เชลล์ มองอีก 20 ปี การใช้พลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น หลายประเทศเกิดการแข่งขันเพื่อนำเข้าพลังงาน ล่าสุดร่วมจัดแข่งขัน เชลล์อีโค มาราธอน หวังกระตุ้นจิตสำนึกเด็กไทยรู้คุณค่าและวิธีประหยัดพลังงาน นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า มีความกังวลถึงปัญหาการใช้พลังงาน เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นในทั่วโลก โดยมองว่าปี 2573 คาดการณ์ความต้องการพลังงาน น้ำและอาหารบนโลกจะเพิ่มขึ้น 40-50% ส่งผลต่อพลังงานที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิตลดลงไปด้วย โดยปัจจุบัน จำนวนยานพาหนะทั่วโลกมีกว่า 700 ล้านคัน และปี 2593 จะเพิ่มเป็น 2,000 ล้านคัน โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาอย่าง จีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ เมื่อความต้องการใช้พลังงานมากขึ้นในอีก 30-40 ปีข้างหน้า จะเกิดปัญหาการแข่งขัน ทุกประเทศจะต้องการพลังงานนอกประเทศ แม้ แต่ประเทศที่เคยเป็นผู้ค้า อย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อนาคตจะกลายเป็นผู้นำเข้า เพราะประเทศพวกนี้มองระยะยาว ทั้งนี้ เมื่อการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น จะต้องดูว่าจะประหยัดพลังงานได้อย่างไร เชลล์จึงเห็นความสำคัญในแง่ของนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยประหยัดพลังงาน และรณรงค์ให้เยาวชนรุ่นหลังตระหนักถึงสิ่งนี้จึงร่วมจัดการแข่งขันเชลล์อีโค มาราธอน เอเซีย 2557 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 5 ในภูมิภาคอาเซียน “สิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือเด็กนักเรียนไทย สามารถเอาชนะติดต่อกัน 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยระยะทาง 2,906 กม. เทียบเท่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ลิตร ทำให้เด็กนักเรียนในประเทศไทยมีชื่อเสียง กระทรวงพลังงานเห็นความสำคัญ สร้างจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนรู้จักใช้พลังงานอย่างถูกวิธีิ และรู้ว่าการประหยัดพลังงานที่ดีที่สุดคือ ตัวผู้ใช้ ทั้งการวางแผนการเดินทาง การบรรทุกสิ่งของในรถมากเกินไป ฯลฯ ทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 20%” นายอัษฎา กล่าว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เชลล์ หวัง การแข่งขัน เชลล์อีโค มาราธอนช่วยสร้างจิตสำนึกเด็กไทยรู้คุณค่าพลังงาน
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

เชลล์ หวัง การแข่งขัน เชลล์อีโค มาราธอนช่วยสร้างจิตสำนึกเด็กไทยรู้คุณค่าพลังงาน
-

แพลนเน็ตคอมฯแตกไลน์ธุรกิจรุกทีวีดิจิทัลขาย เซต ทอป บ็อกซ์
“แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย” เพิ่มไลน์ธุรกิจโดดลงตลาด เซต ทอป บ็อกซ์ มั่นใจมีส่วนแบ่ง 3-5% จากตลาดรวมที่เชื่อว่ามีจำนวนสูงถึง 44 ล้านเครื่อง นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มไลน์ธุรกิจด้วยการออกผลิตภัณฑ์กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล หรือเซต ทอป บ็อกซ์ ในชื่อยี่ห้อแพลนเน็ต คอม หลังจากที่การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเสร็จสิ้นไปแล้วและผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลมีแผนเริ่มออกอากาศในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ตามกำหนดการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยได้เปิดตัว เซต ทอป บ็อกซ์ รุ่นแรก คือ ดีวีอาร์-ที 2 เอ ซึ่งมีจุดเด่นที่เทคโนโลยีที่ให้คุณภาพภาพคมชัดสูง มีความไวในการรับสัญญาณ ผลิตจากวัสดุระดับพรีเมียม ในราคา 1,495 บาท “ก่อนหน้านี้บริษัทดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์โครงข่าย อุปกรณ์ในสตูดิโอและห้องส่ง รวมถึง รถโอบีกระจายสัญญาณภาพและเสียง ฯลฯ ซึ่งสถานีช่องต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นลูกค้าของบริษัท การขยายมาสู่ธุรกิจเซต ทอป บ็อกซ์ เพราะเห็นโอกาส และบริษัทมีความพร้อมในเรื่องบริการหลังการขายและรับประกันถึง 2 ปี เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดโดยขณะนี้กำลังคุยเรื่องขยายช่องทางการจำหน่ายกับห้างฯ โมเดิร์น เทรด ตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาดจำนวน 3-5% นอกจากนี้ในช่วงกลางปีนี้เตรียมออก เซต ทอป บ็อกซ์ อีกหนึ่งรุ่นที่สามารถรับสัญญาณทีวีดิจิทัล สัญญาณดาวเทียมและอินเทอร์เน็ตได้ในกล่องเดียวอีกด้วย โดยช่วงแรกจะเป็นการนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบในไทย แต่ในช่วงปลายปีมีนโยบาย จะผลิตชิ้นส่วนและประกอบเองในไทยทั้งหมด เพื่อให้เกิดการจ้างงานเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย” นายประพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการแจกคูปองส่วนลด เซต ทอป บ็อกซ์ ของ กสทช. เชื่อว่าจะทยอยแจกตามพื้นที่ที่ดำเนินการออกอากาศทีวีดิจิทัล ซึ่งจากตัวเลขทั่วประเทศมีจำนวน 22 ล้านครัวเรือน แต่บริษัทมองว่าตลาดเซต ทอป บ็อกซ์ จะมีสูงถึง 44 ล้านเครื่อง เพราะเชื่อว่าแต่ละครัวเรือนจะมีทีวีเฉลี่ยครัวเรือนละ 2 เครื่อง จึงถือเป็นตลาดที่ใหญ่และน่าสนใจ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แพลนเน็ตคอมฯแตกไลน์ธุรกิจรุกทีวีดิจิทัลขาย เซต ทอป บ็อกซ์ -

