วันนี้(7 ม.ค.) ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนดำเนินธุรกิจกลุ่มเจมาร์ทปี 57 จะเน้นกลยุทธ์เชิงรุก โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้ ตลาดรวมโทรศัพท์มือถือจะมีจำนวน25 ล้านเครื่อง แม้ว่าปัจจัยภายนอกจะเป็นลบแต่จากการขยายโครงข่าย 3จี ครอบคลุมทั่วประเทศ และโครงข่าย 4จี ของโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดยังคงเติบโต อย่างไรก็ตามเจมาร์ทได้เตรียมการขยายช่องทางต่างๆ ได้แก่ การขยายสาขาเจมาร์ท ช็อปทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 300 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 255 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้งเตรียมรีโนเวท ช็อปเดิมกว่า 36 แห่ง ให้มีความทันสมัย ด้วยงบลงทุนราว 252 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่ารายได้รวมกลุ่มเจมาร์ทจะอยู่ที่ 12,500 ล้านบาท หรือเติบโต 40% จากปีที่ผ่านมาปิดรายได้ที่ 9,000 ล้านบาท ทั้งนี้กลุ่มเจมาร์ทมีบริษัทในกลุ่มอีก 2 บริษัทหลัก คือ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์คเซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เป็นธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้ และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพระดับแนวหน้าของไทย ปัจจุบันที่มีอยู่ 3 หมื่นล้านบาท ในปีนี้เตรียมที่จะซื้อหนี้สิ้นเพิ่มในปีนี้อีก 1.3 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่ากำไรจะเติบโต 80% จากปีก่อน และ บจก.เจเอเอสแอสเซ็ท ผู้ให้บริการพื้นที่ค้าปลีก ไอทีจังชั่น ศูนย์รวมร้านค้าจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาจำนวน 42 สาขามีพื้นที่บริหารกว่า 13,000 ตร.ม. และมีร้านค้าเช่ากว่า 1,400 ร้านค้า โดยในปี 2557 นี้ จะเพิ่มจำนวนเป็น 62 สาขา คาดว่าจะมีรายได้กว่า 470 ล้านบาทและภายใน 3 ปี จะมีสาขารวมกว่า 100 สาขาและมีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เจมาร์ท กรุ๊ป”ลุยตลาดมือถือคาดรายได้รวมสิ้นปี 12,500 ล.
เดือน: มกราคม 2014
-

