เดือน: ธันวาคม 2013

  • “โต้ง” สับ “กรณ์” ขวางรัฐต่อภาษีดีเซล

    “โต้ง” สับ “กรณ์” ขวางรัฐต่อภาษีดีเซล

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24ธ.ค.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้เปิดเผยผ่านเว็บไซต์เฟสบุ๊คส่วนตัวชื่อกิตติรัตน์ ณ ระนอง โดยระบุถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวนิช อดีตรมว.คลัง แสดงความเห็นว่ารัฐบาลไม่ควรต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลว่า ล่าสุดได้เห็นข่าวอดีต รมว.คลัง ที่ไม่ต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)อนุมัติให้รัฐบาลต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาโดยตลอดเป็นรายเดือนเพียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของท่าน แต่ไม่นึกถึงความเดือดร้อนของประชาชน ที่อาจจะต้องจ่ายค่าน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 10บาท  “ที่ผ่านมาเราต่ออายุทีละเดือนเพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิตนี่เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง และถ้าไม่ได้ต่ออายุมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซลนี้ภาษีน้ำมันดีเซลก็จะเด้งไปที่ลิตรละ 10 บาทจากปัจจุบันที่ 0.005 บาทซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างและส่งผลไปยังต้นทุนสินค้าและบริการจำนวนมากที่จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคุณกรณ์เป็นนักการเมืองที่ใจร้ายจริงๆ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “โต้ง” สับ “กรณ์” ขวางรัฐต่อภาษีดีเซล

  • ทีดีอาร์ไอแนะทางออกปฏิรูปประเทศ

    ทีดีอาร์ไอแนะทางออกปฏิรูปประเทศ

    วันนี้ (24 ธ.ค.) นายสมเกียรติตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ได้เสนอแนวทางในการปฏิรูปประเทศที่เป็นรูปธรรม ภายใต้กติกาที่เป็นประชาธิปไตย โดยเห็นด้วยกับข้อเสนอของ 7 องค์กรภาคเอกชน ที่เสนอให้รัฐบาลจัดตั้งองค์กรจัดตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ปฏิรูปโดยทันทีก่อนการเลือกตั้งซึ่งอาจออกเป็นพระราชกำหนดมารองรับฐานะทางกฎหมายขององค์กรดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการปฏิรูปได้จริงหลังเลือกตั้ง ทั้งนี้องค์กรดังกล่าวควรเป็นคณะกรรมการปฏิรูปที่มีองค์คณะไม่ใหญ่เกินไป ควรมีกรรมการไม่เกิน 30 คนจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และควรสร้างกลไกเปิดรับความเห็นจากสาธารณะอย่างกว้างขวาง ส่วนมติของคณะกรรมการฯที่เสนอมาตรการให้รัฐบาลดำเนินการต้องได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าเสียงข้างมากเล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อเสนอนั้นได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่ายหรือคนกลางไม่ได้เกิดจากการใช้พวกมากลากไป และต้องจัดทำข้อเสนอการปฏิรูปในขอบเขตที่ไม่กว้างขวางเกินไปด้วย ขณะเดียวกันคณะกรรมการฯควรเสนอมาตรการปฏิรูปแก่รัฐบาลเป็นระยะโดยเริ่มจากมาตรการที่มีความเห็นพ้องต้องกันสูงมีรูปธรรมที่สามารถปฏิบัติได้ง่ายก่อน เพื่อให้ประชาชนเห็นผลสำเร็จจากนั้นจึงเสนอมาตรการปฏิรูปที่มีความซับซ้อนมากขึ้นไป นอกจากนี้คณะกรรมการฯต้องติดตามการปฏิรูปของรัฐบาลว่าเป็นไปตามข้อเสนอในกรอบเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ ในกรณีที่รัฐบาลไม่ดำเนินการปฏิรูปตามข้อเสนอ คณะกรรมการฯ สามารถเสนอให้รัฐบาลทำโทษตนเองโดยการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีแรงจูงใจที่จะปฏิรูปไม่อย่างนั้นรัฐบาลอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากประชาชนอีกครั้ง  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีดีอาร์ไอแนะทางออกปฏิรูปประเทศ

