เดือน: มกราคม 2014

  • หุ้นไทยวันที่ 7 มกราคม 2557 ปิดพุ่ง 31.52 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 7 มกราคม 2557 ปิดพุ่ง 31.52 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ม.ค.ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็แกว่งตัวในแดนบวกได้ร้อนแรงตลอดทั้งวันตามแรงเข้าซื้อกลับ หลังราคาหุ้นปรับลดลงมามากส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,262.44 จุดลดลงต่ำสุดที่ 1,235.51 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,262.36 จุด เพิ่มขึ้น 31.52 จุด หรือ 2.56% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 34,432.27 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก1. เอไอเอสปิดที่ 210.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท2. ปตท.ปิดที่ 281.00 บาท เพิ่มขึ้น 17.00บาท3. ธ.กสิกรไทยปิดที่ 162.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท4.ปตท.สผ. ปิดที่ 153.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท5. อินทัชปิดที่ 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75บาท  นายปริญทร์กิจจาทรพิทักษ์ ผอ.อาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่าดัชนีหุ้นไทยถือว่าพลิกกลับมาเป็นบวกได้แรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังที่ผ่านมาราคาหุ้นหลายตัวปรับลดลงมามากแบบเร็วและแรงเกินไปเพราะได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศแต่เมื่อยังไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นประกอบกับราคาหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีก ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อ  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 7 มกราคม 2557 ปิดพุ่ง 31.52 จุด

  • “โต้ง”ชงครม. ไฟเขียวกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท จ่ายรับจำนำข้าว

    “โต้ง”ชงครม. ไฟเขียวกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท จ่ายรับจำนำข้าว

    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า การจ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 56/57 ที่ยังมีบางส่วนยังไม่ได้รับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เบื้องต้นจะให้ธ.ก.ส.ใช้เงินทุนหมุนเวียนภายใต้กรอบวงเงิน90,000 ล้านบาท ที่ยังเหลืออยู่ทยอยจ่ายไปก่อน รวมทั้งใช้เงินทุนหมุนเวียนที่ได้จากการระบายข้าว ส่วนการกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในโครงการอีก 130,000 ล้านบาทนั้น กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเห็นชอบก่อน จากนั้นจึงเสนอให้ที่ประชุมครม.รับทราบต่อไป “ล่าสุดธ.ก.ส.กำลังจ่ายเงินจำนำให้เกษตรกรอยู่ ซึ่งอาจจะช้าบ้าง ไม่ทันบ้าง ก็ต้องขออภัย แต่ก็แจ้งเหตุผลไปว่า ก่อนหน้านี้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังถูกปิดล้อมไป 3สัปดาห์ จึงทำให้การจ่ายเงินมีปัญหา ขณะที่วงเงินที่จัดหาใหม่นี้ จะไม่เกินกรอบเดิมที่ครม.อนุมัติไว้ 270,000 ล้านบาท เพราะจากการคำนวณได้รับการยืนยันว่าจะใช้เงินไม่เกิน130,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันจากการหารือกับสำนักงานกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็ยืนยันว่าสามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องต่อเนื่อง แต่เพื่อให้เกิดความสบายใจ คงต้องเสนอให้กกต.เห็นชอบก่อน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “โต้ง”ชงครม. ไฟเขียวกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท จ่ายรับจำนำข้าว

  • หวั่นการเมืองทำธุรกิจเอสเอ็มอีพัง

    หวั่นการเมืองทำธุรกิจเอสเอ็มอีพัง

    รายงานข่าวจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทยหรือทีเอ็มบีแจ้งว่า  ได้ร่วมกับ ศูนย์บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเอสเอ็มอี(อาร์เอ็มซี) สำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ทั่วประเทศจำนวนกว่า 900 กิจการระหว่างเดือนต.ค.-ธ.ค.56พบว่า   ปัญหาการเมือง เป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการกังวลเพิ่มขึ้นสูงสุดโดยในเดือนต.ค.มีสัดส่วนประมาณ 6% แต่ในเดือนพ.ย.เพิ่มเป็น13% และเดือนธ.ค.เพิ่มเป็น 19%  ซึ่งสอดคล้องกับการชุมนุมทางการเมืองที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันสำหรับพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชุมนุมโดยตรงไม่ว่าจากการปิดถนน การเดินขบวน และความรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้งจึงเป็นผลให้เอสเอ็มอีในเขตกรุงเทพฯ ที่มีความกังวลต่อปัจจัยการเมืองอยู่ก่อนแล้วที่14% ในเดือนต.ค.เพิ่มเป็น  32% ในเดือนธ.ค.แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ชัดเจนต่อความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดและภูมิภาคอื่น ๆ  จากเดือนพ.ย.อยู่ที่  2% เป็น 16% ในเดือนธ.ค.เช่นกัน  นอกจากนี้ เมื่อสอบถามเอสเอ็มอีต่อสภาวะธุรกิจตนเองใน3 เดือนข้างหน้าพบว่า จำนวนเอสเอ็มอี ที่คาดว่าธุรกิจตนเองจะแย่ลงมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 7% ในเดือนต.ค. เป็น 14% ในเดือนธ.ค.  ซึ่งหากธุรกิจมีมุมมองต่อการดำเนินงานแย่ลงจะส่งผลต่อการใช้จ่ายการลงทุนและการจ้างงาน ซึ่งเป็นการซ้ำติมภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา และถ้าเหตุการณ์ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไปและขยายวงกว้างขึ้น จะกระทบต่อความกังวลและความเชื่อมั่นของธุรกิจเอสเอ็มอี  ซึ่งหากสามารถร่วมมือกันหาทางออกให้กับปัญหาความขัดแย้งได้เร็วจะทำให้เศรษฐกิจไทยจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นการเมืองทำธุรกิจเอสเอ็มอีพัง