ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ เปิดตัวต้นแบบการจัดการเนื้อหาทางการแพทย์สำหรับใช้งานระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก ชี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลดความผิดพลาดและการทำงานซ้ำซ้อน พร้อมดันสถานพยาบาลไทยสู่การเป็นองค์การดิจิทัล นายมารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด กล่าวว่า ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดตัวต้นแบบการจัดการเนื้อหาทางการแพทย์เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยสนับสนุนโมเดลการใช้งานเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ที่จัดทำโดยสมาคมระบบการจัดการและระบบสารสนเทศบริการสุขภาพ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยต้นแบบนี้จะช่วยให้องค์กรด้านสุขภาพสามารถนำมาประยุกต์ใช้และวางแผนการลงทุนด้านไอทีของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเดินหน้านำระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ในการก้าวสู่องค์กรสถานพยาบาลดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Record–EMR) สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านการจัดการเอกสาร รวมทั้งลดความผิดพลาดและการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้ ซึ่งมองว่าตลาดเมืองไทยมีศักยภาพพร้อมที่จะนำระบบ EMR มาพัฒนาใช้เป็นระดับสูง เช่น ระดับ 7 ที่เป็นสภาพแวดล้อมแบบไร้กระดาษ ซึ่งมีความพร้อมใช้งานได้ 100% และมีความมั่นคงต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ โซลูชั่นดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้ร่วมกับระบบต่าง ๆ พร้อมทั้งสามารถปรับขยายในการรองรับธุรกิจในอนาคตได้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพในประเทศไทยสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเติบโตขยายตลาดในภูมิภาคได้ยิ่งขึ้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดระบบจัดการเนื้อหาทางการแพทย์หนุนโรงพยาบาลดิจิทัล
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

เปิดระบบจัดการเนื้อหาทางการแพทย์หนุนโรงพยาบาลดิจิทัล
-

บขส.ลุยติดจีพีเอสครบ796คัน
นายพินิจ คำปู่ รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บขส.ได้ติดตั้งระบบติดตามรถผ่านดาวเทียม(จีพีเอส)บนรถโดยสารของ บขส.ครบทั้ง 796 คันแล้ว เพื่อใช้ควบคุมความเร็วของพนักงานขับรถได้เต็มประสิทธิภาพ และลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งหลังจากนี้หากรถคันใดขับด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนด จะมีสัญญาณแจ้งเตือนให้ทราบ และหากฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษ เช่น การตัดเงินเดือน และร้ายแรงสุดถึงขั้นไล่ออก ทั้งนี้ระบบของ บขส.จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบของกรมการขนส่งทางบก ดังนั้น กรมฯ จะทราบข้อมูลของรถทุกคันที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนั้นว่าใช้ความเร็วเท่าไรด้วย จึงช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ ที่สำคัญตั้งแต่ติดตั้งระบบจีพีเอสครบทั้งหมด ยังไม่พบว่ามีอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดจากพนักงานขับรถของ บขส. เลย แต่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากถูกรถคันอื่นขับมาเฉี่ยวชนมากกว่า “ตอนนี้รถโดยสารของ บขส.จะใช้ความเร็วเฉลี่ย 90-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลดลงจากเดิมที่ใช้ความเร็วตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป เพราะระบบจีพีเอส จะรู้พิกัดรวมถึงความเร็วของรถแต่ละคัน หากขับเร็วก็จะถูกแจ้งเตือนทันที จึงป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และลดการร้องเรียนการให้บริการไม่ปลอดภัยของผู้โดยสารได้ แต่ก็มีการร้องเรียนว่าถึงจุดหมายล่าช้าแทน เพราะรถต้องวิ่งในความเร็วที่จำกัด” นายพินิจกล่าวว่า รถร่วมบริการ บขส.ซึ่งเป็นของภาคเอกชน ที่มีอยู่ประมาณ 6,000 คัน จะดำเนินการติดตั้งระบบจีพีเอสให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยระบบจะต้องเชื่อมต่อกับกรมการขนส่งทางบกเช่นเดียวกัน เบื้องต้น บขส. และกรมการขนส่งทางบก จะช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เพราะแต่ละคันที่ บขส.ได้ติดตั้งระบบแล้วจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 บาท ขณะเดียวกันต้องจ่ายค่าใช้บริการรายเดือนประมาณ 800 บาทต่อคันต่อเดือนด้วย “เรื่องนี้เป็นระเบียบที่กำหนดออกมาแล้ว ดังนั้นรถร่วมบริการ บขส.จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารมากขึ้น ส่วนราคาค่าติดตั้ง และค่าบริการรายเดือนจะเท่ากับของ บขส.หรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่ระบบจะต้องเชื่อมโยงเข้ากับ บขส.และกรมการขนส่งทางบก โดยภาครัฐจะช่วยสนับสนุนด้านการเงินให้ก่อนแล้วให้เอกชนผ่อนชำระเป็นงวดๆแทน” ส่วนของการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายใน และภายนอกรถเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้โดยสารนั้น ยังอยู่ระหว่างร่างเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) คาดจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เบื้องต้นพบว่ากล้องที่จะนำมาดำเนินการจะมีราคาประมาณ10,000-20,000 บาทต่อตัว แต่ในส่วนเรื่องราคาจะต้องพิจารณารายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บขส.ลุยติดจีพีเอสครบ796คัน -

จับตาเด็กไทยคว้าแชมป์ “เชลล์ อีโค มาราธอน เอเซีย 2557”
วันนี้ (6 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด จัดการแข่งขัน เชลล์ อีโค มาราธอน เอเซีย ปรัจำปี 2557 โดยมีนักเรียนนักศึกษาจากทั่วทั้งเอเชียและตะวันออกกลางรวมถึงประเทศไทยเดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันสุดยอดรถยนต์ประหยัดพลังงาน รวมกว่า 100 คัน รวม 15 ประเทศ ประกอบด้วยรถประเภทต้นและประเภทใช้งานได้จริง ถือเป็นการวิ่งบนท้องถนนจริงกลางกรุงมะนิล ซึ่งผู้เข้าร่วมแข่งขันได้ออกแบบและสร้างสรรค์รถยนต์ขึ้นมาเพื่อร่วมการแข่งขันถือว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ในการจัดการแข่งขันในเอเซีย อย่างไรก็ตาม การแข่งขันทั้ง 2 ประเภทประเภท ผู้ร่วมแข่งขันสามารถใช้พลังงานประเภทต่างๆ ทั้ง เบนซิน ดีเซล เบนซินทางเลือก (เอทานอล 100) ดีเซลทางเลือก (จีทีแอลของเชลล์หรือดีเซลชีวภาพ) แบตเตอรี่ไฟฟ้าและเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน วัดผลการแข่งขันสำหรับยานยนต์ขับเคลื่อนโดยกำลังไฟฟ้าจะวัดเป็นกิโลเมตรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงและวัดเป็นกิโลเมตรต่อลิตรสำหรับพลังงานประเภทอื่น ที้งนี้ การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย ประจำปี 57 ประกอบด้วยรางวัลในสนาม 24 รางวัลมีรางวัลเป็นเงิน 2,000 ดอลลาร์ และ 1,000 ดอลลาร์ สำหรับผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศทั้งในประเภทต้นแบบและประเภทใช้งานได้จริง นอกจากนี้ ทีมต่างๆ ยังมีโอกาสเข้าแข่งขันสำหรับรางวัลนอกสนามอีก 6 รางวัล ได้แก่ รางวัลการสื่อสาร รางวัลการออกแบบยานยนต์ รางวัลนวัตกรรมด้านเทคนิค รางวัลความปลอดภัย รางวัลความพยายามและมุ่งมั่นในการแข่งขันและรางวัลการหล่อลื่นเชลล์ เฮลิกส์ เป็นต้น สำหรับจุดประสงค์การแข่งขันเพื่อเป็นการทดสอบศักยภาพในการประหยัดพลังงานในสถานการณ์จริง ไม่กำหนดความเร็ว โดยวัดจากระยะทางที่ไกลสุดด้วยเชื้อเพลิง 1 ลิตรเท่ากัน และ ถือเป็นปีแรกที่จัดการแข่งขันที่กรุงมะนิลา เพราะครั้งก่อนหน้านี้ ได้ จัดที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สำหรับตัวแทนจากประเทศไทยมี 11 ทีมจาก 9 สถาบันการศึกษา รวมถึงทีมที่เคยได้รับชัยชนะมาแล้ว 3 ทีมได้แก่ ทีมจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต (ได้รับชัยชนะสองครั้งในปี54 และ ปี55 และเป็นผู้ครอบครองสถิติ) และทีมจากโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.(ได้รับชัยชนะสามครั้งในปี 53-55) รวมถึงทีมจากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง (ได้รับชัยชนะเมื่อปี 55) ทั้งหมดเข้าร่วมในการแข่งขันโดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างสถิติใหม่สำหรับปี 57 ทั้งนี้ พิธีเปิดการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 7 ก.พ.57 ณ ลูเนต้า ปาร์ค ส่วนพิธีปิดการแข่งขันและมอบรางวัลจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 9 ก.พ.57 ที่ห้องเฟียสต้าพาวิลเลี่ยน โรงแรมมะนิลา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตาเด็กไทยคว้าแชมป์ “เชลล์ อีโค มาราธอน เอเซีย 2557”