ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 ม.ค. ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยส่วนใหญ่ยังคงอ่อนตัวในแดนลบ หลังจากดัชนีปรับลดลงมากในช่วงก่อนหน้านี้จากแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังไม่ชัดเจน ประกอบกับดัชนีตลาดหุ้นทั้งในภูมิภาครวมถึงยุโรป และสหรัฐฯปรับลดลงทั้งหมดส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจของจีนออกมาในแนวโน้มที่อ่อนตัวลง ซึ่งทั้งสองปัจจัยยังเป็นแรงกดดันต่อตลาดภูมิภาคอยู่ ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,234.52 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,208.60 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,224.62 จุด ลดลง 6.15 จุด หรือ 0.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 38,072.18 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. เอไอเอส ปิดที่ 196.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท2. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 151.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท3. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 132.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท4. อินทัช ปิดที่ 65.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท5. ทรู ปิดที่ 6.70 บาท ลดลง 0.10 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 3 มกราคม 2557 ปิดตลาดร่วง 6.15 จุด
เดือน: มกราคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 3 มกราคม 2557 ปิดตลาดร่วง 6.15 จุด
-

พาณิชย์จับตาบาทอ่อนกระทบสินค้า
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์การอ่อนค่าของเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลกระทบ ราคาสินค้าที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้านำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันอย่าง เหล็ก ทองแดง สังกะสี สายไฟ ปุ๋ย เป็นต้น เนื่องจากเกรงว่าพ่อค้าจะใช้ประเด็นเรื่องค่าเงินบาทอ่อนมาเป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาสินค้า “การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าจะมีผลต่อวัตถุดิบนำเข้า หรือสินค้านำเข้าให้มีราคาสูงขึ้น แต่โดยปกติแล้วผู้นำเข้าจะต้องมีสต๊อกสินค้าวัตถุดิบสำรองไว้ประเทศ 1-2 เดือน จึงเชื่อว่าผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าจะยังไม่มีผลต่อราคาสินค้าทันที แต่อาจจะส่งผลในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าเป็นต้นไป ซึ่งกรมฯ จะติดตามสถานการณ์ในทุกเดือนๆ” นอกจากปัญหาค่าเงินบาทแล้ว ประเด็นที่จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าอื่นๆ ที่น่าเป็นห่วง เช่น ราคาน้ำมันเชื้อเพลง ค่าไฟฟ้าที่จะมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ต่อหน่วยขึ้น โดยในส่วนนี้จะส่งผลต่อต้นทุนราคาสินค้าประมาณ 1% ซึ่งถือว่ากระทบในอัตราที่น้อย แต่ทางจิตวิทยาแล้วจะถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาสินค้าเช่นเดียวกัน ด้านราคาน้ำมันดีเซลถ้าปล่อยลอยตัวจะกระทบต่อคาขนส่งสินค้าเป็นหลัก ซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงต้องติดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด นายสันติชัย กล่าวว่า กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษา ทบทวนปรับเปลี่ยนสินค้าควบคุม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 43 รายการ โดยจะเลือกสินค้าที่ประชาชนใช้ส่วนใหญ่และมีผลต่อค่าครองชีพมาจัดอยู่ในหมวดสินค้าควบคุมและถอนสินค้าที่ไม่จำเป็นออกไป อีกทั้งจะติดตามปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟ ซึ่งไม่มีผลมากนักแต่อาจจะนำมาเป็นข้ออ้างในการปรับราคาสินค้าได้ รวมถึงค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง แต่ยืนยันว่าในไตรมาสแรกของปีสินค้าจะยังไม่ปรับขึ้นราคาแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์จับตาบาทอ่อนกระทบสินค้า -

เอสแอนด์พีคงเครดิตเรตติ้งไทย
น.ส.จุฬารัตน์สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า บริษัท สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ หรือเอสแอนด์พี ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวไว้ที่บีบีบีบวกและระยะสั้นสกุลเงินตราต่างประเทศที่ระดับ เอลบ 2 และอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวที่ระดับเอลบและระยะสั้นสกุลเงินบาทไว้ที่เอลบ 2 และคงแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพหรือสเตเบิล เอาท์ลุ๊ค นอกจากนี้ได้ยืนอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในอาเซียนรีจินัล สเคล ระยะยาวที่ axAA และระยะสั้นที่axA-1 และการประเมินการเคลื่อนย้ายและความคล่องตัวในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอยู่ในระดับเอ “การจัดอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับเสถียรภาพสะท้อนว่า ประเทศไทยจะรักษาความแข็งแกร่งของภาคต่างประเทศภาคการคลัง และภาคการเงินภายใต้เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในปัจจุบันไว้ได้ใน2ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี อาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยถ้าความสามารถในการปกครองประเทศ (เสถียรภาพทางด้านการเมืองและสถาบัน) ถดถอยลงไปมากกว่าที่เอสแอนด์พี สังเกตการณ์ไว้ในช่วง7 ปีที่ผ่านมา หรือหากตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจหรือการคลังอ่อนแอลง ยกเว้นผู้นำทางการเมืองของไทยทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขื้นเชื่อว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยดีขึ้นและส่งผลให้สถานะความน่าเชื่อถือของประเทศแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน” ทั้งนี้เห็นว่าหนี้รัฐบาลอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ขณะที่การดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมาถือว่ามีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสนับสนุนต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยแม้ว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองมีอย่างต่อเนื่องและเศรษฐกิจมีรายได้ต่ำ เป็นข้อจำกัดต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่ไทยมีจุดแข็งคือ สถานการณ์ลงทุนระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ส่วนสภาพคล่องที่เป็นเงินตราต่างประเทศยังเพียงพอ นอกจากนี้การเกินดุลการชำระเงินเป็นเวลานานทำให้มีทุนสำรองสำหรับรองรับดุลบัญชีเดินสะพัดได้7.5เดือน ถึงแม้ว่าไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเล็กน้อยในช่วง2 – 3 ปีข้างหน้า แต่สามารถชดเชยการขาดดุลได้โดยอาศัยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและเงินทุนที่ไหลเข้ามาในตลาดทุนทำให้หนี้ต่างประเทศที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่วนภาระหนี้ต่างประเทศสุทธิอยู่ในระดับปานกลางที่26% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งสัดส่วน 70% มาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและการลงทุนในหลักทรัพย์ ประกอบกับไทยอยู่ในฐานะเจ้าหนี้สุทธิในสัดส่วนมากกว่า20% ของรายรับบัญชีเดินสะพัด สำหรับการเกินดุลขั้นต้นของรัฐบาลช่วยรักษาระดับหนี้ของรัฐบาลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่การดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่เป็นผลจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดทางเศรษฐกิจทำให้หนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น นั้นเอสแอนด์พีคาดว่า หนี้รัฐบาลสุทธิจะยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล 26% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในช่วง3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลที่มีสัดส่วนประมาณ 7%ของรายได้รัฐบาลก่อให้เกิดภาระเพียงเล็กน้อยต่อฐานะการคลัง ด้านเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย คาดว่าเงินเฟ้อของประเทศเฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 3% ในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพทางด้านราคาและการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวช่วยรักษาความสามารถทางการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศ การเติบโตของสินเชื่ออยู่ในระดับปานกลาง โดยสินเชื่อภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 130% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี56จาก 102% ในปี 52 รวมทั้งประเมินผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวของไทยในปี56 ไว้ที่ 6,200 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการศึกษาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า “ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นจุดอ่อนหลักของความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้งตั้งแต่ปี 49 ทำให้การปฏิรูปโครงสร้างต้องล่าช้าออกไป รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในขณะที่การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศ” ทั้งนี้ได้ประเมินความสามารถและความตั้งใจในการชำระหนี้สกุลเงินบาทของประเทศไทยสูงกว่าสกุลเงินตราต่างประเทศ 1ระดับ ที่ระดับเอลบ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวของประเทศไทยสนับสนุนต่อความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศ และความลึกของตลาดทุนในประเทศช่วยอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านนโยบายการเงิน นอกจากนี้ ความมั่นคงของสถานะการคลังช่วยให้มีช่องทางในการตอบสนองเหตุการณ์รุนแรงที่ไม่คาดคิดได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอสแอนด์พีคงเครดิตเรตติ้งไทย