แอลจีเอาจริงส่งจีเฟล็กซ์จอโค้งเครื่องแรกของโลกเข้าไทยแน่
หลังประสบความสำเร็จกับยอดขายจี 2 ในต่างประเทศและไทย แอลจี เผยบริษัทแม่ในเกาหลีส่งทีมมาเก็บข้อมูลธุรกิจมือถือในไทย ส่งมือถือจอโค้งเครื่องแรกของโลกให้ในงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซโป ก่อนวางขายเดือนมีนาคมนี้ นายอนุพันธ์ ภักดีศุภฤทธิ์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัทแอลจีอีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีที่แล้ว แอลจีประสบความสำเร็จมาก สามารถส่งออกสมาร์ทโฟนรวมทั่วโลกมากถึง 13.2 ล้านเครื่อง เป็นยอดขายสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ส่วนในประเทศไทยแอลจียังคงมียอดขายเติบโตต่อเนื่องในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม โดยเฉพาะรุ่นจี 2 นายอนุพันธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลการใช้โซเชียลที่เผยแพร่กัน พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมการใช้โซเชียลเท่ามาเลเซีย ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อสนทนาประมาณ 20% ที่เหลือเป็นการใช้โซเชียลมีเดีย โอปเรเตอร์ กำลังผลักดันผู้ใช้เข้าสู่เครือข่าย 3จีจากข้อมูลการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของแอลจี พบว่า คนไทยใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กสูงมาก ออนไลน์นานประมาณ 4 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของวันทำงาน ฝ่ายผลิตและออกแบบจึงมาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดว่า ผู้ใช้ต้องการมือถือแบบไหน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ขนาดหน้าจอ แบตเตอรี่ ความง่ายในการใช้งาน และกล้องคือปัจจัยสำคัญโดยเฉพาะแบตเตอรี่ ต้องออกแบบให้ใช้งานได้นาน 1 วัน โดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน กล้องต้องคมชัดทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เพราะนิยมถ่ายภาพตัวเองเพื่อแชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก หน่วยประมวลหรือซีพียู ความเร็วไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับหน่วยประมวลผลกราฟิกปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชียมีอัตราการเติบโตของสมาร์ทโฟนสูงและรวดเร็วกว่ายุโรปและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากในเอเชียมีความเป็นครอบครัวใหญ่มากกว่า วัฒนธรรมของเอเชียทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตเร็วมาก นายอนุพันธ์ ยอมรับว่า ตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้แอลจีมาถูกทางแล้ว จากรุ่น แอลจี จี 2 ที่ตอบสนองความต้องการใช้งานของผู้ใช้งานครบทั้งกล้อง แบตเตอรี่ และวิธีการใช้งาน โดยเฉพาะกล้อง ซึ่งมีเซ็นเซอร์ทำให้ภาพที่โฟกัสไม่สั่นไหว แม้มือจะขยับ หรือสั่นส่วนแบตเตอรี่ มีลักษณะเหมือนเจล ทำให้ใส่เซลได้มากขึ้น แม้จะมีพื้นที่น้อย แต่ได้จำนวนแอมป์เพิ่มขึ้น หน้าจอระบบสัมผัสที่ใช้งานได้แม้จะสวมถุงมือ สำหรับแอลจี จี เฟล็กซ์ จะนำมาเปิดตัวในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป ระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ. 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จุดเด่นของจีเฟล็กซ์ เป็นมือถือเครื่องแรกที่จอโค้ง รับกับสรีระใบหน้า ทั้งการได้ยิน มอง และถือ หรือเวลาเอาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วนั่งทับ รับน้ำหนักการกดทับได้ไม่เกิน 40 กิโลกรัม ปกติเวลาวางโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหรือพื้นราบ ลำโพงจะถูกทับ ทำให้เสียงออกมาไม่เต็มที่ แต่จอโค้งของจีเฟล็กซ์ มีพื้นที่ให้เสียงจากลำโพงออกมาได้เต็มที่ และทำงานได้สองหน้าจอพร้อมกัน ขนาดจอ 6 นิ้วเอชดี โพเลต แบตเตอรี่มีลักษณะโค้ง 3500มิลลิแอมป์ “แอลจี ไม่ได้คาดหวังมากกับยอดขายจีเฟล็กซ์ เพราะราคาค่อนข้างสูงประมาณสองหมื่นกลาง ๆ แต่ต้องการอวดนวัตกรรมและให้ผู้ใช้ได้เรียนรู้เทคโนโลยี ที่เราย่อส่วนจากจอทีวีมาไว้บนสมาร์ทโฟน ความโค้งของจอเหมือนจอในโรงภาพยนตร์”.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอลจีเอาจริงส่งจีเฟล็กซ์จอโค้งเครื่องแรกของโลกเข้าไทยแน่