เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • รัฐหมดท่า! จำนำข้าว พึ่งโรงสีปล่อยกู้

    รัฐหมดท่า! จำนำข้าว พึ่งโรงสีปล่อยกู้

    เรียกสมาคมโรงสีช่วยแก้วานนี้ (6ก.พ.) ที่โรงแรมริชมอนด์ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ได้เชิญตัวแทนสมาคมโรงสีข้าวไทยเข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหาโครงการจำนำข้าว โดยนายยรรยง กล่าวภายหลังการประชุมว่า จะขอความมือจากโรงสีต่าง ๆ รับใบประทวนจำนำข้าวของชาวนาไว้เป็นหลักทรัพย์ และให้โรงสีเป็นผู้จ่ายเงินให้กับชาวนา 50-60 เปอร์เซ็นต์ของราคาจำนำข้าวในใบประทวน เช่น ใบประทวนมีราคาข้าว 1 แสนบาท โรงสีจะให้กู้กับชาวนา 5-6 หมื่นบาท ส่วนที่เหลืออีก 4 หมื่นบาท ให้รอจนกว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะสามารถจ่ายเงินได้ หลังจากนั้นชาวนาต้องคืนเงินให้โรงสีโดยไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ย เพราะรัฐบาลจะขออนุญาตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เบิกงบประมาณกลาง 1,200 ล้านบาท นำมาจ่ายดอกเบี้ยให้ชาวนาแทน เชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบให้ชาวนาได้ด้านนายมนัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า เบื้องต้นทางสมาคมฯ ไม่ขัดข้องต่อแนวทางดังกล่าว เพราะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร แต่เห็นว่าเป็นแนวทางใหม่ จึงต้องหารือในรายละเอียดร่วมกับสมาชิกถึงข้อดีและข้อเสียก่อน และแนวทางนี้ยังขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละโรงสีด้วยธ.ก.ส.ปัดให้กู้เต็มใบประทวนรายงานจาก ธ.ก.ส. เปิดเผยถึงกรณีที่เครือข่ายสภาเกษตรกรภาคอีสาน 20 จังหวัดเรียกร้องให้ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้เต็มจำนวนตามใบประทวน และให้รัฐบาลช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้ว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.คงไม่สามารถดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการปล่อยกู้ตามใบประทวน หรือเรื่องดอกเบี้ยได้ เพราะไม่อยากให้มองว่าเป็นการไปช่วยรัฐบาล ยิ่งช่วงนี้ยังเลือกตั้งไม่เสร็จคงไปดำเนินการใด ๆ ไม่ได้ เดี๋ยวจะกล่าวถูกหาว่าไปหาเสียงให้กับนักการเมือง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.มีแนวคิดปล่อยกู้ 80 เปอร์เซ็นต์ตามมูลค่าใบประทวน และลดดอกเบี้ยให้กับชาวนาเหลือ 3-4 เปอร์เซ็นต์ จาก 7 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต้องชะลอไปจนกว่าจะเลือกตั้งได้ครบทั้งประเทศก่อน โดย ธ.ก.ส.ทำได้เพียงการยืดหนี้ให้กับชาวนาออกไป 6 เดือนเท่านั้นรายงานข่าวระบุด้วยว่า มีคำสั่งไปยังผู้บริหาร ธ.ก.ส.สาขาทั่วประเทศว่าให้งดการทวงถามการชำระหนี้จากชาวนา ซึ่งตามปกติชาวนาจะเริ่มจ่ายหนี้กับ ธ.ก.ส.ตั้งแต่ 1 ม.ค.ถึง 31 มี.ค.ของทุกปี ดังนั้นหากในปีนี้ชาวนารายใดยังไม่ได้รับเงินค่าข้าวและครบกำหนดที่จะชำระหนี้ ธ.ก.ส.จะไม่ทวงถาม และจะยืดเวลาชำระหนี้ออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ หากชาวนารายใดมีความประสงค์จะใช้เงินเพื่อนำไปลงทุนทำการผลิตในฤดูกาลใหม่ ธนาคารพร้อมให้เงินกู้ก้อนใหม่ ตามหลักเกณฑ์สินเชื่อปกติของ ธ.ก.ส. โดยผ่อนปรนการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันให้ใช้หลักทรัพย์เดิมได้ และกู้ได้เต็มวงเงิน 100 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่ให้กู้เพียง 70-80 เปอร์เซ็นต์ของหลักทรัพย์เท่านั้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐหมดท่า! จำนำข้าว พึ่งโรงสีปล่อยกู้

