ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการหลายรายอยู่ระหว่างการรวบรวมกลุ่มแสดงจุดยืนคัดค้านกรณี ที่พรรคการเมืองจะนำนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดดมาหาเสียง เลือกตั้ง เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีประเทศ ไทยที่มีอยู่ 2.8 ล้านรายและกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงตามด้วย เบื้องต้นหากพรรคการเมืองใดหาเสียงในลักษณะนี้ควรจัดสรรงบประมาณเอง แต่หากใช้เงินของภาคเอกชนดำเนินการ 100% เหมือนกับกรณีการปรับค่าจ้างวันละ 300 บาททั่วประเทศผู้ประกอบการและนายจ้างจำเป็นต้องมีการประท้วงแน่นอน “ตอนนี้ภาคเอกชนเป็นห่วงว่าจะมีนักการเมืองบางกลุ่มอาจนำนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำก้าวกระโดดเป็น 400-500 บาทต่อวันมาหาเสียงเพื่อหวังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากเป็นแบบนี้จริงรับว่าภาคธุรกิจของไทยช็อคแน่นอน และหากเป็นแบบนี้จริงๆ กลุ่มผู้ประกอบการต้องทำอะไรสักอย่าง เช่น เดินขบวนประท้วงนักการเมือง หรือ การรวมกลุ่มในการคัดค้านในรูปแบบต่างๆ” สำหรับการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้นภาคเอกชนต้องการให้เป็นไปตามกลไกคณะกรรมการไตรภาคี เพราะจะมีการพิจารณาในการขึ้นค่าจ้างแบบสมเหตุสมผลและเป็นที่ยอมรับของทุกๆฝ่าย นายธนวรรธน์ พลวิชัยผู้ อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญในการออกนโยบายที่ เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศระยะยาว และไม่ควรเน้นประชาชนนิยมมากเกินไปเพราะไม่ช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของ เศรษฐกิจประเทศและที่สำคัญจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก นอกจากนี้พรรคการเมืองควรรอบคอบในการออกนโยบายสำคัญๆ 3 นโยบาย ประกอบด้วย 1 การช่วยเหลือเรื่องข้าวโดยการอุดหนุนราคาที่สูงกว่าตลาดโลกมากๆ , การขึ้นค่าแรงแบบก้าวกระโดด และ การบิดเบือนราคาพลังงาน เพราะ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อฐานะการคลังและเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ในส่วนของช่วยเหลือชาวนารัฐควรหามาตรการอื่นในการช่วยเหลือโดยตรง เช่นการช่วยค่าปุ๋ย การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และการลดต้นทุนอื่นๆ ขณะที่ราคาพลังงานควรทยอยปรับขึ้นราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะหากบิดเบือนนานๆสุดท้ายรัฐบาลก็ประสบปัญหาด้านการคลังแล้วมาปรับขึ้น ทันทีก็จะทำให้เศรษฐกิจภาพรวมและการบริโภคของประชาชนจะหยุดชะงักทัน ส่วนนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้นเชื่อว่าค่าจ้างทั่วประเทศที่อยู่ ในระดับ 300 บาทต่อวันน่าจะคงที 1-2 ปี ส่วนในพื้นที่กทม.และจังหวัดที่มีค่าครองชีพสูงอาจทะยอยปรับขึ้นค่าจ้างได้ ตามกลไกของคณะกรรมการไตรภาคีได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักธุรกิจขู่ต้านพรรคหาเสียงขึ้นค่าแรง
เดือน: ธันวาคม 2013
-

