นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้จัดตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และพนักงานขับรถบนถนนสายหลัก สายรองทั่วประเทศ 11 จุด ที่จังหวัดกำแพงเพชร, พิษณุโลก, ลำปาง, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ขอนแก่น, ประจวบคีรีขันธ์, นครศรีธรรมราช, สุราษฏร์ธานี, สงขลา และระยอง เพื่อตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ ควบคู่กับการตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ เช่น ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ตรวจสอบสมุดประจำรถ เพื่อตรวจสอบระยะเวลาในการขับรถ รวมทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดการเดินทางในช่วงปีใหม่ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำแผนรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน ตรวจรถก่อนใช้ปลอดภัยแน่นอน ให้ประชาชนนำรถเข้าตรวจสภาพความพร้อมเบื้องต้นฟรี ที่กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งจุดป้ายประชาสัมพันธ์ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดนักศึกษาให้บริการตรวจเช็กสภาพรถ และซ่อมรถ บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ นายอัฌษไธด์กล่าวต่อว่า กรมฯ ยังได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการกำกับดูแลพนักงานขับรถ แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนรถโดยสารสาธารณะที่บรรทุกผู้โดยสารเกินจะมีความผิดด้วย เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ถูกกฎหมาย และไม่ใช้บริการรถที่บรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด ช่วงปีใหม่อาจไม่ได้รับความสะดวกบ้าง เนื่องจากกรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะตามจุดต่าง ๆ อย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางบก ยังได้จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะเฉพาะกิจ 1584 ที่กรมการขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร เอกมัย สายใต้ เพื่ออำนวยความสะดวกและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.56 – 2 ม.ค.57 โดยหาก พบเห็นรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ได้ 24 ชั่วโมง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมเข้มรถสาธารณะรับปีใหม่
เดือน: ธันวาคม 2013
-

คุมเข้มรถสาธารณะรับปีใหม่
-

ธปท.ชี้ค่าเงินอ่อนหลังสหรัฐฟื้น
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ (24 ธ.ค.) ที่อ่อนค่าลงอยู่ที่ 32.68-32.81 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐนั้น ถือว่าเป็นไปตามค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค เนื่องจากปัจจัยนอกประเทศ ที่เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มดีขึ้นรวมทั้ง ช่วงสิ้นปี ตลาดเงินจะมีธุรกรรมไม่มากอยู่แล้ว ขณะเดียวกันยอมรับว่าปัจจัยการเมืองในประเทศเข้ามากระทบทำให้นักลงทุนกังวล จึงนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศ ส่งผลให้เงินบาทบางช่วงอ่อนค่าลงเร็วกว่าสกุลอื่นในภูมิภาคเดียวกัน “ปกติ ในช่วงสิ้นปีที่ตลาดมีธุรกรรมเบาบางธปท.ก็เอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงนี้มีปัจจัยทั้งนอก และในประเทศเข้ามากระทบทำให้อัตราแลกเปลี่ยน ผันผวนไปบ้าง ซึ่งเป็นปกติ และมองว่าเงินบาทยังมีทิศทางอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ธปท.ยืนยันได้ติดตามดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เคลื่อนไหวผันผวนมากเกินไปโดยให้มี ความยืดหยุ่นตามกลไกตลาด เพื่อให้ผู้ส่งออกและนำเข้าสามารถปรับตัวได้” ทั้งนี้ธปท. ยังคงดูแลให้ค่าเงินอยู่ในระดับที่ไม่เคลื่อนไหวผันผวนมากเกินไปเพื่อให้ สะท้อนพื้นฐานโดยการดูแลค่าเงินยังมีความยืดหยุ่นเพื่อให้ผู้นำเข้าและส่ง ออกปรับตัวได้ธปท.จึงเอาใจใส่ช่วงนี้เป็นพิเศษ แต่ไม่อยากให้เกิดการตกใจกับการอ่อนค่าของเงินบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.ชี้ค่าเงินอ่อนหลังสหรัฐฟื้น -

พาณิชย์ยันราคาสินค้าปีใหม่ยังปกติ
นายยรรยง พวงราช รมช. พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราคาสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ว่า ขณะนี้ ราคาสินค้าในบริเวณสถานีขนส่งช่วงเทศกาลปีใหม่ไม่แตกต่างจากปีที่แล้ว ทั้ง เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค มีเพียงราคาอาหารปรุงสำเร็จ ที่ปรับราคาจำหน่ายขึ้น 5 บาทต่อจาน จากเดิม 25-30 บาทต่อจานเพิ่มเป็น 25-35 บาทต่อจาน แต่ก็อยู่ในราคาที่ไม่เกินราคาที่กรมการค้าภายในได้กำหนดไว้ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์อยากให้ประชาชนใช้จ่ายตามปกติ ไม่ต้องวิตกกังวลกับเรื่องราคาสินค้ามากนัก “ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ของในส่วนกลาง และสำนักงานค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ ทำการสุ่มตรวจสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการในช่วงเทศกาลปีใหม่ในหลายๆพื้นที่ด้วย เพื่อป้องกันร้านค้า ผู้ให้บริการ และร้านอาหารปรุงสำเร็จ ในพื้นที่ที่ประชาชนใช้บริการเดินทางกลับบ้าน โดยเฉพาะสถานีขนส่งต่างๆ หัวลำโพงและสนามบิน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว ที่อาจจะมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและปรับค่าบริการเอาเปรียบผู้บริโภค” ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภค หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับ 10,000 บาท และหากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินความเป็นจริง จะมีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท จำคุก 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในปีนี้ มียอดร้องเรียนดำเนินคดีไม่ติดป้ายแสดงสินค้ามากถึง 10,000 รายแล้ว นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังเปิดจุดรับข้อร้องเรียน ที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต2 ตรงประตู4 ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาร้องเรียน หากโดนเอารัดเอาเปรียบ หรือราคาสินค้าราคาสูงกว่าปกติ ก็สามารถเข้ามาแจ้งได้ที่จุดดังกล่าว หรือสามารถโทรไปยังสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 ได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ยันราคาสินค้าปีใหม่ยังปกติ