เดือน: ธันวาคม 2013

  • เล็งจัดงานไทยเที่ยวไทย+ไทยเที่ยวนอก

    เล็งจัดงานไทยเที่ยวไทย+ไทยเที่ยวนอก

    นายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทพี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดงานเกี่ยวกับการแสดงและซื้อขายแพ็กเกจท่องเที่ยว (ไทยเที่ยวไทย) เพิ่มขึ้นอีก 1 งานจากเดิมที่จัดอยู่แล้ว 3 งาน ชื่องานว่า ไทยเที่ยวนอก+ไทยเที่ยวไทยครั้งที่31 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนาระหว่างวันที่ 17-21 ก.ค.57  โดยมองว่าขณะนี้ตลาดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นตลาดที่มีศักยภาพคนไทยยังมีกำลังซื้ออยู่ รวมถึงใน พื้นที่กรุงเทพฯแถบตะวันออก ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ประชุมไบเทคถือเป็นกลุ่มที่มีประชาชนที่มีกำลังซื้อสูง และยังไม่มีใครเข้าไปเจาะตลาดด้านการท่องเที่ยวทั้งนี้คาดว่า จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200,000 คนและมีเงินสะพัดภายในงาน 300 ล้านบาท ส่วนการจัดงานไทยเที่ยวนอกควบคู่ไปด้วยนั้น บริษัทฯได้ศึกษาการตลาดมา 3 ปีแล้ว และมองเห็นถึงศัยภาพของตลาดคนไทยที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศด้วยจึงได้วางแผนรวมงานทั้งไทยเที่ยวไทยและไทยเที่ยวนอกด้วยกัน  รวมทั้งหมด 660 บูทแบ่งการจัดพื้นที่ออกเป็น 2 ฮอลล์ โดยฮออล์แรกจะใช้พื้นที่ 50% ให้ผู้ประกอบการจากไทยเที่ยวไทยได้ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว ส่วนอีก 50% จะเป็นพื้นที่การขายแพ็กเกจท่องเที่ยวจากทั่วโลก  “ต้องยอมรับว่า ขณะนี้มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้เราต้องหันไปเจาะตลาดดึงนักท่องเที่ยวไทยไปต่างชาติได้แล้วทั้งการปล่อยฟรีวีซ่าท่องเที่ยวของญี่ปุ่น รวมถึงกระแสการท่องเที่ยวในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ที่กำลังจะเปิดในปี 58  บริษัทจึงได้ติดต่อกับสมาคมท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆให้มาเข้าร่วมงานเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารกับนักท่องเที่ยวไทยด้วย” สำหรับในปี 57 บริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่นจะจัดงานไทยเที่ยวไทย ทั้งหมด 4 งาน คือ งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 30ในระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-2 มี.ค ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์,งานไทยเที่ยวไทย +งานไทยเที่ยวนอกครั้งที่ 31 ในระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย.ที่ศูนย์ประชุมไบเทคบางนา ,งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 32 ในระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย.ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์,งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่6-9 พ.ย.ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งจัดงานไทยเที่ยวไทย+ไทยเที่ยวนอก

  • กสท.ยิ้มคำสั่งศาลฉลุยดูบอลโลกผ่านฟรีทีวี

    กสท.ยิ้มคำสั่งศาลฉลุยดูบอลโลกผ่านฟรีทีวี

    วันนี้(9ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า กสท.ได้รับทราบผลศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องคุ้มครองฉุกเฉิน  กรณีบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์  ยื่นฟ้องกสทช. ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งชะลอหรือระงับประกาศกสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์ที่ต้องให้บริการแก่ประชาชนภายใต้การบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป(มัสต์ แฮฟ)  โดยศาลพิจารณาว่าการออกประกาศฯดังกล่าวเป็นอำนาจของ กสทช.ที่ต้องคุ้มครองผู้บริโภค  ไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพ  และการออกประกาศดังกล่าวมาไม่ได้จำกัดสิทธิของ อาร์เอสฯ แม้จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่โดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่พ.ศ.2553 สามารถจำกัดสิทธิใช้สอยบางสิทธิ์ได้  นอกจากนี้ศาลพิจาณาว่าความกระทบดังกล่าวไม่ได้เสียหายจนเยียวยาไม่ได้    พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า ดังนั้นการแข่งขันรายการฟุตบอลโลก ปี 2014  รอบสุดท้ายประชาชนต้องได้รับชมถ่ายทอดสดรอบสุดท้าย 64 คู่ ผ่านช่องฟรีทีวี  เนื่องจากฟุตบอลโลกเป็นกีฬาของมวลมนุษยชาติ  ในขณะเดียวกันตอนนี้มีฟรีทีวี 6 ช่องแต่เมื่อมีการเปิดให้บริการทีวีดิจิทัลเพิ่มเป็น 36 ช่องก็จะมีช่องทางการรับชมเพิ่มขึ้นโดยอาร์เอสจะเป็นผู้ที่คัดเลือกลงเอง นอกจากนี้มีมติให้ บริษัท ทีซี บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม เป็นผู้ให้บริการเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือมัสแครี่ ผ่านระบบดาวเทียม โดยให้สำนักงานกสทช. แจ้งหนังสือให้แก่ผู้เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัลทราบเพื่อให้บริการมัสต์ แครี่  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ยิ้มคำสั่งศาลฉลุยดูบอลโลกผ่านฟรีทีวี

  • ยื่นประมูลทีวีดิจิทัลคุณสมบัติผ่านทุกราย เตรียมจัดประมูลก่อนสิ้นปี

    ยื่นประมูลทีวีดิจิทัลคุณสมบัติผ่านทุกราย เตรียมจัดประมูลก่อนสิ้นปี

    วันนี้(9ธ.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสท.มีมติเห็นชอบให้ผู้ประกอบการที่ยื่นเอกสารเข้าร่วมการประมูลทีวีดิจิทัล  29 บริษัท 41 แบบคำขอผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทั้งหมดที่ยื่นซองเอกสารเมื่อวันที่ 28-29 โดยจะให้สำนักงาน กสทช.ประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธ.ค. 56 และหลังจากนั้นในวันที่ 16 ธ.ค. 56 กสท.จะประกาศวันเวลา สถานที่การประมูลทั้งสถานที่จริงและสถานที่สำรองส่งให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลและหลังจากนั้นผู้ประกอบการต้องส่งรายชื่อผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลจำนวนไม่เกิน 5 คนต่อหมวดหมู่ ก่อนการประมูล ซึ่งคาดจะจัดได้ช่วงประมาณวันที่ 23 – 27 ธ.ค. 56 นอกจากนี้ กสท.กำลังพิจารณาแนวทางจัดประมูล ว่าจะจัดประมูลวันละ 1 หมวดหมู่  4 วันติดต่อกัน หรือจัดประมูล 4 หมวดหมู่ภายใน 1 วัน โดยจะเรียงลำดับการประมูลจากมูลค่าคลื่นความถี่เริ่มต้นแพงที่สุดคือ ช่องคุณภาพคมชัดสูง(เอชดี) ราคา1,510 ล้านบาท มีใบอนุญาต 7 ใบ  ช่องคุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) ราคา 380 ล้านบาทมีใบอนุญาต 7 ใบ   ช่องข่าว ราคา 220 ล้านบาท มีใบอนุญาต 7 ใบ และช่องเด็ก/ครอบครัว/เยาวชน  ราคา 140 ล้านบาท มีใบอนุญาต 3 ใบ พ.อ.ดร.นทีกล่าวต่อว่า ในวันที่ 18 ธ.ค. 56 จะนำสื่อมวลชนเข้าร่วมทดลองการเคาะประมูลเสมือนจริงหรือ  พรีม็อก ออกชั่น และในวันที่ 19-20 ธ.ค. 56  จะเปิดให้ผู้ประกอบการที่ผ่านคุณสมบัติทั้งหมดเข้าพรีม็อก ออกชั่น ที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริเวณสำนักงานเขตบางรัก สำหรับรายชื่อผู้ที่ผ่านคุณสมบัติจำนวน29 บริษัท 41 แบบคำขอ ได้แก่ ช่องเอชดี ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด  (ช่อง 7 ) ,บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ,  บริษัท พี เอ็ม กรุ๊ป จำกัด  ,บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด  (ช่อง 3 ) ,บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด  ,บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) , บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวีจำกัด , บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์บรอดคาสติ้ง จำกัด และบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด(ไทยรัฐ)  ช่องเอสดี ประกอบด้วย บริษัท บีบีทีวี แซทเทลวิชั่น จำกัด (ช่อง 7 ),  บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด , บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด ,บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด , บริษัท โฟร์ วัน วันเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด , บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐ), บริษัท ไทยทีวี จำกัด , บริษัท ทัช ทีวี จำกัด , บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด(ช่อง 3 ) ,บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด , บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) , บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวีจำกัด , บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์บรอดคาสติ้ง จำกัด , บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด , บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด  และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด                 ช่องข่าว ประกอบด้วย  บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด , บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด (เดลินิวส์ ทีวี) ,บริษัท 3เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด , บริษัท ไอ-สปอร์ต มีเดีย จำกัด , บริษัท ไทยทีวี จำกัด, บริษัท โพสต์ ทีวี จำกัด , บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด, บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น จำกัด ,บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด  และบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค(ทีเอ็นเอ็น) จำกัด และช่องเด็ก / ครอบครัว/เยาวชนประกอบด้วย บริษัท โรสมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ,บริษัท ไทยทีวีจำกัด,  บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) , บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด , บริษัท เนชั่น คิดส์ จำกัด และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยื่นประมูลทีวีดิจิทัลคุณสมบัติผ่านทุกราย เตรียมจัดประมูลก่อนสิ้นปี