นักธุรกิจขู่ต้านพรรคหาเสียงขึ้นค่าแรง
-

“สุภิญญา”เผย 16 ธ.ค. รู้วัน-สถานที่ประมูลทีวีดิจิทัล
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 46 ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค.นี้ ทางกสท.เตรียมกำหนดวันเวลา สถานที่และการเตรียมความพร้อมสำหรับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติหลังจากมีมติเห็นชอบรายงานผลการตรวจคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตฯและสำนักงาน กสทช.ได้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อสรุปสารสนเทศการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานได้จัดทดสอบระบบและรูปแบบการจัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ณ อาคารโทรคมนาคม บริษัท กสท โทรคมนาคม สาขาบางรัก ไปแล้ว “วันจันทร์นี้จะมีความชัดเจนทั้งในเรื่องวันเวลา สถานที่และการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆซึ่งการประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนรูปแบบการถือครองคลื่นความถี่จากระบบสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาตรวมทั้งเป็นจุดเปลี่ยนหน้าจอฟรีทีวีและเนื้อหารายการที่หลากหลายมากขึ้นที่เราจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้ถ้าไม่มีอะไรสะดุด กสทช.คงจัดประมูลได้ทันก่อนสิ้นปีนี้ และในปีหน้าจะได้เริ่มศักราชใหม่ของฟรีทีวีประเทศไทยรับกระแสการเลือกตั้งและการปฏิรูปการเมืองไทยที่สื่อต้องมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระมืออาชีพ รับผิดชอบ และมีจรรยาบรรณ” น.ส.สุภิญญา กล่าว น.ส.สุภิญญา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีวาระน่าติดตามได้แก่การจัดทำบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลร่วมกับหน่วยงานรัฐ และกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความสามารถในการติดตั้งเครื่องรับวิทยุในระบบดิจิทัลซึ่งในการประชุม กสทช.ครั้งที่10/2556วันที่16ต.ค.56ที่ประชุมเสียงข้างมากได้เห็นชอบหลักการให้ดำเนินโครงการทดลองระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลตามแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 1ส่วนตนและกสทช.รวม3ท่านได้แก่ นายประวิทย์ และนายธวัชชัยได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมและเห็นต่างในบางประเด็นว่าการขออนุมัติตั้งโครงการทดลองทดสอบระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลเป็นโครงการที่มีงบประมาณสูงถึง167,120,000บาทแต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในการดำเนินการดังนั้นสำนักงานฯควรจัดทำโครงการย่อยเสนอเข้าสู่การกระชุมกสท.เพื่อพิจารณาต่อไป นอกจากนี้การวางแผนเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลเป็นสิ่งที่พึงกระทำแต่ต้องมีการใช้กระบวนการทางกฎหมายและการติดตามตรวจสอบที่จริงจังสำหรับสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ออกอากาศอยู่ในปัจจุบันด้วยเพราะจากการรับฟังความคิดเห็นผู้บริโภคและผู้ประกอบการได้สะท้อนปัญหาในปัจจุบันที่ต้องเร่งดำเนินการอาทิ การกำกับดูแลโฆษณาที่ผิดกฎหมายกระบวนการทดลองประกอบกิจการและการกำกับดูแลการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการวิทยุกระจายเสียงเป็นต้นซึ่งภายหลังการประมูลทีวีดิจิทัลเสร็จสิ้นภารกิจหนึ่งของกสท.ที่สำคัญในปีหน้านี้คือการเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาณวิทยุเป็นระบบดิจิทัล.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “สุภิญญา”เผย 16 ธ.ค. รู้วัน-สถานที่ประมูลทีวีดิจิทัล -

สคบ.ถกค่ายมือถือแก้ปัญหาโทรไม่ติด
นายไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่าในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ สคบ.ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) บริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย เจ้าของอาคารชุด 29 แห่ง และการเคหะแห่งชาติ เข้าหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพของสัญญาณโทรศัพท์มือถือในบริเวณอาคารชุด หลังจากผู้บริโภคได้ร้องเรียนผ่านคณะกรรมมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ว่า มีปัญหาการใช้โทรศัพท์มือถือในอาคารชุดตั้งแต่ 6 ชั้นขึ้นไปไม่สามารถใช้ได้ หรือถ้าใช้ได้ก็มีสัญญาณไม่ชัดและขัดข้อง ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก “พบการร้องเรียนมาหลายรายว่าเวลาใช้โทรศัพท์มือถือบนอาคารสูง หรือตั้งแต่ 6 ชั้นขึ้นไปแล้วไม่มีสัญญาณ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯจึงขอให้มานัดผู้ที่เกี่ยวข้องประชุม เพื่อหาทางออก โดยคาดว่าการประชุมครั้งนี้คงมีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน เช่น อาจต้องมาพิจารณากันว่า บริษัทเจ้าของสัญญาณอาจต้องมาติดตั้งเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มสัญญาณให้แรงขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือได้โดยไม่มีปัญหา แต่ก็น่าจะทำให้เกิดต้นทุนในการติดตั้งเพิ่มขึ้น ซึ่งเรื่องนี้คงต้องมาตกลงกันว่า จะหาทางออกอย่างไร ฝ่ายเจ้าของสัญญาณ กับเจ้าของอาคารจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่าใด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวก” สำหรับปัญหาสัญญาณโทรศัพท์มือถือนั้น ก่อนหน้านี้สคบ.ได้ร่วมกับกสทช.ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาแล้ว โดยเฉพาะกรณีปัญหาสัญญาณล่ม ไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ พร้อมทั้งได้ตรวจสอบความเร็วของอินเตอร์เน็ตว่าเร็วจริงตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ เพราะปัญหาดังกล่าว มักได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรณีการใช้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่สูงไม่ได้นั้น หากได้แนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนสคบ.จะแจ้งให้ผู้บริโภคทราบอีกครั้ง นอกจากนี้ นายไพโรจน์ ยังกล่าวถึงกรณีการทดสอบรถยนต์เชฟโรเลตรุ่น ครูซและแคปติวา จำนวน 12 คัน ว่า ในวันที่ 24ธ.ค.นี้ สคบ.จะแถลงข่าวสรุปผลการตรวจสอบรถยนต์รุ่นดังกล่าว หลังจากที่ได้ทำการขับทดสอบไปเมื่อเร็วๆนี้ ตามข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคหลายราย ซึ่งร้องเรียนผ่านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อขอให้ตรวจสอบความบกพร่องของรถเกี่ยวกับระบบการทำงานของรถ โดยเฉพาะระบบเกียร์และเครื่องยนต์ที่ผิดปรกติ โดยหากผลการทดสอบพิสูจน์ได้ว่ารถที่นำมาทดสอบผิดปกติจริง ทางบริษัทจะต้องหาทางเยียวยาผู้บริโภค
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.ถกค่ายมือถือแก้ปัญหาโทรไม่ติด