  • เทรนด์ซื้อ-ขายออนไลน์สุดฮอต รถยนต์-บ้าน-จักรยาน-พระเครื่อง

    เทรนด์ซื้อ-ขายออนไลน์สุดฮอต รถยนต์-บ้าน-จักรยาน-พระเครื่อง

      เว็บไซต์ ดีลฟิช  (www.dealfish.co.th) แจ้งว่า ปี ค.ศ. 2013 ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ได้พัฒนาระบบต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ทั้งคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือ  การพัฒนาหน้าลงประกาศโฉมใหม่ (The New Posting Flow) โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบ และฟังก์ชั่นการใช้งานให้ง่ายและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ เพียงเข้าไปที่ dealfish.co.th คลิกลงประกาศ และกรอกรายละเอียดสินค้าที่ต้องการประกาศขาย จากข้อมูลของเว็บไซต์ดีลฟิช พบว่าปีที่แล้วสินค้าที่มีผู้สนใจเข้ามาลงประกาศขายมากที่สุด ดังนี้ รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ที่ดิน มอเตอร์ไซค์ บ้าน คอนโดฯ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอางและพระเครื่อง ส่วนสินค้ามือสองที่นิยมเข้ามาค้นหามากที่สุด รถบ้าน เคสไอโฟน ไอแพด บ้านเดี่ยว มอเตอร์ไซค์ จักรยานเสือภูเขา จักรยานพับ ชุดเดรส หลวงปู่ทิมและผ้าม่าน ทั้งนี้ เว็บไซต์ dealfish.co.th เป็นแหล่งพื้นที่พบปะซื้อ-ขายสินค้าและบริการออนไลน์ที่เน้นการเชื่อมโยงระหว่างบุคคลกับบุคคลหรือ (C2C) ตามพื้นที่ในประเทศไทย โดยแบ่งหมวดหมู่การประกาศซื้อ-ขายเป็น 12 หมวดหมู่ คือ รถมือสอง อสังหาริมทรัพย์ แฟชั่น สินค้าไอที ไลฟ์สไตล์ แม่และเด็ก ธุรกิจ พระเครื่อง ท่องเที่ยว สุขภาพและความงาม บ้านและสวน และการศึกษา ให้บริการบนหน้าเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ไม่คิดค่าใช้จ่ายในทุกแพลตฟอร์ม.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทรนด์ซื้อ-ขายออนไลน์สุดฮอต รถยนต์-บ้าน-จักรยาน-พระเครื่อง

  • ทีโอทีปรับแผนลงทุนหลังหมดรายได้สัมปทาน

    ทีโอทีปรับแผนลงทุนหลังหมดรายได้สัมปทาน

      การเมืองไม่นิ่ง กระทบแผนการดำเนินธุรกิจ ทีโอที เล็งเจรจาพาร์ทเนอร์ปรับแผนธุรกิจปี 57 เน้นร่วมลงทุน ลดค่าใช้จ่าย หลังหมดรายได้สัมปทานมือถือ ระบุ 3 จี เฟส 1 ติดตั้งครบ 5,320 สถานีฐานแล้ว นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไทย เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจกับทีโอที ถือเป็นแผนการดำเนินงานปี 57 โดยเฉพาะในส่วนของการสร้างรายได้ให้กับทีโอทีหลังทีโอทีไม่มีรายได้จากสัญญาสัมปทานในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการที่รัฐบาลยังไม่นิ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินโครงการของทีโอทีทั้งสิ้น ทีโอที ต้องปรับแผนการดำเนินงานและเจรจากับพาร์ทเนอร์มากขึ้นโดยเฉพาะโครงการที่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง สำหรับความคืบหน้าการติดตั้ง 3 จี เฟส 1 ขณะนี้ติดตั้งสถานีฐานครบทั้ง 5,320 สถานีแล้ว และมีลูกค้าปัจจุบัน 3 แสนกว่าราย โดยเฟส 2 อยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มพาร์ทเนอร์โดยจะเน้นการใช้สถานีฐานร่วมกัน และให้บริการในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอเป็นหลัก ส่วนความคืบหน้าสัญญาเอ็มวีเอ็นโอกับกลุ่มบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นั้น อยู่ระหว่างรอการปรับแก้สัญญาจากกลุ่มสามารถฯ ตามที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต้องการให้ปรับแก้ไขโดยเฉพาะประเด็นเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนมากเกินไป นายยงยุทธ กล่าวว่า ต่อจากนี้เป็นต้นไป ทีโอทีจะต้องหารายได้จากการดำเนินธุรกิจเองให้มากขึ้นเพื่อทดแทนรายได้จากสัมปทานจากที่เคยได้ราวปีละ 2 หมื่นกว่าล้านบาท โดยเฉพาะเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรให้มากขึ้น ล่าสุดได้ร่วมกับ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์และโครงข่ายอุปกรณ์โทรคมนาคม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับทีโอที “เราพยายามหาผู้ร่วมธุรกิจมาช่วยพัฒนาและลดต้นทุนให้องค์กร  ถึงแม้ว่าแต่ละโครงการที่ร่วมลงทุนจะมีมูลค่าไม่มากนัก เมื่อเทียบกับรายได้สัมปทานที่หายไป ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยรายได้ปี 56 ที่ผ่านมา ทีโอที มีรายได้รวม 55,828 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้สัมปทาน 23,800 ล้านบาท มีกำไร 1,000 กว่าล้านบาท” นายยงยุทธ กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีโอทีปรับแผนลงทุนหลังหมดรายได้สัมปทาน