เดือน: มกราคม 2014

  • ทุ่ม 800 ล้านยกระดับเอสเอ็มอี

    ทุ่ม 800 ล้านยกระดับเอสเอ็มอี

    นางอรรชกา สีบุญเรืองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)  เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินโครงการต่างๆ ของกสอ.ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น  เนื่องจากโครงการทั้งหมดได้ผ่านการอนุมัติงบประมาณปี57 มาแล้วและเริ่มมีการจัดทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ไตรมาสแรของปีงบประมาณ คือระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค.  และจะเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการต่างๆได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 และมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 และ 4 โดยงบประมาณส่วนใหญ่ เป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการในภาคการผลิตที่ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี 800 ล้านบาท  “แม้ตอนนี้จะมีการปิดหน่วยงานราชการที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำงานที่กรมฯได้แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้านรวมถึงให้ออกทำงานนอกสถานที่เนื่องจากงานของกสอ.ไม่ได้เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับงานบริการต้องออกใบอนุญาตต่างๆจึงไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ทำงานเป็นหลักแหล่งชัดเจน” สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองต่อผู้ประกอบการภาคการผลิตตอนนี้ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากโรงงานและฐานการผลิตส่วนใหญ่อยู่นอกพื้นที่การชุมนุม แต่ก็มีการติดตามสถานการณ์เพื่อสรุปและออกแนวทางช่วยเหลือหากผู้ประกอบการกรณีได้รับผลกระทบต่อไป  และปี 57 กสอ.ยังคงเดินหน้าโครงการจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับอุตสาหกรรม(ทีอีเอ็ม) ซึ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพลดการสูญเสียในระหว่างการผลิตซึ่งตั้งเป้าหมายว่าสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะลดต้นทุนพลังงานได้ไม่น้อยกว่า5%   ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 46 – 56 รวมแล้วทั้งหมด 11 รุ่น  มีสถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 833 กิจการ  แต่เฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา(54-56) กสอ.ได้ใช้งบประมาณสำหรับโครงการนี้ไปทั้งสิ้น29 ล้านบาท ได้ช่วยให้สถานประกอบการที่เข้าร่วม 299 รายสามารถลดการใช้พลังงานรวมกันได้ 900 ล้านบาท โดยโครงการประจำปีงบประมาณ57 ขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ ซึ่งผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหรรมทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุ่ม 800 ล้านยกระดับเอสเอ็มอี

  • กรุงไทยยันไม่ปล่อยกู้จำนำข้าว

    กรุงไทยยันไม่ปล่อยกู้จำนำข้าว

    นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวในโซเชียลมีเดียว่า ธนาคารได้อนุมัติเงินกู้ 160,000 ล้านบาทให้กับรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวนั้น ไม่เป็นความจริง  และการประชุมคณะกรรมการวันที่ 23ม.ค.นี้ไม่มีวาระการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธกส.นำไปจ่ายในโครงการรับจำนำข้าว นอกจากนี้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ธนาคารกรุงไทยเป็นเครื่องมือในโครงการดังกล่าวเพราะธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นรายย่อยและสถาบันมากกว่า 45%รวมทั้งต้องแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นและในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ธนาคารใช้มาตรฐานเดียวกันโดยคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงต่างๆตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ทั้งนี้จากการดำเนินธุรกิจที่เน้นความเป็นมืออาชีพและความโปร่งใส ผลประกอบการของธนาคารกรุงไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 33,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.20%  จากปีที่ผ่านมาและในปีนี้ธนาคารยังคงสนับสนุนการเติบโตและความมั่งคั่งให้กับลูกค้าสร้างคุณภาพที่ดีให้กับสังคม และสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 23 ม.ค.สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารกรุงไทยได้ออกแถลงการณ์ว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีผลต่อความมั่นคงของธนาคารกรุงไทย และภาพลักษณ์ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน และเพื่อนสมาชิกฯ  และสหภาพไม่ได้นิ่งนอนใจได้ติดตามหาข้อมูลเชิงลึกพบว่าธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อให้กับธ.ก.ส.ส่วนการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าทั่วไปทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ถือเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ นอกจากนี้การปล่อยกู้ได้คำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน รวมทั้งคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนและการบริหารงานอยู่ภายใต้ดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอย่างเคร่งครัด ซึ่งขอให้พนักงานและสมาชิกฯมั่นใจการดำเนินธุรกิจของธนาคาร  อย่างไรก็ตาม ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ได้ประกาศเสียงตามสายชี้แจงเรื่องนี้ต่อพนักงานด้วยเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรุงไทยยันไม่ปล่อยกู้จำนำข้าว

