นายนิวัฒน์ธำรงบุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน ว่าที่ประชุมมีมติชะลอการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 7 ออกไปประมาณ 2-3 เดือนและใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 4 แทน เนื่องจากขณะนี้ราคาผลปาล์มเพิ่มขึ้นจาก 3.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 5-5.50 บาทต่อกิโลกรัม เพราะอยู่ในช่วงปลายฤดูกลมีผลผลิตออกน้อย จึงต้องเร่งรักษาสมดุล และรักษาระดับราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด (ขวด 1ลิตร) ให้อยู่ในระดับราคาควบคุมที่ 42 บาท ทั้งนี้คาดการณ์ว่าผลผลิตใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงเดือนมี.ค. 57ดังนั้นการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 4 อาจใช้ประมาณ 2-3 เดือนหรือหากผลผลิตปาล์มออกมาใหม่เป็นจำนวนมากก็จะพิจารณากลับมาใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 7ได้เร็วขึ้น การใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี4จะช่วยลดการใช้น้ำมันปาล์มได้ 30,000 ตันต่อเดือนขณะที่สต๊อกน้ำมันปาล์มที่มีอยู่ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 210,000ตันซึ่งมติดังกล่าวจะส่งหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงพลังงานให้รับทราบและเริ่มดำเนินการ “ถ้าผลผลิตปาล์มออกมาใหม่เร็ว ก็จะกลับไปใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี7 เหมือนเดิม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนมี.ค. ซึ่งกรมการค้าภายในและคณะกรรมการฯจะร่วมกันทำงานเพื่อสร้างสมดุลโดยน้ำมันปาล์มจัดว่าเป็นกลุ่มที่เป็นได้ทั้งพลังงานทดแทน และสินค้าเพื่อการบริโภคที่สามารถปรับเปลี่ยนได้งาย” สำหรับคาดการณ์ผลผลิตปาล์มปาล์มดิบในปีนี้อยู่ที่ระดับ13 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1 ล้านตัน จากปี 56 ที่มีผลผลิตอยู่ที่ 12 ล้านตัน ขณะเดียวกันที่ประชุมพิจารณาว่ายังไม่จำเป็นที่จะต้องนำสต๊อกน้ำมันปาล์มที่องค์การคลังสินค้ารับซื้อจากเกษตรกรรอบ2 ปริมาณ 1,650 ตัน มาผลิตเป็นน้ำมันบรรจุขวด เพื่อไปจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกเพราะสถานการณ์ยังไม่รุนแรงที่จะมีผลกระทบต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบหมายให้ดำเนินการทำข้อมูลเรื่อง การผลิต การใช้ การบริโภคปริมาณการนำไปใช้เพื่อทำน้ำมันไบโอดีเซล ปริมาณสต๊อกเพื่อเป็นข้อมูลในการประมาณการณ์ในอนาคตสหรับเกษตรกร โรงกลั่น และผู้บริโภค นายสมชาติ สร้ยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบยังอยู่ในระดับกิโลกรัมละ 32-33 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงต่อเนื่องมากจากปลายปี56 เป็นผลมาจากขณะนั้นสต๊อกดน้ำมันปาล์มปรับลดลงเดือนละ 100,000ตัน ต่อเนื่อง 2-3 เดือนจนกรมการค้าภายในต้องส่งจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์มทั้งในส่วนของโรงกลั่นและผู้ผลิตไบโอดีเซลแต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติว่ามีการกักตุนเพื่อปั่นราคาจึงสันนิษฐานว่าสาเหตที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับสูงขึ้นเป็นเพราะเป็นช่วงปลายฤดูกาลหากสามารถลดการใช้วัตถุดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลได้ก็จะทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชะลอใช้ดีเซลบี 7 ออกไป 3 เดือน
เดือน: มกราคม 2014
-

ชะลอใช้ดีเซลบี 7 ออกไป 3 เดือน
-

ศูนย์เตือนภัยฯ เตือนเหนือ-อีสานเสี่ยงเจอหมอกหนากระทบการเดินทาง
วันนี้(8 ม.ค.) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่า เดือน ม.ค.จนถึงต้นเดือน ก.พ. 57 นี้อุณหภูมิของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 องศาเซลเซียลจากปกติในพื้นที่แนวราบอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียลก็จะขึ้นมาที่ 16-17องศาเซลเซียลและจะกลับมาหนาวอีกประมาณ 2 วันครั้ง ส่งผลให้อุณหภูมิในภาคดังกล่าวหนาวสลับร้อนจึงเกิดหมอกหนาขึ้นส่งผลกระทบให้สนามบินบางจังหวัดโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือเครื่องบินไม่สามารถบินขึ้น-ลงได้ อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ยังถือเป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวอยู่จึงอยากเตือนนักท่องเที่ยวที่ยังคงเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ระมัดระวังการจราจรโดยเฉพาะการเดินทางในช่วงเช้าเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและไม่นิ่งจะทำให้เกิดหมอกควันหนาบนท้องถนนทำให้การมองเห็นเป็นไปด้วยความลำบาก "เดือน ม.ค.ทั้งเดือนจนถึงต้นเดือน ก.พ.ภาคที่จะต้องเจอกับหมอกควันและมีผลกระทบกับการบินคือภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพฯในบางพื้นที่อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซีลและจะลดลงสลับกันไป ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางการจราจรหากต้องเดินทางในช่วงเช้าก็ควรระมัดระวังหมอกควันเป็นพิเศษด้วย"น.อ.สมศักดิ์กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ เตือนเหนือ-อีสานเสี่ยงเจอหมอกหนากระทบการเดินทาง -

ททท.เผยยอดนักท่องเที่ยวลด 5%
นายศุกรีย์ สิทธิวณิชรองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุการณ์การชัตดาวน์กรุงเทพว่าจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ลดลง 5% สูญเสียรายได้ 12,000ล้านบาทโดยกลุ่มประเทศที่ลดมากที่สุดจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางระยะใกล้(ชอร์ตฮาวร์)อาทิ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน อินโดนีเซีย เนื่องจากเดินทางใช้เวลาไม่นานและตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวที่ใช้เดินทางได้ง่าย ดังนั้นททท.จึงคาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 29.6 ล้านคน เติบโต117.7% จากปี 56 และทำรายได้จากการท่องเที่ยว 1.43 ล้านล้านบาท เติบโต11.7% นายเอนก ศรีชีวะชาตินายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น กล่าวว่าจากสถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบัน ทำให้อัตราการจองทัวร์สำหรับตลาดจีนญี่ปุ่นชะลอตัวอย่างมาก อาจทำให้ไตรมาส 1 จำนวนนักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 10 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาเพราะนักท่องเที่ยวไม่มีความมั่นใจกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวที่วางแผนมาเที่ยวไทย พิจารณาไปเที่ยวประเทศอื่นแทนขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจากเดิมที่มีแผนขายแพ็จเกจทัวร์โดยสารมากับเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ(ชาร์เตอร์ไฟท์)ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.ประมาณ3,000 คนก็ยังไม่สามารถทำแผนการตลาดได้เพราะเกรงว่าหากขายแพ็คเกจไปแล้ว นักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ได้สุดท้ายบริษัททัวร์จะเสียหายเอง นายขจร วีระใจรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าเตรียมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ในชื่อ อาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ซึ่งจะเป็นศูนย์อำนวยการใหญ่พร้อมมีศูนย์ย่อยอยู่ที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิและศูนย์ส่วนหน้าอยู่ตามสถานนีรถไฟฟ้าต่างๆ อาทิเช่น บีทีเอสเอกมัย บีทีเอสพญาไทเอ็มอาร์ทีหัวลำโพง นอกจากนี้ ยังมีศูนย์พิเศษเพื่อช่วยอำนวยการเคลื่อนย้ายนักท่องเที่ยวหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนปาร์ค สุขุมวิท 22,โรงแรมทวินทาวเวอร์และโรงแรมในย่านสาธรด้วยโดยในศูนย์จะมีมัคคุเทศก์จะสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยจำนวน 50คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ความช่วยเหลือด้านการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวด้วยส่วนการเดินทางทางเรือสมาคมโรงแรมไทยจะจัดเตรียมเรือที่บรรจุผู้โดยสารได้ประมาณ200-300คนมาคอยรับนักท่องเที่ยวในบริเวณท่าเรือสาธรใกล้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีนักท่องเที่ยวพักอยู่บริเวณโรงแรมติดแม่น้ำเป็นจำนวนมากด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.เผยยอดนักท่องเที่ยวลด 5%