เดือน: มกราคม 2014

  • หุ้นไทยวันที่ 24 มกราคม 2557 ปิดบวก 6.29 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 24 มกราคม 2557 ปิดบวก 6.29 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 24ม.ค. ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวนส่งท้ายสัปดาห์แต่ส่วนใหญ่สามารถยืนในแดนบวกได้ สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปิดลบเนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าอาจจะมีคำตัดสินให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่2 ก.พ.นี้ ออกไป ส่งผลให้ช่วงบ่ายดัชนีดีดตัวขึ้นได้ร้อนแรงหรือขึ้นไปแตะระดับสูงสุดของวันที่ 1,320.65 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,307.16 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,314.63 จุด เพิ่มขึ้น 6.29 จุด หรือ 0.48% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 33,988.52 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก1. ทอท. ปิดที่ 175.50 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท2. ทรู ปิด 7.55 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง3.เอไอเอส ปิดที่ 215.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง4. พีทีทีจีซี ปิดที่ 74.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50  บาท5. จัสมิน ปิดที่ 7.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.05  บาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 24 มกราคม 2557 ปิดบวก 6.29 จุด

  • ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้หิมะตกในไทยเป็นไปได้ยาก

    ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้หิมะตกในไทยเป็นไปได้ยาก

    วันนี้ (24 ม.ค.) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า จากที่มีกระแสข่าวว่า ประเทศไทยจะเกิดหิมะตกนั้น มองว่าโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก โดยในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่หนาวที่สุด โดยเฉพาะยอดดอยมีอุณหภูมิ 0 องศา โดยต่อจากนี้อุณหภูมิจะอุ่นขึ้นสลับหนาว จนถึงช่วงเดือน ก.พ.57 โดยบางพื้นที่อาจเหลืออุณหภูมิเพียงเลขตัวเดียว อาทิ ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางที่มีพื้นที่ติดเทือกเขา อาทิ สุพรรณบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี เป็นต้นทั้งนี้ จากสภาพอากาศที่หลายคนมองว่าจะมีหิมะตกในประเทศไทยนั้น อาจเป็นเรื่องของน้ำแข็งที่เกาะตัวบนยอดดอยเมื่อเจออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงทำให้น้ำแข็งที่เกาะตัวมีการหยดตัวเหมือนหิมะ โดยเฉพาะยอดดอยอินทนนท์ โดยความหนาวของปีนี้ บางจังหวัดสามารถลบสถิติของจังหวัดในปี 2498 ด้วย โดยช่วงนี้ อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นสลับเย็นในช่วงเช้าจะทำให้มีหมอกในบางพื้นที่ ขึ้นอยู่กับความกดอากาศสูงของจีนที่แผ่เข้ามาในประเทศไทยสำหรับปัญหาภัยแล้งนั้น ถือเป็นธรรมชาติ เมื่อหมดหน้าหนาว อากาศแห้ง โดยในปีคาดว่าอากาศจะแห้งแล้งเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่ากรมชลประธาน ได้มีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับภัยแล้งแล้ว ดังนั้น จึงอยากเตือนประชาชนให้เตรียมน้ำสำหรับพื้นที่การเกษตรด้วย และช่วงนี้ให้ระวังเกี่ยวกับสุขภาพโดยเฉพาะคนที่เป็นโรคประจำตัว หรือแพ้อากาศ เพราะอากาศกลางวันและกลางคืนจะไม่เหมือนกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้หิมะตกในไทยเป็นไปได้ยาก

  • ธปท.ชี้การเมืองยืดเยื้อทำจีดีพีต่ำกว่า3%

    ธปท.ชี้การเมืองยืดเยื้อทำจีดีพีต่ำกว่า3%

    นางรุ่งมัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เป็นห่วงว่าหากสถานการณ์การเมืองยังคงยืดเยื้อ หรือมีความรุนแรงเกิดขึ้นประกอบกับการส่งออกชะลอกว่าที่คาดการณ์ไว้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตต่ำกว่า 3% ขณะที่เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมากนง.ได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 57 ลงเหลือ 3% จากเดิมที่ 4%เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายและการลงทุนของภาครัฐทั้งทางตรงคือระบบเศรษฐกิจและส่งผลทางอ้อมคือความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ทำให้ต้องชะลอการลงทุนออกไป “ตอนนี้เห็นว่าภาครัฐไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ซึ่งมันก็มีผลต่อเนื่องถึงการจัดทำงบประมาณในปี 58 ที่จะต้องล่าช้าออกไปดังนั้นไม่ว่าตอนนี้ใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลมันก็ต้องล่าช้าแน่นอนแต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้นแต่จะเข้มแข็งมากน้อยเท่าไหร่นั้นต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองและการเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนของภาครัฐเป็นหลักรวมทั้งต้องติดตามสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดด้วย” อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดทำงบประมาณปี 58 ที่อาจจะต้องล่าช้าออกไปนั้นคาดว่าจะมีการเร่งการใช้จ่ายในช่วงท้ายของปีแต่ก็ยอมรับว่าน่าจะเบิกจ่ายได้ไม่ตามเป้าหมายที่วางไว้ เมื่อเทียบกับสภาวการณ์ปกติและต้องยอมรับว่าไม่ว่าผลการเลือกตั้งใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ในเรื่องของการลงทุนหรือการเบิกงบเพื่อใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นก็ต้องมีความรวบคอบและรัดกุม โปร่งใสเพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ซึ่งยอมรับว่าทุกขั้นตอนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและอาจส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีความล่าช้าออกไปอีก ส่วนภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น สะท้อนจากมีเงินไหลออกเล็กน้อย ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาท รวมถึงตลาดการเงินเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆมากขึ้นแม้ล่าสุด กนง.จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ต่อปีก็ไม่ได้ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนหรือเปลี่ยนแปลงมากนัก โดย ธปท.ประเมินว่าในช่วงที่ผ่านมาที่มีเงินทุนไหลออกค่อนข้างแรงและค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วนั้น เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน คือการตัดสินใจลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี3)ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับมากขึ้น และปัญหาการเมืองในประเทศเข้ามาประกอบกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.ชี้การเมืองยืดเยื้อทำจีดีพีต่ำกว่า3%