยบายใหม่ จะไม่เกิดขึ้นต้องรอ ครม.ที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่ ส่วนงานด้านพลังงาน จะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยการประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ยังสามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะไม่มีการอนุมัติงานนโยบายใหม่ เป็นการดูแลงานเก่าให้เดินหน้า เช่น โครงการโซลาร์รูฟท็อป แผนพัฒนากำลังไฟฟ้าระยะยาว (พีดีพี) รายงานข่าวจากภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า ผลจากการที่รัฐบาลประกาศยุบสภา ฯ ได้ส่งผลกระทบนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการประกาศเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ฉบับใหม่ล่าช้าออกไป , อีโคคาร์ ระยะที่2 ซึ่งจะทำให้เงินลงทุนหายไปประมาณ 20,000 ล้านบาท และส่งผลให้ยอดการลงทุนของบีโอไอลดลง ส่วนโครงการอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน คือ โครงการโซล่าร์รูฟท็อป , โครงการขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใหม่ 18 แห่ง การแก้ไขข้อกำหนดว่าด้วยการตั้งโรงงานน้ำตาลทราย โครงการปลูกอ้อยทดแทนข้าว 10 ล้านไร่ และแก้ไขกฎการออกประทานบัตรเหมืองทองคำใหม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พลังงาน-อุตสาหกรรมยันสานต่องานเดิมได้ตามปกติ -

รัฐบาลยันรับจำนำข้าวยังเดินหน้าต่อ
นายสมชาติสร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์สามารถดำเนินการในโครงการรับจำนำข้าวได้ต่อไปแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภาเพราะโครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมครม.ที่ให้ความเห็นชอบในการดำเนินการมาแล้วจึงไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติแต่อย่างใด ดังนั้นไม่ต้องการให้เกษตรกรกังวลและเป็นห่วงว่าไม่สามารถนำข้าวเข้ามาจำนำในโครงการได้ “โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีรอบแรกที่รับจำนำข้าวเปลือกเจ้าตันละ 15,000 บาท จำกัดวงเงินไม่เกิน 350,000 บาทต่อครัวเรือนซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 56 และจะสิ้นสุดในเดือนก.พ. 57 ยังคงดำเนินการต่อไปเพราะ ครม. ได้มีมติให้ดำเนินการไว้แล้ว ส่วนการรับจำนำข้าวรอบสองที่จะรับจำนำที่ตันละ 13,000 บาทจำกัดวงเงินไม่เกิน 300,000 บาทต่อครัวเรือน ก็คงต้องรอว่า ครม.ใหม่ จะมีมติยังไง” สำหรับปัญหาเรื่องการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรล่าช้าเท่าที่ตรวจสอบ พบว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ได้ทยอยจ่ายเงินให้กับเกษตรกรแล้วประมาณ 50,000 นบาท ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะกระทรวงการคลังได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะเร่งระบายข้าวในสต๊อก เพื่อนำเงินส่งคืนกระทรวงการคลังโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ ยอดการรับจำนำข้าวล่าสุดตั้งแต่ 1 ต.ค.-6ธ.ค. 56 มีปริมาณ 6 ล้านตัน ซึ่งล่าสุดกรมฯกำลังเข้าไปตรวจสอบปริมาณการรับจำนำดังกล่าวว่าเข้ามาถูกต้องหรือไม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรถูกสวมสิทธิ์ ก่อนหน้านี้นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปตรวจสอบว่าปริมาณการรับจำนำข้าวที่เข้าสู่โครงการมีอะไรผิดปกติหรือไม่โดยให้ตรวจสอบใบรับรองเกษตรกร ตรวจสอบใบประทวน และตรวจสอบการรับจำนำของโรงสีเพราะมีการตั้งข้อสงสัยว่าปริมาณข้าวในบางพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติสูงกว่ายอดประเมินผลผลิตที่จะออกมา หรือบางพื้นที่มีการใช้โควตาเต็มตามใบรับรองหรือเต็มตามใบประทวน ทั้งๆที่ในทางปฏิบัติไม่น่าจะเป็นไปได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐบาลยันรับจำนำข้าวยังเดินหน้าต่อ