เดือน: มกราคม 2014

  • ตลาดรับสร้างบ้านหด

    ตลาดรับสร้างบ้านหด

    นายพิศาล ธรรมวิเศษ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า  ขณะนี้ภาคธุรกิจอสังหริมทรัพย์เริ่มได้รับผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อมากว่า 3 เดือนแล้ว  ทั้งในแง่จำนวนผู้บริโภคที่สนใจจะเลือกซื้อ หรือสร้างบ้านที่ลดลงอย่างมาก การตัดสินใจลงทุนเรื่องสร้างบ้านของผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลมีแนวโน้มชะลอตัวลงไปจนถึงครึ่งปีแรก ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องหาทางปรับตัว เพื่อรับมือกับกำลังซื้อที่หดตัว “บริษัทก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ทั้งลูกค้าใหม่ที่เข้ามาติดต่อ  และยอดขายของสาขาที่ตั้งอยู่ในกทม.และปริมณฑลลดลงเกือบครึ่ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นจึงปรับตัวด้วยการหันมาเลือกใช้สื่อท้องถิ่น และจัดกิจกรรมทางการตลาดในต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อเข้าถึงและสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมทั้งการขยายสาขาในต่างจังหวัด ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายจะเปิดสาขาอีก 10 แห่ง เพื่อเจาะกำลังซื้อในพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อมาชดเชยกับตลาดเดิมที่ชะลอตัว โดยเน้นทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน เพราะได้รับผลกระทบจากการเมืองค่อยข้างน้อย สำหรับภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปี 57 นี้ ต้องแยกเป็น 2 ตลาด คือตลาดรับสร้างบ้านในกรุงเทพฯและปริมณฑล และตลาดรับสร้างบ้านต่างจังหวัด  ซึ่งต่างจังหวัดนั้นยังขยายตัวมาโดยตลอด และเชื่อว่าปีนี้จะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะความต้องการที่อยู่อาศัยขยายตัวตามทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านในกทม.และปริมณฑล มีโอกาสชะลอตัวสูงมาก จากผลกระทบทางการเมือง 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดรับสร้างบ้านหด

  • สทน.เผยการเมืองลากยาวส่อบริษัททัวร์เจ๊ง

    สทน.เผยการเมืองลากยาวส่อบริษัททัวร์เจ๊ง

    นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวชนายกสมาคมท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่าหากการชุมนุมทางการเมืองยังยืดเยื้อและเพิ่มระดับความรุนแรงและไม่จบภายในเดือนเม.ยนี้ จะทำให้บริษัททัวร์โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)ต้องปิดกิจการลงประมาณ 10-15%จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 430 บริษัทเนื่องจากเป็นกลุ่มที่เลือกทำธุรกิจในช่วงเวลาเพียงสั้นๆได้กำไรหลักในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น)เท่านั้นและจะมีเงินหมุนเวียนได้ประมาณ 4-5 เดือนแต่ขณะนี้การชุมนุมยืดเยื้อไปแล้วถึง 3เดือนเงินสภาพคล่องการเงินจึงลดลง รวมถึงในช่วงนี้การจองแพ็กเกจในประเทศยังชะลอตัวเพราะนักท่องเที่ยวต้องติดตามสถานการณ์ก่อนจึงทำให้การรายได้จากแพ็กเกจใหม่ไม่เข้ามาด้วยเช่นกัน “ปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวแบบโดเมสติกของไทยผู้ประกอบการประมาณ 50%จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่เปิดบริษัทแบบถาวรและจะอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ว่าเกิดวิกฤตใดๆ และก็จะมีอีก 50%ที่เป็นบริษัทที่เลือกมาเปิดเฉพาะช่วงที่เป็นไฮซีซั่น มีนักท่องเที่ยวมากกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบแน่นอนเพราะจากเหตุการณ์ที่สภาพการเมืองเป็นปกติกลุ่มนี้ก็อยู่ได้ เฉลี่ยเพียง 4 เดือนอยู่แล้ว” นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายของการท่องเที่ยวในประเทศจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ที่คาดการณ์ว่าปี 57จะมีเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10ล้านคน/ครั้งนั้นแต่ขณะนี้เริ่มลดลงแล้ว ในช่วง 2เดือนที่ผ่านมาประมาณ 20%รวมถึงประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศที่ยังอยู่ในภาวะฝืดเคืองการใช้จ่ายด้านต่างๆยังไม่ดีเท่าที่ควรจึงทำให้คนไทยต้องชะลอเรื่องการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จำเป็นออกไปก่อนอย่างไรก็ตามก็ต้องค่อยติดตามตัวเลขดัชนีชี้วัดด้านสินค้าบริโภคด้วยว่าหากในไตรมาสที่2ยังเพิ่มขึ้นอยู่ก็มีแนวโน้มว่าคนไทยจะยังมีเงินเหลือพอที่จะท่องเที่ยวได้ด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทน.เผยการเมืองลากยาวส่อบริษัททัวร์เจ๊ง

  • วอนรัฐยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน

    วอนรัฐยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน

    นายชาย ศรีวิกรม์นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ อยากให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกการใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)เนื่องจากส่งผลกระทบต่อธุรกิจในละแวกราชประสงค์ หลังจากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยอดการใช้จ่ายในย่านเริ่มลดลง โดยเฉพาะอัตราการใช้บัตรเครดิตจับจ่ายสินค้าลดลง30-40% ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจต่างชาติก็เริ่มปรับลดลงเช่นกัน ทำให้นักลงทุนไม่กล้าเดินทางเข้ามาในประเทศเนื่องจากไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ รวมทั้ง การประกันภัยท่องเที่ยวของชาวต่างชาติไม่รองรับเหตุที่เกิดขึ้นจากการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกด้วย อย่างไรก็ตาม วงเงินสะพัดในย่านราชประสงค์ช่วงตั้งแต่มีการชุมนุมในบริเวณมีมูลค่าลดลงเหลือเพียงวันละ 150 ล้านบาท จากเดิมที่วันละ 300 ล้านบาทโดยยอดการใช้บริการของของโรงแรมลดเหลือเพียง 20% จากช่วงอื่นๆที่ใช้บริการเกือบเต็มอัตราแต่ปัจจุบนยอดการใช้บริการทั้งศูนย์การค้าหรือโรงแรมในช่วงหลังจากมีการชุมนุมมาระยะหนึ่งเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลักจากทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวรวมถึงการให้ข้อมูลการเดินทางเพื่ออำนวยความสะดวกทำให้เกิดความเชื่อมั่นและลูกค้าบางส่วนเริ่มกลับมา   การประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉินทำให้คนภายนอกมองว่าเหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรงมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา แต่พอใช้พ.ร.ก.ก็ทำให้ต่างชาติกังวลอีกครั้งและหากการชุมนุมยืดเยื้อต่อไปจะส่งผลกระทบต่อทั้งระบบ ธุรกิจนำเข้าสินค้าหรือร้านค้าต่างๆ ก็จะกระทบเพราะไม่มีคนซื้อสินค้า เงินลงทุนก็จมหายและอาจต้องปิดบริการ พนักงานก็จะไม่มีงานทำ แล้วก็จะกระทบไปยังส่วนอื่นๆไปหมดหรือพนักงานที่ทำงานบริการที่ตอนนี้บางส่วนต้องให้ลาพักร้อนเพื่อลดจำนวนพนักงานตามจำนวนลูกค้าที่ลดลงซึ่งหากยืดเยื้อนานเกิน 2 เดือนน่าจะมีผลกระทบที่รุนแรงขึ้นแน่นอน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนรัฐยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน