เดือน: มกราคม 2014

  • แนะใช้สื่อออนไลน์สร้างแบรนด์สินค้า – เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย

    แนะใช้สื่อออนไลน์สร้างแบรนด์สินค้า – เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย

     ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปัจจุบันการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตคนไทยเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการทำงาน การติดต่อรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือแม้กระทั่งเป็นช่องทางสำหรับนักช้อป ในการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์  ดร.พิชญ์พธู ไวยโชติ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างแบรนด์ผ่านตลาดออนไลน์ บอกในรายการเศรษฐกิจติดจอ ทางเดลินิวส์ทีวี เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า การทำตลาดสินค้าผ่านระบบออนไลน์ มีความสำคัญต่อการทำการค้ายุคใหม่มากขึ้น เพราะในแต่ละปี สถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อปี 56 ที่ผ่านมา มีคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากถึง 24 ล้านคน และยังมีโอกาสเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ จึงเป็นตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งภาคธุรกิจจะมองข้ามไม่ได้ เพราะตอนนี้ทั่วโลกไม่ว่าร้านค้าขนาดเล็กจนถึงบริษัทข้ามชาติ ก็สนใจเข้ามาทำตลาดออนไลน์ และทั้งหมดก็พบว่าสื่อออนไลน์ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น ทั้งธุรกิจเริ่มต้นใหม่ หรือธุรกิจที่ใหญ่อยู่แล้วก็ช่วยให้ยอดขายเติบโตจากเดิม เนื่องจากสื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มาก ใช้งบประมาณน้อยเพียงมีคอมพิวเตอร์ และเสียค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ตอีกนิดหน่อย แถมยังสามารถเจาะตลาดสู่กลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และคุ้มกว่าเมื่อเทียบกับการลงโฆษณาที่ราคาแสนแพง  อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยยังให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์ค่อนข้างน้อย โดยจากการทำโพลสำรวจพบว่า มีเพียง 65% ที่ใช้สื่อออนไลน์ช่วยสร้างแบรนด์สินค้าและทำการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าของธุรกิจคนรุ่นใหม่ กับบริษัทขนาดใหญ่ แต่ธุรกิจขนาดกลางยังปรับตัวเข้ามาใช้น้อย  สาเหตุที่ยังเข้ามาทำกันไม่เยอะ เพราะว่าไม่เข้าใจถึงความสำคัญ และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอย่างไร ทั้งที่จริงแล้วการใช้สื่อออนไลน์ไม่ยาก สามารถหาซื้อข้อมูลได้ตามร้านหนังสือ หรือการค้นหาผ่านอินเทอร์เน็ต ที่จะบอกวิธีการทำอย่างละเอียด รวมทั้งมีวิธีสาธิตการทำผ่านวิดีโอคลิปด้วย  ตัวอย่างเช่น เริ่มต้นจากใช้โซเชียลมีเดีย ด้วยการสมัครแฟนเพจ เฟซบุ๊กเพื่อขายสินค้า เพราะเฟซบุ๊กใช้ง่าย และในไทยใช้แพร่หลายถึง 18 ล้านคน รองลงมาก็ทำในโปรแกรมกูเกิลพลัส อินสตาแกรม ทวิตเตอร์เพื่อโปรโมต ขายสินค้า ให้กดแชร์ กดไลค์กระจายข้อมูลสินค้าให้ หรือหากลงทุนหน่อยอาจลงทุนทำเว็บไซต์สินค้าของตัวเอง หรือว่าจ้างบริษัทนอกมาทำตลาดให้ โดยแนวทางการทำก็สามารถดูได้จากเว็บไซต์ ที่ขายสินค้าใกล้เคียงกับของตัวเอง เพื่อใช้เป็นแบบอย่างการทำธุรกิจ แต่ผู้ประกอบการเองก็ต้องเรียนรู้ วิธีรับส่งสินค้า การรับโอนเงินผ่านบัญชีต่าง ๆ จากลูกค้าด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้การส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทย และการรับโอนผ่านบัญชีธนาคารทั่วไป หรือการหักผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต  “หลักสำคัญในการขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ที่จะต้องยึดมั่นไว้ คือ ต้องมีความจริงใจ ซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ และการใส่รายละเอียดสินค้า วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ครบถ้วนรอบด้าน รวมถึงการระบุสถานที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ให้ชัดเจน การถ่ายรูปหรือทำคลิปวิดีโอตัวสินค้า ก็ช่วยให้สินค้าขายได้ง่ายขึ้น”  ส่วนเคล็ดลับเพิ่มเติมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในหน้าเพจสินค้าที่อยากแนะนำ เช่น ควรสรรหาบทความ หรือกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสร้างความจดจำ และสานสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดเวลา เช่น บทความที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า การทำโปรโมชั่นเล่นเกมแจกของรางวัล การทักทายคำอวยพรในโอกาสสำคัญต่าง ๆ การเปิดช่องทางให้ลูกค้าเข้ามาฟีดแบ็กสินค้าที่ใช้ แต่หากมีคอมเมนต์ในเชิงลบ ก็ควรรีบชี้แจงและแก้ไขทันที ห้ามเพิกเฉยเด็ดขาด เพราะอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือในตัวสินค้าได้  ความสำคัญ ของสื่อออนไลน์ในวันนี้  ยังไม่ได้มีแค่เฉพาะการค้าขายสินค้าเฉพาะในไทยเท่านั้น ต่อไปจะมีบทบาทมากต่อการขยายตลาดไปนอกประเทศ โดยเฉพาะหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่คาดว่าแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศ  เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่เชี่ยวชาญในสื่อออนไลน์ จะเข้ามาแข่งขันแย่งส่วนแบ่งตลาดในไทยเพิ่มขึ้น   ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องรีบตื่นตัวรับมือ เพราะเหลืออีกไม่ถึง 2 ปีก็จะมีการเปิดเสรีอาเซียนเต็มตัวแล้ว แต่ก็ควรต้องปรับตัวเรียนรู้และเพิ่มข้อมูลด้านภาษาเข้าไปด้วย เช่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาพื้นเมืองในประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร และโปรโมตสินค้า  สุดท้ายนี้ขอฝากว่า การทำตลาดและสร้างแบรนด์สินค้าผ่านสื่อออนไลน์ จะมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในอนาคต. ศักดิ์ชัย อินทร์จันทร์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะใช้สื่อออนไลน์สร้างแบรนด์สินค้า – เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย

  • ศูนย์ค้าส่งอีสานเหนือ – ลูกเล่น/ลีลา

    ศูนย์ค้าส่งอีสานเหนือ – ลูกเล่น/ลีลา

     แม้จะไม่มีแนวเขตติดต่อกับฝั่งลาวโดยตรงแต่เมืองข้างเคียงอย่างอุดรธานียังคงเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะล่าสุดโครงสร้างขนาดใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเมื่อไม่นานมานี้ในย่านส่วนต่อขยายของเมืองก็เสร็จสมบูรณ์ “168 แพลตินั่ม” อุดรธานี ให้นิยามของตัวเองว่าเป็นศูนย์ค้าส่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ภายใต้คอนเซปต์ “ลงทุนคุ้มค่า ร้านค้าทำเลทอง” ได้ฤกษ์ฉลองเปิดศูนย์ฯยิ่งใหญ่เมื่อ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา นางสาวปัญจพร พัฒนพิฑูรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟรี่ บริดจ์ โฮลดิ้ง จำกัด ในฐานะผู้พัฒนาโครงการระบุว่า อุดรธานี เป็นอีกจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ มีการเติบโตสูงทั้งในด้านการเป็นศูนย์กลางการค้าและบริการของภาคอีสานตอนเหนือ เช่น การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภาคอีสาน และมีกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงจำนวนมากทั้งในอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนกลุ่มลูกค้าที่มาจาก สปป.ลาว เวียดนาม และจีน เป็นต้น ประกอบกับยังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่จะรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจในย่านนี้มีความเติบโตมากขึ้น และจะช่วยเอื้อให้ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก ขยายตลาดภายในประเทศมากขึ้น จึงคาดการณ์ว่าธุรกิจค้าส่งของไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนจะมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากภายหลังการเปิดเออีซี หลังเปิดจองพื้นที่อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2556 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากโรงงานผู้ผลิตแฟชั่นเสื้อผ้า, ร้านค้าส่ง ค้าปลีก และเจ้าของกิจการต่าง ๆ ทั้งใน จ.อุดรธานี จังหวัดใกล้เคียง กรุงเทพฯ ตลอดจนลูกค้าจากสปป.ลาว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพและมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยสูง โดยมีผู้เช่าแล้วกว่า 90% ของพื้นที่ทั้งหมด มีร้านค้าพร้อมเปิดให้บริการรองรับผู้มาจับจ่ายใช้สอยแล้วกว่า 600 ร้านค้า พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน โครงการ 168 แพลตินั่ม พัฒนาบนสุดยอดทำเลศักยภาพที่คุ้มค่าแก่การลงทุนของ จ.อุดรธานี มูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 44 ไร่ ติดถนนบุญญาหาร ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานีจ.อุดรธานี ใกล้สนามบินเพียง 3.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางสู่จังหวัดโดยรอบได้สะดวก พัฒนาเป็นศูนย์ค้าส่งมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 52,000 ตร.ม. มีร้านค้าถึง 1,168 ร้านค้า มีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน แบ่งออกเป็นเฟสที่ 1 จำนวน 679 ร้านค้า และเฟส 2 จำนวน 489 ร้านค้า.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์ค้าส่งอีสานเหนือ – ลูกเล่น/ลีลา