  • “ชัชชาติ” ระดมรถเมล์ -รถไฟฟ้าใต้ดินระบายคนตกค้าง

    “ชัชชาติ” ระดมรถเมล์ -รถไฟฟ้าใต้ดินระบายคนตกค้าง

    เมื่อเวลา 7.00น. วันที่ 24ธ.ค.นี้  สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หมอชิต  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้อง  จนต้องหยุดให้บริการตั้งแต่ในช่วงเช้าของวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนที่ยังไม่ทราบข่าวรถหยุดให้บริการ มายืนรอที่สถานีจำนวนมาก ดังนั้นต่อไปบีทีเอสจะต้องมีการปรับปรุงการสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวให้ประชาชนรู้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้ง นี้ ยอมรับว่าการหยุดให้บริการของบีทีเอสในช่วงเช่าได้ส่งผลกระทบกับการเดินทาง ของประชาชนจำนวนมาก ต้องเปลี่ยนไปเดินทางรูปแบบอื่น ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ รถตู้ ส่งผลให้การจราจรทางถนนติดขัดอย่างหนัก เบื้องต้น กระทรวงคมนาคมได้แก้ไขปัญหาด้วยการประสานให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสม ก.) เพิ่มจำนวนรถเมล์ในเส้นทางที่ทับซ้อนกับบีทีเอสให้มากขึ้น รวมทั้งให้นำรถชัตเติล บัส 10 คัน ออกมาวิ่งให้บริการฟรี เพื่อช่วยเร่งระบายผู้โดยสารที่ตกค้างจากบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสวนจตุจักร ไปยังบริเวณอนุสาวรีย์ และสีลม นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ยังประสานไปยัง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้เตรียมเจ้าหน้าที่และพนักงานไว้คอยอำนวยความสะดวก ในการรองรับการถ่ายโอนผู้โดยสารจากบีทีเอสมายังรถไฟฟ้าใต้ดินด้วย  โดยเฉพาะทางเชื่อมต่อสถานีของบีทีเอส บริเวณสถานีสวนจตุจักร ศาลาแดง และอโศก และให้มีการตั้งโต๊ะขายตั๋วรายวันเพิ่ม เพราะผู้โดยสารที่ถ่ายโอนมาส่วนใหญ่ยังไม่มีตั๋วเดือนของรถไฟฟ้าใต้ดิน “วันทำงานปกติจะมีคนเข้ามาใช้บริการบีทีเอสเฉลี่ยประมาณ 6-7 แสนเที่ยวต่อวัน หากคิดเฉพาะช่วงเช้าหรือระยะเวลาเร่งด่วน จะมีประมาณ2-3 แสนเที่ยวต่อวัน ขณะที่รถไฟฟ้าใต้ดินปกติรองรับคนได้ประมาณ 2 แสนเที่ยวต่อวันเท่านั้น ดังนั้นเมื่อคนจากบีทีเอสแห่กันมาใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินมากขึ้น  ทำให้เกิดปัญหาคอขวดที่จุดขายตั๋ว จะเห็นได้ว่าคนรอเข้าคิวซื้อตั๋วแบบหยอดเหรียญยาวมาก รอนนานกว่าครึ่งชั่วโมง ผมจึงสั่งการให้ตั้งเคาเตอร์ขายตั๋วรายวันเพิ่ม รวมทั้งให้รักษาระยะความถี่การให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วน ช่วงละ3 นาที ออกไปจนถึงช่วงสาย เพื่อเร่งระบายผู้โดยสารออกจากระบบ”   นอก จากนี้ ยังขอความร่วมมือให้เรือคลองแสนแสบเพิ่มความถี่ในการให้บริการในช่วงชั่วโมง เร่งด่วนออกไปจนถึงช่วงสาย  เพื่อรองรับประชาชนจากบีทีเอส สถานีสุขุมวิท ที่จะเดินทางมาจากคลองตัน ซึ่งจากรายงานทราบว่ามีประชาชนเข้าไปใช้บริการเรือคลองแสนแสบจำนวนมากกว่า ปกติ นายชัชชาติกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้รถไฟฟ้าบีทีเอสหยุดวิ่งว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บีทีเอสแจ้งว่า เกิดจากระบบอาณัติสัญญานขัดข้อง เนื่องจากบีทีเอสได้ติดตั้งระบบซอฟแวร์ควบคุมประตูกันตกบริเวณสถานีเข้าไปยังศูนย์ข้อมูลกลาง  และเกิดปัญหาส่งสัญญานผิดพลาดจนส่งผลกระทบไปยังระบบอาณัติสัญญานที่ควบคุมการเดินรถทำให้การเดินรถต้องหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ธ.ค. ได้มอบมายให้นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม  เรียกประชุมทุกหน่วยงานในสังกัดที่รับผิดชอบดูแลระบบขนส่งสาธารณะ หามาตรการรองรับรวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก โดยเฉพาะในช่วง เทศกาลปีใหม่ ที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมาก ต่อมาเวลา 14.30 น. นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชน เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กรมการขนส่งทางบก บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล กรมเจ้าท่า และกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดมาตรการให้บริการแก่ประชาชน เพื่อกรณีเกิดเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง โดยประเมินว่า เหตุรถไฟฟ้าบีทีเอสเสียเมื่อช่วงเช้า ได้กระทบต่อผู้ใช้บริการ 2-3 แสนคน ทำให้คนส่วนใหญ่หันไปใช้รถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้น หลายหมื่นคน เช่นเดียวกับรถ ขสมก. เรือด่วน แท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สำหรับแนวทางแก้ปัญหาได้ข้อสรุปว่า ต่อไปรถไฟฟ้าบีทีเอส และกระทรวงคมนาคมต้องประสานข้อมูลอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทราบทันทีหากเกิดปัญหาไม่สามารถให้บริการประชาชนได้ จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชรับทราบ และจัดเตรียมรถเมล์ เรือโดยสาร หรือรถไฟ ไว้รองรับประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดย ขสมก.จะเป็นหน่วยงานหลักในการขนส่งผู้โดยสาร เตรียมรถเมล์สำรองไว้ทุกจุด โดยเฉพาะจุดที่ใช้บริการมาก เช่น สถานีสีลม สถานีสุขุมวิท  ขณะเดียวกันยังให้กรมการขนส่งทางบกส่งผู้ตรวจประมาณ 100 คน และผู้ตรวจของ ขสมก.ออกไปให้บริการประชาชนตามจุดต่างๆบนท้องถนนด้วย รวมถึงบริการรถไฟฟ้าใต้ดิน และการจองตั๋วให้เพียงพอ “เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นจากระบบขนส่งมวลชนที่ไม่สามารถให้บริการได้ จะต้องประกาศข่าวแจ้งประชาชนให้ทราบทันที เพราะเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 ธ.ค.56 เกิดความวุ่นวายมาก เพราะคนไม่รู้ว่าเกิดปัญหาขัดข้องของรถไฟฟ้าบีทีเอส หากรับรู้ก่อนจะสามารถหลักเลี่ยงไปใช้บริการอื่นได้ทัน และหลังจากนี้กระทรวงคมนาคมจะประสาน กทม.ให้ตั้งทีมทำงานร่วมกันบริหารความเสี่ยง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอีก”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ชัชชาติ” ระดมรถเมล์ -รถไฟฟ้าใต้ดินระบายคนตกค้าง