เดือน: มกราคม 2014

  • “ไป่ตู้”ไม่กลัวพิษการเมืองยันเปิด สิร์ช เอ็นจิ้น เวอร์ชั่นภาษาไทยตามแผน

    “ไป่ตู้”ไม่กลัวพิษการเมืองยันเปิด สิร์ช เอ็นจิ้น เวอร์ชั่นภาษาไทยตามแผน

    มร.พอลเฉิน ผู้จัดการทั่วไป ของ“ไป่ตู้” ประเทศไทย เปิดเผยว่า การเปิดตัว ไป่ตู้ เสิร์ชเอ็นจิ้น เวอร์ชั่นภาษาไทยยังคงเดินหน้าตามแผนการที่วางไว้โดยไม่มีการเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดถึงแม้ว่ากรุงเทพจะมีความขัดแย้งในเรื่องการชุมนุมทางการเมืองและมีการชัตดาวน์จากกลุ่มผู้ประท้วงก็ตามโดยบริษัทยังให้ความสำคัญและมีความเชื่อมั่นในทางบวกกับตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างมากโดยในปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์8ตัวสำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนและแน่นอนว่าปีนี้ผู้ใช้ชาวไทยจะได้พบกับไป่ตู้ เสิร์ช เอ็นจิ้นเวอร์ชั่นภาษาไทยที่มาพร้อมกับหลากหลายการใช้งานที่ผู้ใช้จะต้องถูกใจโดยขอยืนยันอีกครั้งว่าแผนงานทางธุรกิจในประเทศไทยของปี2014จะดำเนินตามกำหนดการเดิมที่วางไว้ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนผลิตภัณฑ์ไป่ตู้ที่ได้รับการพัฒนาให้มีภาษาไทยประกอบด้วย 1.BaiduPC Faster 2.BaiduAntivirus 3.SparkBrowser 4.Hao123 5.DUBattery Saver 6.DUSpeed Booster 7.BaiduBrowser และ 8.PhotoWonder และหากจะนับผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่เป็นไฮไลท์ในปีนี้คือ “ไป่ตู้” เสิร์ชเอ็นจิ้นแล้วจะรวมเป็น 9 ผลิตภัณฑ์“ไป่ตู้เริ่มเปิดสำนักงานที่กรุงเทพเมื่อปี2012และในปลายปี2013ประมาณ65%ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตชาวไทยประมาณ20ล้านคน ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของไป่ตู้และการเปิดตัว ไป่ตู้ เสิร์ชเอ็นจิ้น เวอร์ชั่น ภาษาไทยวางเป้าหมายว่าจะเติมเต็มความสมบูรณ์ของการใช้งานให้กับผู้ใช้ชาวไทยพร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ในการค้นหาสิ่งที่ต้องการในโลกออนไลน์”มร.พอลเฉิน กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไป่ตู้”ไม่กลัวพิษการเมืองยันเปิด สิร์ช เอ็นจิ้น เวอร์ชั่นภาษาไทยตามแผน

  • สคบ.ชงเลขาฯ ล้อมคอกโฆษณาเคเบิ้ลทีวี

    สคบ.ชงเลขาฯ ล้อมคอกโฆษณาเคเบิ้ลทีวี

    น.ส.ทรงศิริ จุมพล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เสนอนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสคบ. ให้พิจารณาแนวทางควบคุมการโฆษณาที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะการโฆษณาสินค้าและบริการผ่านเคเบิ้ลทีวี เช่น อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ เบื้องต้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาของโฆษณาและลักษณะสินค้า หากพบว่า เข้าข่ายไม่เหมาะสมอาดอ้างสรรพคุณเกินจริง อาจมีความผิดตามกฎหมายของสคบ.ด้วย “แม้ว่าเรื่องการตรวจสอบสินค้าที่เป็นยา อาหารเสริม จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่สคบ.จะร่วมตรวจสอบ และที่ผ่านมาก็ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคมาบ้างว่า ซื้อสินค้าแล้วไม่เป็นไปตามสรรพคุณที่อาดอ้าง ดังนั้นจึงต้องมาตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสินค้าเหล่านี้มักพบว่า ได้ขายผ่านเคเบิ้ลทีวี โดยการตรวจสอบคงต้องใช้เจ้าหน้าที่หลายราย และใช้เวลาอีกพอสมควร” สำหรับแนวทางการควบคุมเบื้องต้น ก่อนหน้านี้สคบ.ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับหน่วยงานราชการ 11 แห่ง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมป้องกันการโฆษณาที่ผิดกฎหมายหรือมีลักษณะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคของผู้ประกอบกิจการทางโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกหรือเคเบิลทีวี และผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เพราะพบว่า ปัจจุบันการโฆษณาสินค้าและบริการได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากที่หลงเชื่อได้รับความเสียหาย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.ชงเลขาฯ ล้อมคอกโฆษณาเคเบิ้ลทีวี

  • ส.อ.ท.เผยไม่ยื่นเรื่องขอรัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    ส.อ.ท.เผยไม่ยื่นเรื่องขอรัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีหลายองค์กรเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เนื่องจากเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์และยิ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติว่า ส.อ.ท. คงไม่ทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อให้ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเนื่องจากเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารในการดูแลความสงบเรียบร้อยและภาคธุรกิจก็ไม่ทราบรายละเอียดในการประกาศพ.ร.ก.ดังกล่าว สำหรับผลกระทบของการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อภาคอุตสาหกรรมนั้น มองว่า ไม่มาก เพราะภาคอุตฯได้รับผลกระทบตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมแล้วโดยเฉพาะผลต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่างชาติ ที่เกรงว่าผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าของไทย อาจส่งสินค้าไม่ได้ตามกำหนดซึ่งหากความขัดแย้งการเมืองยืดเยื้อเท่าไร ความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่างชาติก็จะลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อยอดการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มที่มีระยะเวลาการสั่งสินค้ายาวๆ  (ลีดไทม์) เช่น 3 -6 เดือน ที่คู่ค้าจะเริ่มกระจายความเสี่ยงหันไปหาผู้ผลิตในประเทศอื่น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าขั้นกลางที่เป็นชิ้นส่วนต่างๆเพื่อใช้ประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปคู่ค้าจะต้องบริหารความเสี่ยงไม่เช่นนั้นจะกระทบกับธุรกิจได้ซึ่งจะกระทบกับการส่งออกไทยโดยรวม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส.อ.ท.เผยไม่ยื่นเรื่องขอรัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน