นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนว่าในปี 57 คาดว่าจะมีมูลค่าการใช่จ่าย 47,744.67 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 5.9% เนื่องจากประชาชนในหลายพื้นที่ยังมีการจัดงานกันอย่างคึกคักแม้ประเทศไทยจะประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ปกติรวมถึงกรณีที่ราคาสินค้าหลายประเภทปรับตัวในระดับสูงทำให้มูลค่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น “ประชาชนส่วนใหญ่37.8% เห็นว่าตรุษจีนปีนี้คึกคักน้อยกว่าปีก่อน ส่วน 28.7% เห็นว่าคึกคักเท่าเดิม และ 27.1% เห็นว่าคึกคักมากขึ้น แต่หากรวมกันระหว่างคึกคักเดิมกับคึกคักมากขึ้นมีสัดส่วน 55.8% เพราะยังมีหลายพื้นที่เชื่อว่ามีการจัดงานอย่างคึกคักโดยเฉพาะพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการเมืองส่วนเงินที่จะมาใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนพบว่า 37.9% เป็นเงินจากรายได้ปกติ รองลงมาเป็น เงิน ออม36.3% และ โบนัส 25.8% แต่ที่เป็นห่วงคือประชาชนเริ่มนำเงินออมมาจ่ายมากขึ้นแสดงให้เงินว่าประชาชนจำนวนมากอยู่ในสถานการณ์ที่รายได้ไม่ค่อยเพียงพอกับรายจ่ายจึงจำเป็นนำเงินออมมาใช้” สำหรับกิจกรรมที่มีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประกอบด้วยไปซื้อของไหว้เจ้า มูลค่า 3,375บาต่อครอบครัว, ไปทำบุญ 1,791 บาท, ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 2,911 บาท, เงินแต๊ะเอีย 2,911 บาท, สังสรรค์และจัดเลี้ยง 6,944 บาท, ซื้อเสื้อผ้า 2,337 บาท, ท่องเที่ยว8,550 บาท, ไปเดินห้าง 4,111 บาท เป็นต้น “มูลค่าการใช้จ่ายในเทศกาลตรุษจีนปี 57 เมื่อเทียบกับปี 56พบว่าประชาชน 44.3%ระบุว่าจะมีการให้แต๊ะเอียที่ลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีและมีรายได้น้อยลง ส่วนการท่องเที่ยวพบว่า 36.5%จะมีการใช้เงินด้านนี้ลดลง แต่ก็จะส่วนทางกับการไปทำบุญส่วนใหญ่ที่ระบุว่า 40.1% จะเพิ่มมูลค่าใช้จ่ายด้านนี้มากขึ้นแสดงให้เห็นว่าในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีคนส่วนใหญ่ก็จะหันมาทำบุญกันมากขึ้น” อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบอัตราการขยายตัวพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายเทศกาลตรุษจีนในปี 57 ขยายตัวในระดับที่ต่ำมากโดยในปี 56มีการขยายตัวถึง 12.3% ดังนั้นหากในปีนี้ไม่มีปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองเชื่อว่ามูลค่าการใช้จ่ายในปี57 จะขยายตัวในระดับ 8-10% แน่นอนเพราะจะมีเงินจากการเลือกตั้งทั้งในระบบและนอกระบบมูลค่า 50,000ล้านบาทก็จะช่วยให้การใช้จ่ายเทศกาลตรุษจีนคึกคักเพิ่มแน่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดตรุษจีนเงินสะพัด 4.77 หมื่นล้าน
เดือน: มกราคม 2014
-

