เดือน: มกราคม 2014

  • ส.อ.ท.ห่วงปิดกรุงเทพฯกระทบส่งสินค้า

    ส.อ.ท.ห่วงปิดกรุงเทพฯกระทบส่งสินค้า

    นายธนิต โสรัตน์รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)และผู้ประกอบการกลุ่มโลจิสติกส์รายใหญ่ เปิดเผยถึงผลกระทบจากการปิดกรุงเทพในวันที่ 13 ม.ค.นี้ว่าได้ตรวจสอบพื้นที่ที่ กปปส. จะปิดการจราจร พบว่าพื้นที่คลองเตยน่าเป็นห่วงมากที่สุด เนื่องจากเป็นบริเวณใกล้ท่าเรือกรุงเทพหรือท่าเรือคลองเตย อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าเข้าออกทางเรือกว่าวันละ 4,100 ตู้ หรือปีละ 1.5 ล้านตู้หากปิดถนนบริเวณคลองเตย และลุมพินี จะกระทบต่อการติดขัดถึงบริเวณท่าเรือกรุงเทพแน่นอนซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะโรงงานในพื้นที่จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม “หากผู้ประกอบการไม่สามารถใช้ท่าเรือกรุงเทพได้จะต้องย้ายไปใช้ท่าเรือแหลมฉบังแทน ซึ่งจะทำให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณเที่ยวละ 5,000บาท ซึ่งหากต้องย้ายไปท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมดจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มกว่า 20 ล้านบาทต่อวันและยังไม่รวมความเสียหายจากการส่งสินค้าที่ล่าช้า และโอกาสทางธุรกิจต่างๆ” อย่างไรก็ตาม หากการปิดกรุงเทพยืดเยื้อเกิน 3 วัน จะส่งผลกระทบต่อคนกรุงเทพ และธุรกิจต่างๆ อย่างรุนแรงเพราะจะเกิดปัญหาการขนส่งสินค้าอุปโภค – บริโภคเข้าไปในพื้นที่กรุงเทพที่ถูกปิดกั้น  รวมทั้งระบบการเงิน การเติมเงินให้กับตู้เอทีเอ็มและการทำธุรกรรมการเงินต่างๆ  ซึ่งหากการปิดล้อมรุกลามไปสู่กรมศุลกากรการท่าเรือ มีการตัดน้ำตัดไฟฟ้า จะกระทบต่อการนำเข้า-ส่งออกเพราะเอกสารการนำเข้าส่งออกจะเป็นระบบออนไลน์ หากระบบล่มจะกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องดูแลระบบต่างๆให้สามารถทำงานได้ตามปกติ เพื่อไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง ทั้งนี้แนวทางการลดผลกระทบด้านคมนาคมจากการปิดกรุงเทพรัฐบาลควรจะประกาศปิดโรงเรียน และมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพทั้งหมดเพื่อลดความคับคั่งบนท้องถนน และความเสียหายทางธุรกิจต่างๆ ซึ่งหากไม่เร่งดำเนินการก็จะทำให้จราจรในกรุงเทพติดขัดอย่างหนัก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส.อ.ท.ห่วงปิดกรุงเทพฯกระทบส่งสินค้า

  • หุ้นไทยวันที่  8 มกราคม 2556 ปิดลบ 4.63 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 8 มกราคม 2556 ปิดลบ 4.63 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 ม.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวนทั้งในแดนบวกและลบตามแรงซื้อสลับขายทำกำไร เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนการลงทุนอีกทั้งนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศเพราะใกล้ถึงวันที่กลุ่มกปปส.ประกาศชัตดาวน์กรุงเทพ วันที่ 13 ม.ค.นี้ทำให้หุ้นไทยเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นโดยระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,273.62 จุดลดลงต่ำสุดที่ 1,253.60 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,257.73 จุด ลดลง 4.63 จุด หรือ 0.37% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36,287.42 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก 1. เอไอเอสปิดที่ 206.00 บาท ลดลง 4.00 บาท 2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 162.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 3. ปตท.ปิดที่ 285.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00บาท 4.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 177.50 บาท ลดลง 0.50 บาท 5. ทอท.ปิดที่ 145.00 บาท ลดลง 6.50 บาท           

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 8 มกราคม 2556 ปิดลบ 4.63 จุด

  • กกต.ไฟเขียวพาณิชย์ขายข้าวได้

    กกต.ไฟเขียวพาณิชย์ขายข้าวได้

    นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาลรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้ทำหนังสือสอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เกี่ยวกับกาดำเนินการรระบายข้าวหลังการยุบสภานั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค.57 กกต.ได้พิจารณาเห็นชอบให้รัฐบาลสามารถระบายข้าวได้แล้วซึ่งจะสามารถขายข้าวได้ทั้งในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล(จีทูจี) รวมถึงขายข้าวให้ภาคเอกชนผ่านการเปิดประมูล ทั้งนี้ ในส่วนของภาคเอกชนน่าจะมีผู้สนใจขอซื้อข้าวเพิ่มอีกประมาณ 5 แสนตันรวมทั้งยังมีการขายข้าวให้กับบริษัทคอฟโก้รัฐวิสาหกิจจากประเทศจีน อีก 1ล้านตันซึ่งสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ 12 เดือนจากนี้จนถึงปลายปี 57 “แผนการจ่ายเงินคืนให้กับชาวนานั้น  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)ได้จ่ายเงินให้ชาวนาไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาทซึ่งขณะนี้รัฐบาลมีเงินอยู่อีก 7.7หมื่นล้านบาทเป็นเงินที่ได้จากการขายข้าวโดยจะสามารถเร่งจ่ายเงินคืนให้ได้ภายใน 15 วันไม่เกินวันที่ 25 ม.ค.57 และธ.ก.ส.มีศักยภาพในการจ่ายเงินให้ชาวนาได้วันละ 3,000 -4,000 ล้านบาท” สำหรับการรับจำนำข้าวในปี 57คาดว่าจะมีข้าวเข้าโครงการจำนวนไม่เกิน 10 ล้านตัน มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กกต.ไฟเขียวพาณิชย์ขายข้าวได้