นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ดยังไม่สามารถฟื้นฟูตลาดท่องเที่ยวกลับมาได้ปกติ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาต่อเนื่อง 2 ปัจจัย ตั้งแต่เหตุการณ์น้ำมันรั่วในเดือนส.ค.และต่อด้วยปัญหาการชุมนุมทางการเมือง และการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไป 20%จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดคนไทยที่หายไปมากสุด “ปัจจุบันสภาพน้ำที่เกาะเสม็ดสวยงาม เกือบ 100% แล้วเหลือเพียงท้ายๆเกาะที่อาจจะยังไม่สมบูรณ์เล็กน้อย โดยช่วงแรกๆที่ฟื้นฟูได้นักท่องเที่ยวไทยจะเริ่มกลับมา แต่จะมาเป็นแบบ ไปกลับหรือพัก 1คืน ส่วนต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็น จีนกับรัสเซีย แต่หลังจากนั้นอีก 2 เดือนประเทศเจอกับเหตุการณ์การเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวก็ยกเลิกการจองเกือบทั้งหมด ทั้งที่ปกติในช่วงปีใหม่และตรุษจีน ห้องพักจะต้องเต็มยาวในทุกวัน แต่ปัจจุบันจะเต็มประมาณ 90%ในช่วงวันศุกร์-อาทิตย์เท่านั้น” อย่างไรก็ตามจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์และทำการตลาดในกลุ่มคนไทยเที่ยวไทยให้ได้มากที่สุด โดยในวันที่ 27ก.พ.-2มี.ค.นี้ ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะมีผู้ประกอบการรายหลายเข้าร่วมงาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ซึ่งจะมีโปรโมชั่นพิเศษลดราคาแพ็กเกจเพื่อดึงคนไทยไปเที่ยวไทย เพราะต่อจากนี้จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดปิดเทอมและเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคนไทยจะเดินทางท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เกาะเสม็ดยังไม่ฟื้น คนไทยเมินเที่ยว
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

เกาะเสม็ดยังไม่ฟื้น คนไทยเมินเที่ยว
-

สคบ.ไล่คุมดอกกุหลาบแพงรับวาเลนไทน์
ร.ต.ไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ก.พ.นี้สคบ.จะประสานกับกรมการค้าภายใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าต้อนรับเทศกาลแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ วันที่ 14 ก.พ.นี้ โดยเฉพาะราคาจำหน่ายดอกไม้สดว่า ผู้ค้าได้ปรับราคาขึ้นสูงเกินจริงจนกระทบกับผู้บริโภคหรือไม่ “ทุกปี สคบ.จะลงพื้นที่ตรวจสอบกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องของการจำหน่ายสินค้าอยู่แล้วโดยในปีนี้ก็น่าจะมีผู้บริโภคเลือกซื้อดอกไม้อย่างปรกติแม้จะมีปัญหาการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นในกรุงเทพฯซึ่งการเดินทางครั้งนี้คงสำรวจตลาดค้าดอกไม้ใหญ่ๆ เช่น ปากคลองตลาดจะต้องพิจารณาราคา และคุณภาพ ว่าถูกต้องและปลอดภัยหรือไม่ และหากหากพบสิ่งผิดปรกติโดยเฉพาะราคาขายมีราคาสูงขึ้นมาก และผู้ค้าไม่สามารถอธิบายที่มาที่ไปได้ก็มอบหมายให้กรมการค้าภายในช่วยมาดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อไป” ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ก่อนหน้านี้มักมีผู้ประกอบการ พยายามฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคจำหน่ายสินค้าราคาสูงผิดปรกติหลายเท่าตัวและที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ซื้อสินค้ามากที่สุดอาจโดนผู้ประกอบการเอาเปรียบได้ ดังนั้นสคบ.จึงได้ขอให้กรมการค้าภายในเข้ามาตรวจสอบราคาขณะเดียวกันยังมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายสคบ.แจ้งเบาะแสว่ามีสถานที่ใดจำหน่ายสินค้าเกินราคาบ้าง พร้อมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงสุ่มตรวจสอบคุณภาพสินค้ารวมทั้งการติดฉลาก ต้องถูกต้องตามข้อกฎหมายของสคบ.ที่ระบุไว้ด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากการตรวจสินค้าวันวาเลนไทน์แล้วสคบ.ยังเตรียมลชงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายชุดสังฆทานและเครื่องไทยธรรม โดยจะพิจารณาข้อมูลฉลากที่แสดงไว้ในสินค้าว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะอาจมีผู้ประกอบธุรกิจบางรายฉวยโอกาสนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ และมีปริมาณไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในฉลาก มาบรรจุในชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมขายให้แก่ผู้บริโภค
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.ไล่คุมดอกกุหลาบแพงรับวาเลนไทน์ -

สสว. รู้ตัวช้าเร่งออกแพ็คเก็จอุ้มเอสเอ็มอี
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.อยู่ระหว่างการสำรวจผลกระทบจากการเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า แต่ละรายได้รับผลกระทบในระดับใดบ้าง เพื่อได้ออกมาตรการช่วยเหลือให้ตรงจุด โดยเบื้องต้นจะช่วยเหลือใน 2 ด้านเป็นหลัก คือ การดูแลเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน และการหาช่องทางการตลาดเพิ่มเติม ซึ่งกลางเดือนก.พ. นี้ สสว. จะประกาศมาตรการความช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการในสถานการณ์ปัจจุบัน“ตอนนี้ได้รับรายงานมาแล้วว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้รับความเดือดร้อนขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ เพราะแความต้องการซื้อของประชาชนลดลง และการค้าขายของผู้ประกอบการกันเองก็เริ่มมีปัญหา ซึ่งทางสสว.ไม่ได้นิ่งนอนใจในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบผลกระทบผู้ประกอบการว่า เดือดร้อนในระดับใด เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน เพราะถ้าออกมาไม่ตรงจุด หรือระยะเวลาการช่วยเหลือไม่เพียงพอ ก็จะช่วยเหลือได้ไม่เต็มที่” นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตในเรื่องต่างๆ คือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ให้เร่งรัดและติดตามการพิจารณาอนุญาตต่างๆ ควบคู่กับการส่งเสริมและพัฒนา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาหลายด้าน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สสว. รู้ตัวช้าเร่งออกแพ็คเก็จอุ้มเอสเอ็มอี