ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 23ม.ค. ดัชนีสามารถฟื้นตัวทางเทคนิค (รีบาวน์)ขึ้นได้ทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ยืนในแดนบวกได้คึกคัก โดยเฉพาะช่วงบ่ายจนท้ายตลาดตามแรงช้อนซื้อกลับกระจายในหุ้นกลุ่มต่างๆ เช่น สื่อสารและธนาคารพาณิชย์ดันดัชนีทะลุ 1,300 จุด อีกครั้ง หลังได้รับปัจจัยบวกจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ไว้พิจารณาว่าจะสามารถเลื่อนวันเลือกตั้ง ได้หรือไม่และเป็นอำนาจขององค์กรใด ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,312.18จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,288.71 จุดจนมาปิดตลาดที่ 1,308.34 จุด เพิ่มขึ้น 17.85 จุด หรือ 1.38% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36,853.76 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. ทรู ปิดที่ 7.55 บาท ลดลง 0.35 บาท2. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 175.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท3. ทอท. ปิดที่ 167.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.50บาท4. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 178.50 บาท เพิ่มขึ้น3.50 บาท5. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 156.50 บาทเพิ่มขึ้น 6.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 23 มกราคม 2557 ปิดพุ่ง 17.85 จุด
เดือน: มกราคม 2014
-

หุ้นไทยวันที่ 23 มกราคม 2557 ปิดพุ่ง 17.85 จุด
-

ม็อบปิดกรุง รายได้ภาษีรถหด 40%
นายชัชชาติสิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมเปิดเผยว่า การปิดที่ทำการกรมการขนส่งทางบกสาขาจตุจักรของกลุ่มกปปส.ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้จากการต่อภาษีรถยนต์ลดลงไปกว่า40%หรือมีรายได้หายไปวันละ15ล้านบาทเนื่องจากปกติประชาชนจะนิยมเดินทางมาชำระภาษีที่กรมการขนส่งทางบกแห่งนี้จำนวนมากเนื่องจากมีบริการรับชำระภาษีที่ทันสมัยและมีระบบเลื่อนล้อที่ความสะดวก “คนกรุงเทพส่วนใหญ่นิยมมาเสียภาษีที่นี่เพราะมีบริการรับชำระภาษี แบบเลื่อนล้อที่สะดวกและรวดเร็วแต่หลังจากที่ม็อบมาปิดที่ทำการทำให้ยอดจัดเก็บภาษีที่กรมจะต้องนำส่งให้ท้องถิ่นหรือส่งให้กทม.ลดลงไปแล้วกว่า40% โดยปกติจะเก็บภาษีได้เฉลี่ยวันละ 37 ล้านแต่ช่วงนี้ลดลงเหลือวันละ 22 ล้านบาท ดังนั้นคาดว่าจะทำให้ยอดรายได้ภาษีของกทม.ในเดือนนี้ลดลงไปด้วยและอาจกระทบทำให้รายได้ภาษีรถยนต์ของกทม.ทั้งปีนี้จัดเก็บได้น้อยกว่าปีก่อนที่จัดเก็บได้รวม10,000ล้านบาท ขณะเดียวกันอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังรายได้ภาษีรถยนต์ของหน่วยงานท้องถิ่นในต่างจังหวัดด้วยหากกลุ่มกปปสมีการปิดที่ทำการกรมการขนส่งทางบกในต่างจังหวัด” นายชัชชาติ กล่าวถึงสภาพการจราจรในกทม.ว่า ขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารเริ่มกลับมาใกล้เคียงปกติแล้วเนื่องจากประชาชนมีการนำรถส่วนตัวออกมาใช้มากขึ้นเพราะสามารถปรับตัวและเริ่มคุ้นเคยกับเส้นทางเลี่ยงม็อบโดยจุดที่พบว่ามีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักคือบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้าสะพานซังฮี้สะพานพระราม 7 ต่อเนื่องมาถนนวงศ์สว่างรัชดาภิเษกสะพานพระนั่งเกล้าต่อเนื่องมางามวงศ์วาน เนื่องจากกลุ่มกปปส. มีการชุมนุมปิดสะพานพระราม8 ส่วนบริเวณถนนพระราม4พบมีการจราจรที่หนาแน่นเช่นกันเนื่องจากสะพานสะพานไทย-ญี่ปุ่นและสะพานไทย-เบลเยี่ยมถูกปิด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม็อบปิดกรุง รายได้ภาษีรถหด 40% -

แนวโน้มส่งออกไปอาเซียนสดใส
นายธนิตโสรัตน์ รองประธานคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงินการคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้จัดทำรายงานวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย โดยเฉพาะตลาดกลุ่มประเทศอาเซียนพบว่า แนวโน้มการส่งออกของไทยในตลาดกลุ่มนี้ยังมีสัญญาณในทิศทางบวกตั้งแต่ปลายไตรมาสที่4 ของปี 56 ต่อเนื่องถึงปี57 เห็นได้จากสัดส่วนการส่งออกในปี 55ที่โตถึง 24.65% เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกแต่อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นลูกค้าของแต่ละประเทศทั้งจีน และกลุ่มประเทศจี3 คือ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน และญี่ปุ่น อย่างใกล้ชิดด้วย สำหรับสินค้าที่มีศักยภาพส่งออกในตลาดอาเซียนตามข้อมูลในปี 55 นั้น พบว่า ไทยส่งออกสินค้าไปประเทศมาเลเซียมีมูลค่า 12,424.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 410,000 ล้านบาท โดยในช่วงเดือนม.ค.-ส.ค.56การส่งออกยังขยายตัวได้ 4% มีสินค้าส่งออกสำคัญเช่น ไทยส่งออกน้ำมันเป็นคู่ค้าอันดับ 2 สัดส่วน 14.19%ยางพารา เป็นคู่ค้าอันดับ 2 มีสัดส่วนการส่งออก13.35% ไก่สดแช่เย็นและแช่แข็ง เป็นอันดับ 3 สัดส่วน 3.42% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 มีสัดส่วน 6.08% และน้ำตาลทราย เป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 สัดส่วน 6.34%และผลิตภัณฑ์เซรามิค คู่ค้าอันดับที่ 6 สัดส่วน3.98% โดยมาเลเซียยังถือเป็นคู่ค้าชายแดนอันดับที่ 1 ของไทย มีมูลค่ารวม 560,655 ล้านบาท ส่วนประเทศอินโดนีเซีย ไทยส่งออกมูลค่า3,778.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯโดยในช่วงเดือนม.ค.-ส.ค.56 การส่งออกยังขยายตัวได้ 5% สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น น้ำตาลทราย 21.57% ยานพาหนะอุปกรณ์และส่วนประกอบ 13.48% สิ่งทอ 4.73% และผลิตภัณฑ์เซรามิค 2.16% ,ประเทศกัมพูชาไทยส่งออกมูลค่า3,778.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญ เช่นน้ำตาลทราย 8.21% น้ำมันสำเร็จรูป 5.14% และผลิตภัณฑ์เซรามิค 2.40% ซึ่งกัมพูชาเป็นคู่ค้าชายแดนอันดับที่4 มีมูลค่า 63,977 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนวโน้มส่งออกไปอาเซียนสดใส