“เจมาร์ท กรุ๊ป”ลุยตลาดมือถือคาดรายได้รวมสิ้นปี 12,500 ล.
-

กลัวการเมืองวุ่นยอดสร้างคอนโดหด
นายเศรษฐาทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท แสนสิริ จำกัด ( มหาชน ) เปิดเผยว่าบริษัทได้วางแผนปิดตัวโครงการใหม่ในปี 57 นี้ 19 โครงการรวมมูลค่า 33,263 ล้านบาทจากปี 56 ที่ผ่านมาบริษัทเปิดโครงการได้ถึง 48 โครงการจากเป้าหมายที่วางไว้ 45 โครงการ เนื่องจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชุมนุมฯเช่น กลุ่มที่มีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวโรงแรมเป็นหลัก แต่ถือว่า ยัง กระทบไม่มากเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องการที่อยู่อาศัย แท้จริง ขณะที่ลูกค้าเก็งกำไรมีน้อยมาก 2 % จากยอดขายรอโอน 63,000 ล้านบาทแต่ทั้งนี้ ยังมีบางโครงการที่ก่อสร้างไม่เสร็จทำให้มีเวลาตัดสินใจหากสถานการณ์คลี่คลายก็อาจพัฒนาโครงการเพิ่มได้ นอกจากนี้จะขึ้นราคาบ้าน 3 -5% ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ด้า นต ลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ คงจะ ทรงตัวหรือโตไม่เกิน 3-5% สอดคล้องกับการเติบโตของ เศรษฐกิจและยืนยันว่ายังไม่เห็น สัญญาณของ สินค้าล้นตลาด ( โอเวอร์ซัพพลาย ) เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายลดการเปิดโครงการใหม่ลงตามแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยที่อาจลดน้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจซึ่งทำให้ ความต้องการซื้อและต้องการขาย น่าจะสอดคล้องกันไปได้ ส่วน ปัจจัย บวก ที่ช่วยเสริมตลาดปีนี้ คือแนวโน้ม ดอกเบี้ยคงที่หรือลดลงอีกเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวรวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้รายได้ผู้ส่งออกเพิ่มขึ้นกำลังซื้อของกลุ่มนี้ ก็ เพิ่มขึ้นไปด้วยสอดคล้องกับตลาดสหรัฐฯที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวซึ่งทำให้ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนส่วนปัจจัยที่กดดันตลาด คือ ความกังวลเรื่องปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเท่านั้นหากรุนแรงและยืดเยื้อจะส่งผลกระทบในทางลบ มากขึ้น “ทั้งนี้ในส่วนของยอดปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทเพิ่มขึ้นที่ 9% ในช่วงไตรมาส 4 ปี 56 จากครึ่งปีแรกที่ 6% เนื่องจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองรวมถึงตัวเลขของหนี้ภาคครัวเรือนที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างไรก็ตามถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายหรือการรับรู้รายได้แต่หากแนวโน้มทางการเมืองยังรุนแรงต่อเนื่องอาจส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อปีนี้เพิ่มสูงขึ้นได้” แต่อย่างไรก็ดีปีนี้คาดว่าจะทำกำไรสุทธิได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปีก่อนหากทำรายได้ตามเป้า หมาย ที่วางไว้ 34,000 ล้านบาท และเป้าหมายยอดขาย 30,000 ล้านบาทโดยพยายามรักษายอดขายและรุกตลาดต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นในตลาดเดิม รวมทั้งจะ ควบคุมระยะเวลาการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมหลัง จากที่ ผ่านการประเมินสิ่งแวดล้อม ( อีไอเอ ) แล้วเท่านั้น ทำให้ลดต้นทุนการปรับแก้แบบไปได้จากเดิมที่ มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดขายคอนโด ฯ ที่ยังไม่ผ่าน อีไอเอ ทำให้ต้องปรับแก้แบบ รวมทั้ง รับมือกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วยการผลิต คอนกรีตสำเร็จรูป ( พรีคาสท์ ) ในโรงงานทั้ง 2 ระยะ ( เฟส ) เต็ม ที่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กลัวการเมืองวุ่นยอดสร้างคอนโดหด -

จัดส่งดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จแล้ว
วันนี้(7ม.ค.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม เปิดเผยว่าบริษัทสามารถส่งดาวเทียมไทยคม6ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จแล้ว เมื่อวันที่ 6ม.ค.57 ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ด้วยจรวดขนส่งฟอลคอน 9 ของ บริษัท สเปซ เอ็กซพลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (SpaceExploration Technologies Corporation- SPACE X) ณ แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ดาวเทียมไทยคม 6 นี้จะช่วยเสริมศักยภาพในการรองรับความต้องการใช้งานช่องสัญญาณเพื่อแพร่ภาพโทรทัศน์ที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคและช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งตอกย้ำความเป็นดาวเทียม Hotbird เพื่อบรอดคาสต์ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออกของไทยต่อไป โดยปัจจุบันไทยคมได้ยืนยันล่วงหน้าในการให้บริการแก่ลูกค้าไทยเป็นหลักโดยมีสัดส่วนมากกว่า 60% ของช่องสัญญาณทั้งหมดบนดาวเทียมไทยคม 6 สำหรับดาวเทียมไทยคม 6 เป็นดาวเทียมขนาดกลาง รุ่นสตาร์ 2.3 จัดสร้างโดย บริษัท ออบิทอล ไซเอนซ์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศสหรัฐอเมริกา มีจำนวนช่องสัญญาณทั้งสิ้น 33 ทรานสพอนเดอร์โดยแบ่งเป็นช่องสัญญาณ ซี-แบนด์จำนวน 24 ทรานสพอนเดอร์และช่องสัญญาณ เคยู-แบนด์ จำนวน 9 ทรานสพอนเดอร์ ซึ่งดาวเทียมไทยคม 6 จะช่วยรองรับการเปิดปรากฏการณ์ใหม่ของโลกดิจิตอลในการรับชมสัญญาณภาพและเสียงทั้งในระบบเอสดีและเอสดีที่คมชัดมากยิ่งขึ้นและยังเป็นดาวเทียมที่ทำให้ไทยคมสามารถให้บริการครอบคลุมเอเชียแปซิฟิครวมถึงแอฟริกาซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่บริษัทมุ่งขยายการให้บริการต่อเนื่องอย่างครบวงจรนับจากปีนี้เป็นต้นไป.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดส่งดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จแล้ว