  • ศรีสวัสดิ์แตะเบรกสินเชื่อใหม่

    ศรีสวัสดิ์แตะเบรกสินเชื่อใหม่

    นายปิยะศักดิ์  อุกฤษฎ์นุกูล  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส จำกัด  หรือศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ เปิดเผยว่า  บริษัทปรับลดเป้าสินเชื่อใหม่ปีนี้เติบโตเพียง 20% หรือมีมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท  จากเดิมในปี 56 เติบโตถึง 40% หรือมีมูลค่า 9,000 กว่าล้านบาท เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเติบโตในอัตราชะลอตัวลงจากปัญหาการเมือง  ประกอบกับยอดขายรถยนต์ใหม่ปรับตัวลดลงหลังจากรัฐมีนโยบายส่งเสริมรถคันแรกในปี 55 ที่ผ่านมาทำให้การแข่งขันในตลาดสูง เพราะสถาบันการเงินในแต่ละแห่งเข้ามาทำตลาดมากขึ้น   “จากเดิมที่พิจารณาวงเงินให้สินเชื่อลูกค้าเป็นรายไตรมาส แต่ปัจจุบันพิจารณาเป็นรายเดือน เนื่องจากราคารถยนต์ค่อนข้างผันผวนจากนโยบายรถคันแรกทำให้รถยนต์ที่นำออกขายทอดตลาดขาดทุน จากเดิมราคาลดลง 10-15% แต่ขณะนี้ราคาลดลงถึง 30%  ส่งผลให้บริษัทฯปรับลดวงเงินลูกค้าลงประมาณ 1-2%  ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์ที่มาขอสินเชื่อ ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 13,500 ล้านบาท ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลต่ำกว่า 1% จากปี 56 ที่ผ่านมาเอ็นพีแอลอยู่ที่ 0.7%  ทั้งนี้ในอีก 3 ปีข้างหน้าว่าจะต้องมี ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท เน้นสินเชื่อรถบรรทุก รถมอเตอร์ไซด์ รถรถยนต์ส่วนบุคคล  รถกระบะ  สินเชื่อรถไถ  และสินเชื่อตลาดสด  สำหรับรายได้จากการทำธุรกิจปีนี้คาดว่าจะมาจากดอกเบี้ยรับประมาณ 80% และค่าธรรมเนียม 20%  อย่างไรก็ตาม  สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันทำให้ลูกค้าที่เป็นชาวนาและรอเงินจากการจำนำข้าวชะลอการชำระหนี้บ้าง แต่บริษัทมีลูกค้าส่วนนี้น้อย โดยสินเชื่อที่ปล่อยให้ชาวนาส่วนใหญ่ซื้อรถไถ    นอกจากนี้บริษัทฯ เปิดบริการเป็นตัวแทนนายหน้าขายประกันภัยรถยนต์ ให้กับบริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย สำหรับ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล(พีเอ) และ ประกันรถยนต์  เนื่องจากตลาดยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง และจากข้อมูลพบว่า มีประชาชนที่ทำประกันพีเอเพียง 11.2 ล้านกรมธรรม์เท่านั้น   และขณะนี้บริษัทมีเจ้าหน้าที่ที่สอบผ่านและได้รับอนุญาตขายประกันแล้วประมาณ 900 คน  และมีสาขาให้บริการลูกค้าถึง 300 แห่งทั่วประเทศ  สำหรับรูปแบบประกันมีให้เลือก 2 แบบคือคิดเบี้ยประกัน 799 บาทต่อปี  และเบี้ยประกัน 399 บาทต่อปี ซึ่งตั้งเป้าเบี้ยใหม่ไว้ที่ 250 ล้านบาท และจัดสรรงบ 100 ล้านบาททำตลาดและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศรีสวัสดิ์แตะเบรกสินเชื่อใหม่