คาดตรุษจีนเงินสะพัด 4.77 หมื่นล้าน
-

ธุรกิจไทยพร้อมรับเออีซีแค่ปานปลาง
นางศิริลักษณ์ โรจนกิจอำนวย คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากการจัดทำดัชนีความพร้อมของบริษัทไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 ของคณะพาณิชยศาสตร์ฯ หรือ อาเซียน รีดดิเนส อินเด็กซ์ โดยเน้น 3 อุตสาหกรรมหลัก คือ ธนาคารพาณิชย์ อุตสาหกรรมอาหาร และโรงพยาบาล พบว่า ทั้ง 3 อุสาหกรรมมีการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เออีซีในระดับปานกลางเท่านั้น และในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมจะมีเพียง 1-2 บริษัท ที่มีการเตรียมความพร้อมอย่างโดดเด่น “สาเหตุที่เริ่มวัดดัชนี 3 อุตสาหกรรมนี้เนื่องจากเห็นว่า เป็นอุตสาหกรรมหลักที่เป็นจุดแข็งของระบบเศรษฐกิจไทย ในการมุ่งสู่การเป็นครัวไทยสู่ครัวโลก และเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ ซึ่งจะคัดเลือกวัดดัชนีจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลักในการดำเนินการศึกษา ซึ่งหวังว่าจะเป็นการจุดประกายให้บริษัทต่าง ๆ หันมาประเมินตัวเองว่า มีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการใช้โอกาสที่เปิดกว้างหลังเกิดประชาคมเศรฐกิจอาเซียน” อย่างไรก็ตาม จากการวัดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พบว่า มีการเตรียมความพร้อมแบบกระจุกตัวใน 5 ธนาคารอันดับต้นๆของไทย คือ ธนาคารกรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.กรุงไทย ธ.ไทยพาณิชย์ และธ.กรุงศรีอยุธยา โดยจัดอันดับธ.กรุงเทพมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะมีการขยายสาขาออกไปต่างประเทศมานานกว่าธนาคารอื่น ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร มีบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) และไทยเพรซิเดนท์ฟู๊ดส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กี่งสำเร็จรูปยี่ห้อ มาม่า มีความโดดเด่น ส่วนในธุรกิจโรงพยาบาลที่โดดเด่นในความพร้อมด้านการตลาดมากที่สุดคือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ รองลงมาคือ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลวิภาวดี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจไทยพร้อมรับเออีซีแค่ปานปลาง -

“ทรู”ทุ่ม 10 ล้านจัดแข่งอีสปอร์ตหวังเกมเมอร์เข้าร่วม 6 แสนราย
วันนี้( 23 ม.ค.)ที่ อาคารทรูทาวเวอร์ นายมานะ ประภากมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิตอล พลัส จำกัดเปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมงบประมาณ จำนวน 10 ล้านบาทเพื่อจัดแข่งอี สปอร์ต ในรายการ จีจี อี สปอร์ต แชมป์เปี้ยน ลีก 2014 โดยนำเกมสเปเชียล ฟอร์ซ และเกม เดอะ คิง ออฟ ไฟเตอร์ ออนไลน์มาจัดแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ และทัวร์นาเม้นท์ตลอดทั้งปีเพื่อเป็นการสนับสนุนนักกีฬาอีสปอร์ตของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติและให้เป็นที่ยอมรับในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยการแข่งขันแบบออนไลน์จะช่วยให้นักกีฬาสามารถล็อคอินเข้าแข่งขันได้จากที่บ้าน เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหน้าใหม่หรืออยู่ต่างจังหวัดสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ง่ายๆ ซึ่งจะมีการแข่งขันทั้งสิ้นจำนวนถึง 14,000แม็ทซ์และคาดว่าจะมีเกมเมอร์เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 6 แสนราย มีเงินรางวัลรวมกว่า 4 ล้านบาท นายมานะ กล่าวต่อว่าปัจจุบันบริษัทมีฐานผู้เล่นเกมรวมมากว่า 10 ล้านไอดีโดยในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดเกมออนไลน์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่องโดยจะเลือกเกมที่มีเนื้อหามีคุณภาพและเหมาะกับผู้เล่นคนไทย ซึ่งจะทำให้มีอากาสประสบความสำเร็จสูงสำหรับในส่วนของสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่แน่นอนนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางแต่เป็นเฉพาะในพื้นที่กทม. ส่วนต่างจังหวัดก็ยังมีผู้เล่นเป็นปกติ โดยผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาการจัดงานแข่งขันมากกว่าซึ่งก็แก้ปัยหาโดยการจัดแข่งแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับตลาดเกมออนไลน์ในปีนี้ก็คาดว่าจะยังมีอัตราการเติบโตมากกว่า10% โดยในส่วนของบริษัทก็ตั้งเป้าหมายมีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาดรวม.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ทรู”ทุ่ม 10 ล้านจัดแข่งอีสปอร์ตหวังเกมเมอร์เข้าร่วม 6 แสนราย