วันนี้ ( 9 ธค.56) ที่บ้านศาลาดินจังหวัดนครปฐม ดร.สุเมธ ตันติเวชกุลประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดําริ บ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม” โดยดร.สุเมธกล่าวว่า มูลนิธิอุทกพัฒน์ ฯ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตําบลมหาสวัสดิ์ อําเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดําริ ขึ้นเป็นแห่งแรกในภาคกลาง เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้จากความสําเร็จของชุมชนที่ได้น้อมนําแนวพระราชดําริ กรอบคิด กรอบงาน มาพัฒนาการจัดการน้ำชุมชนจนประสบผลสําเร็จสามารถเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นได้ ศึกษาเรียนรู้โดยใช้พื้นที่จริงของชุมชนอธิบายผ่านแผนที่และภาพความเปลี่ยนแปลง ให้เข้าใจง่าย และ สามารถนําไปปรับใช้ได้ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ชุมชนบ้านศาลาดิน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้กับเกษตรกรทำกินจํานวน 1,009 ไร่ตั้งแต่ปี 2518 ชุมชนดังกล่าว เคยประสบปัญหาน้ำเน่าเสียจากสารเคมีการทิ้งขยะและน้ำเสียจากครัวเรือนสู่ ลําคลอง และยังมีปัญหาน้ำท่วมที่มีระยะเวลายาวนานเมื่อปี2554 เนื่องจากลําคลองตื้นเขินและตัน ทําให้ประสิทธิภาพใน การระบายน้ำลดลง ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันปรับปรุงคุณภาพน้ำและเฝ้าระวังปัญหาน้ำเน่าเสียโดยการตรวจวัด คุณภาพน้ำ ติดตั้งถังดักไขมันครัวเรือนใช้จุลินทรีย์และอีเอ็มบอลปรับสภาพน้ำ และพัฒนากังหันเติมอากาศ ในน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนตําบลมหาสวัสดิ์ได้ร่วมกับชุมชนขยายผลการ บริหารจัดการน้ำให้ทั่วทั้งตําบลโดยดําเนินการขุดลอกคลองในตําบลมหาสวัสดิ์ทุกคลอง เพื่อให้น้ำในระบบ ไหลเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและระบายน้ำช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้ดียิ่งขึ้นดร.สุเมธ กล่าวอีกว่าการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ฯ หรือพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตจะทำให้เกิดการเรียนรู้ ไม่ใช่เป็นการเข้าไปสอนชุมชนแต่มุ่งเน้นให้ชุมชนสอนกันเองมากกว่าซึ่งถือเป็นตัวอย่างและผลักดันให้เกิดเป็นเครือข่ายของการเรียนรู้ สามารถใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มที่และยังสามารถช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในอนาคตได้อีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดพิพิธภัณฑ์จัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ
เดือน: ธันวาคม 2013
-

เปิดพิพิธภัณฑ์จัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ
-

กสทช.ขู่กวนสัญญาณไทยคมโทษถึงชีวิต
วันนี้ (9 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กรณีมีผู้ส่งคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมว่า การรบกวนดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.56 จากการส่งสัญญาณคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งให้เช่าช่องสัญญาณเพื่อให้บริการออกอากาศและแพร่ภาพแก่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเกือบ 20 ช่อง อาทิ ช่องเอเชียอัพเดท ช่องบลูสกาย นอกจากนี้ ยังรวมถึงฟรีทีวีที่ออกอากาศให้รับชมผ่านระบบโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (ช่อง 3, 5, 7, 9, ThaiPBS) โดยช่วงแรกของการรบกวน เป็นการส่งคลื่นสั้นๆ ขึ้นลงตลอด เมื่อตรวจสอบการรบกวนดังกล่าวพบว่า ไม่ได้มาจากแหล่งเดียวกัน เนื่องจากคลื่นที่กวนมีลักษณะแตกต่างกัน ทำให้การจับทิศทางของคลื่นที่รบกวนทำได้ยาก อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งคลื่นรบกวนนั้นสามารถทำได้จากทุกที่ทั้งในประเทศไทย และจากการส่งคลื่นมารบกวนจากต่างประเทศก็ทำได้ อาทิ ในประเทศเพื่อนบ้านส่งคลื่นเข้ามาก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ตอนนี้ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำและกระทำมาจากพื้นที่ใด โดยการส่งสัญญาณรบกวนจะมีมากในช่วงหัวค่ำ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่มีกิจกรรมการปราศรัย หรือแถลงทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ไทยคมได้ประสานและรายงานเรื่องการรบกวนของสัญญาณดังกล่าวต่อสำนักงาน กสทช. มาตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.56 โดยสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งสัญญาณรบกวนดังกล่าว ได้สั่งการให้ไทยคม ตรวจสอบและรายงานให้สำนักงานทราบอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังพบว่า ยังมีการส่งคลื่นรบกวนอยู่ สำนักงานฯ จึงสั่งการให้สำนักงาน กสทช. เขตทั้ง 14 เขต ทั่วประเทศส่งรถตรวจสอบและหาทิศทางสัญญาณรบกวน 20 คันออกตรวจคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมจนกว่าจะมีคำสั่งให้หยุดดำเนินการ “หากตรวจสอบพบจะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิดในสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ และหากการกระทำนั้นสร้างความปั่นป่วน ทำให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 ที่บัญญัติให้ผู้ซึ่งกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ระบบโทรคมนาคม” นายฐากร กล่าว ทั้งนี้ จะต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 3 ปี-20 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาท ถึง 1 ล้านบาท นอกจากความผิดที่มีอยู่แล้วตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ที่กำหนดให้การกระทำดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งหากการกระทำเช่นว่านั้นได้มี การนำเข้าหรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมหรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยแล้ว ย่อมมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ขู่กวนสัญญาณไทยคมโทษถึงชีวิต -

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ปิดลบ 1.58 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (9 ธ.ค.) ดัชนีฟื้นตัวแรงกว่า 10 จุดทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ยืนในแดนบวกได้ หลังนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศไประดับหนึ่ง จากการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่จากนั้นดัชนีเริ่มอ่อนตัวลงตามแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนยังรอดูความชัดเจนทางการเมืองอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีจะสามารถรักษาการในตำแหน่งได้หรือไม่ ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,359.99 จุด ลดลง 1.58 จุด หรือ 0.12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,947.16 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ปิดลบ 1.58 จุด