  • อาลีบาบาชวนค้าส่งออนไลน์ในเออีซี

    อาลีบาบาชวนค้าส่งออนไลน์ในเออีซี

     แนะใช้บริการอาลีบาบา เว็บค้าส่งออนไลน์ ทำตลาดเออีซี แจงแค่ซื้อที่คาดผมจากสำเพ็งมาขายก็รวยได้ นายไพรัช ศรีนครินทร์ กก.ผจก.บริษัทไวส์ซัคเซส(ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินการศูนย์ฝึกอบรมอย่างเป็นทางการของเว็บอาลีบาบาดอตคอม(Alibaba.com) เปิดเผยว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่ทำให้ 10 ประเทศรวมเป็นหนึ่ง  ซึ่งจะเกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบและแรงงานจะสร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะหน้าใหม่หรือคนที่เพิ่งจบการศึกษา ที่จะค้าส่งผ่านโลกออนไลน์ทั้งการซื้อและขายผ่านเว็บไซต์อาลีบาบา นายไพรัช กล่าวอีกว่า ทุกคนมีโอกาสค้าขายกับอาลีบาบาเท่ากัน ไม่ยุ่งยากในการเป็นคนกลางหรือเทรดเดอร์ ที่จะรับคำสั่งซื้อส่วนสินค้าที่จะขายหาได้ทั้งจากผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรม หรือห้างสรรพสินค้า เช่น บิ๊กซี หรือโลตัส เนื่องจากอาลีบาบาเป็นศูนย์กลางค้าส่งที่สำคัญของโลกมีผู้อยู่ในธุรกิจซื้อขายระดับคุณภาพมากกว่า 45 ล้านราย เช่น ตัวแทนห้างสรรพสินค้า โรงแรม รีสอร์ท โดยยกตัวอย่างเช่น เพิ่งมีการสั่งซื้อเครื่องครัวไปยังรีสอร์ทจากประเทศสาธารณรัฐมัลดีฟส์ นอกจากนี้ยังสามารถส่งกางเกงมวยไทย เครื่องรางของขลัง เช่น พระเครื่อง ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อหลายประเทศโดยเฉพาะในแถบอาเซียน “แทบจะเรียกว่าเริ่มต้นด้วยมือเปล่าคนที่เพิ่งจบการศึกษาหรือกำลังเรียน ก็ทำได้ โดยทำงานทางอินเทอร์เน็ตแสวงหาแหล่งสินค้าแล้วส่งไปขาย มีคนซื้อที่คาดผมจากย่านสำเพ็งโหลละ 100 บาทส่งไปขายต่างประเทศ ชิ้นละ 10 ดอลลาร์สหรัฐก็มี” นายไพรัช กล่าว สำหรับบริษัทไวส์ซัคเซส (ประเทศ ไทย) จำกัด ผู้ดำเนินการศูนย์ฝึกอบรมอย่างเป็นทางการของเว็บอาลีบาบาดอตคอมซึ่งเป็นตัวแทนนอกประเทศรายแรก นายไพรัชระบุว่า ได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าอบรม ฟรี ห้องอบรมที่ชั้น 3 อาคารวรรณสรณ์ แยกพญาไท ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 น. และ 14.00 น. โดยสอบถามทางโทรศัพท์ 0-2642-7338-9 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://wisethailand.com อาลีบาบา (www.alibaba.com) เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ รายใหญ่ ก่อตั้งในประเทศจีนเมื่อปี 2542 ให้บริการตลาดออนไลน์ค้าขายทั่วโลกกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แบบธุรกิจต่อธุรกิจหรือบีทูบี โดยมีกิจการอาลีบาบาชวนค้าส่งออนไลน์ในเออีซีลงทะเบียนเป็นสมาชิกประเภทซื้อขาย ถึง 76.3 ล้านคน จาก 240 ประเทศ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อาลีบาบาชวนค้าส่งออนไลน์ในเออีซี